คอสตา เวเนเซีย สรวงสวรรค์กลางทะเล อัครความบันเทิงลอยน้ำ

คอสตา ครุยส์ กลุ่มบริษัทผู้ให้บริการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดสัญชาติอิตาลี บริษัทเดินเรือสำราญอันดับ 1 ของยุโรป จัดงานฉลองการนำเรือ คอสตา เวเนเซีย เข้าเทียบท่าให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและสื่อมวลชน ได้เยี่ยมชมความหรูอลังการระดับโลก ที่ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวเอเชียเปิดประสบการณ์ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์The Best Time at Sea”

สาธรสัญจรทั่วทิศ ได้รับเกียรติให้ร่วมงานเฉลิมฉลอง เปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับอัครเรือสำราญยิ่งใหญ่ลำหนึ่ง คอสตา เวเนเซีย เรียกได้ว่าเป็นเรือสำราญ 1 ใน 4 ลำของกลุ่มคอสตา ครุยส์ ที่ให้โอกาสชาวเอเซียได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของเรือขนาดใหญ่ พร้อมดื่มด่ำความสุขความสำราญอย่างเต็มที่กับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม

เรือคอสตา เวเนเซีย เป็นเรือระวางขับน้ำสูงสุด 135,500 ตัน สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 5,260 คน เรือมีความยาวถึง 323 เมตร หรือเกือบ 3 สนามฟุตบอล และมีความกว้างกว่า 122 ฟุตเลยทีเดียว พร้อมรองรับด้วยห้องพักสุดหรูจำนวน 2,116 ห้อง ประกอบด้วย ห้องพักภายในจำนวน 826 ห้อง ห้องพักซีวิวทะเลมีหน้าตา จำนวน 287 ห้อง ห้องพักซีวิวทะเลพร้อมระเบียงสุดหรู จำนวน 969 ห้อง และห้องชุดขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม จำนวน 34 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีห้องพักสำหรับคนพิการอีกจำนวน 44 ห้อง

ที่สำคัญ เป็นเรือคอสตา เวเนเซีย ได้ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับภูมิภาค ด้วยหลักการศิลปะ สถาปัตยกรรม และสิ่งของประดับตกแต่งบนเรือ ที่สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของเมืองเวนิส และที่สำคัญ ได้ใช้ชีวิตบนเรือเสมือนคนเวเนเซียคนหนึ่ง ดื่มด่ำกับอาหารสไตล์อิตาเลียนสุดโรแมนติก อบอวลด้วยเพลง และศิลปะแบบเวเนเซียน ในยามค่ำคืนสวมหน้ากากร่วมงานเต้นรำหน้ากาก และสัมผัสกับเทศกาล Carnival of Venice บนเรือ

รวมถึงภัตตาคารและบาร์รวม 13 แห่ง อาทิ มาร์โค โปโล เป็นห้องอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องเทศชาติตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งในการเดินทางของ มาร์โค โปโล นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมเครื่องเทศจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เปอร์เซีย อินเดียและจีน เปิดบริการอาหารตะวันตกและอาหารจีนให้ได้สัมผัสความหลากหลายในสไตล์ที่นักเดินทางหลงใหล ขณะที่ คานัล แกรนด์ เป็นห้องอาหารที่มีแรงบันดาลใจมาจากคลองในประเทศอิตาลี โดยเนรมิตคลอง เรืองกอนโดลา และสะพาน มาสร้างประสบการณ์สุดโรแมนติกไว้ในเรือ เปิดบริการอาหารสไตล์อิตาลีให้ได้ลิ้มลอง รวมถึง ลิโด มาร์เก็ตเพลส เปิดบริการอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ท่ามกลางบรรยากาศในร่มและกลางแจ้งสุดวิเศษ และไม่ลืมสัมผัสอาหารรสเลิศระดับมิชลินสตาร์

สำหรับคนรักงานศิลป์บนเรือแห่งนี้แล้ว ยังได้เสพงานศิลปะจากกลิ่นอายของ 2 วัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเวเนเซียนและอิตาลี สุขสำราญไปกับความบันเทิงครบรส ตลอดทั้งวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนล่วงเลยไปถึงยามราตรี และเคลิบเคลิ้มไปกับการแสดงและโชว์ชั้นเลิศ การแสดงกายกรรม การแสดงดนตรีพื้นเมือง โชว์อลังการงานศิลปวัฒนธรรม รวมถึงละครโอเปร่าที่หาชมได้ยากในโรงละครหรูระดับพรีเมียม

นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าขนาดใหญ่ พร้อมสระน้ำวนจากุชชี่ 2 อ่างให้ผ่อนคลาย, กาสิโน, ห้องเล่นเกมฝึกสมอง, ห้องสำหรับเล่นไพ่นกกระจอก,พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์นักฟุตบอลอิตาลี โดยเฉพาะทีมยูเวนตุส ที่ได้รวบรวมรางวัล ของที่ระลึก ภาพถ่ายที่หาชมยาก รวมถึง รองเท้าฟุตบอลที่มีลายเซ็นชื่อโดยนักฟุตบอลชื่อดัง เป็นการเปิดประสบการณ์ฟุตบอลอิตาลีแบบ 360 องศา ทั้งกลางแจ้ง และอะคาเดมีในร่ม, สปา, ฟิตเนส, ร้านค้าแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมอย่างครบครัน

ทั้งหมดเกิดจากแรงบันดาลใจตามรอย มาร์โค โปโล 53 วัน ด้วยการมุ่งหน้าไปทางตะวันออก หรือเปิดประสบการณ์กับเส้นทางที่จะลืมไม่ลง ในการข้าม 3 ทวีป 4 น่านน้ำทะเล 18 ประเทศ จากอาเดรียติกไปถึงทะเลแดง จากอินเดียถึงสิงคโปร์ หรือจากจีนสู่ญี่ปุ่น

โรเบอร์โต้ เวอร์ดิโน รองผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอสตา กรุ๊ป กล่าวว่าคอสตา ครุยส์ เป็นบริษัท เรือสำราญระหว่างประเทศแห่งแรกที่เข้าไปในประเทศจีน เมื่อปี ค.ศ.2006 และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี จนเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการเริ่มต้นสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ Costa ภายใต้แนวคิด “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในทะเล” และทำทุกอย่างให้เกินความคาดหมายของนักเดินทาง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอประสบการณ์บนเรือ ในสไตล์อิตาลีอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะ คอสตา เวเนเซีย ได้เพิ่มเส้นทางเอเชีย เมื่อปี ค.ศ. 2009 ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งในสไตล์อิตาลีอย่างสวยงามพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เพื่อนักท่องเที่ยวชาวเอเซียและยังมีภัตตาคารสุดพิเศษที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ในปี 2020 จะเพิ่มจำนวนเรืออีก 1 ลำ เพื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นพิเศษ