คาราวานท่องเที่ยว มิตรภาพ-อีสานแซ่บนัว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.นำโดย นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและพันธมิตรท่องเที่ยว 6 สมาคม ผนึกกำลัง จัดคาราวานท่องเที่ยวครั้งยิ่งใหญ่ตะลอนทัวร์ทั่วอีสาน 20 จังหวัด ภายใต้ชื่องาน“มหกรรมคาราวานท่องเที่ยวอีสานแซ่บนัว”กว่า 30 รถบัส เส้นทางกรุงเทพฯ-ภาคอีสาน ตั้งแต่วันที่ 1-4 มีนาคมที่ผ่านมา

“คาราวานอีสานแซ่บนัว” ครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกมิติหนึ่งในการสร้างเน็ตเวิรค์เครือข่ายทางการท่องเที่ยวอีสานให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 6 เส้นทาง ประกอบด้วย 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-ชัยภูมิ 2.กรุงเทพฯ-นครพนม-สกลนคร 3.กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์-สุรินทร์ 4.กรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ-ยโสธร 5.กรุงเทพฯ-อุดรธานี-หนองคายและ 6. กรุงเทพฯ-เลย-ขอนแก่น  และที่เส้นทางพิเศษ เส้นทางที่ 7 นำโดย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)พาสมาชิกของสมาคมฯ เดินทางเข้าสู่อีสานกลาง ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์

ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแบ่งพื้นที่ภาคอีสานออกเป็น3 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่ม อีสานเหนือ “ท่องเที่ยวตามรอยพญานาค” จำนวน 3 เส้นทาง รับผิดชอบโดยของสำนักงานเลย สำนักงานอุดรธานีและสำนักงานนครพนม ขณะที่อีสานใต้ “ทางท่องเที่ยวตามรอยอารยะธรรมอีสานใต้” จำนวน 3 เส้นทาง รับผิดชอบโดยสำนักงานนครราชสีมา สำนักงานบุรีรัมย์ และสำนักงานอุบลราชธานี และอีสานกลาง“ท่องเที่ยวตามรอยไดโนเสาร์”รับผิดชอบโดยสำนักงานขอนแก่น

ทุกเส้นทางมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะทุกโปรแกรมจะได้สัมผัสกับเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชน ศิลปวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นแบบถึงมือชาวบ้านตัวจริง และร่วมลิ้มลองอาหารพื้นบ้านรสเด็ดหลากหลายชนิด สุดแซ่บนัว

สาธรสัญจรทั่วทิศ/ออโต้พรีวิวิวได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับคาราวาน ไปเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี-หนองคาย-ขอนแก่นซึ่งเริ่มต้นความสุขความสนุกสนานกันตั้งแต่เช้าตรู่ผู้คนหลั่งไหลเข้าสู่สยามนิรมิตกันอย่างคึกคัก หลังจากลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย ได้เวลาเติมพลังด้วยอาหารเช้าแบบง่ายๆ ปาท่องโก๋ กาแฟ และก็ถึงเวลาที่ ผอ.สมชาย ชมภูน้อย กล่าวเปิดงาน ตีธงปล่อยรถบัสกว่า 30 คันออกเดินทางจากสยามนิรมิต กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อีสาน

โคราช ประตูสู่อีสาน


วันที่1มีนาคมช่วงเช้าเดินทางเข้าเยี่ยมชมทุ่งกังหันลมห้วยบงอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาซึ่งด้านหน้าโดดเด่นด้วยรูปปั้นนกฮูกยักษ์ ส่วนด้านหลังมีกังหันลมเรียงรายสุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ ซึ่งกังหันลม ทำหน้าที่ในการกำเนิดพลังลมจากธรรมชาติ เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้ามีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ และในช่วงบ่ายเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี เข้าเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานีเพื่อเรียนรู้วิถีชุมชนประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนชาวจีนเก่าแก่ผ่านห้องนิทรรศการต่างๆ รวมถึงกิจกรรมDIY วาดหน้ากากจีน เรียนรู้วัฒนธรรมการชงชาจีนที่หาชมได้ยากและที่สำคัญยังได้มีโอกาสสักการะขอพรที่ศาลปู่-ย่า ที่เคารพและศรัทธาของชาวเมืองอุดรธานี ใครไปใครมาก็ต้องแวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก่อนเข้าพักผ่อนที่โรงแรมเจริญโฮเทล

 

ยลเสน่ห์สปป.ลาว



วันที่2 มีนาคม เดินทางสู่จังหวัดหนองคายและยลเสน่ห์ถิ่นเมืองสปป.ลาว ผ่านเส้นทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว มุ่งหน้าสู่นครหลวง เมืองเวียงจันทน์ จุดหมายแรกที่ ศาลหลักเมืองเวียงจันทน์ที่ วัดศรีเมืองมาถึงเมืองสปป.ลาวทั้งทีก็ต้องไปกราบไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมืองกันก่อนตามธรรมเนียม ทางวัดได้จัดดอกไม้ในกระทงใบตองและเทียน 2 ด้าม ให้เข้าขอพรแม่ศรีรวมถึงสักการะขอพรพระประธานของวัดนี้ สวยแปลกตาเพราะทำจากหิน 7 สีแกะสลักอย่างงดงาม เวลาที่เหลือชื่นชมกับงานสถาปัตยกรรมของโบสถ์สีเหลืองทองงดงามอลังการตามแบบฉบับเมืองลาว จากนั้นไปต่อที่หอพระแก้วเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสะสมของเก่าแก่อันมีค่า รวมถึงเคยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตมาก่อนและบริเวณใกล้ๆกันเป็นวัดแรกที่สร้างในเวียงจันทน์ ที่สำคัญ เป็นวัดเดียวที่ไม่เคยถูกเผาทำลายช่วงสงครามนั่นคือ วัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัสสารามจากนั้นช่วงบ่าย เดินทางกลับประเทศไทย เข้าสักการะขอพรพระคู่บ้านคู่เมืองสำคัญของจังหวัดหนองคายที่วัดโพธิ์ชัยกราบหลวงพ่อพระใส่ทำใจให้สงบ และได้ทำบุญซื้อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ จนรู้สึกเย็นใจอย่างบอกไม่ถูกและมาถึงหนองคายแล้วไม่พลาดดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสพร้อมกับการชื่นชมวิวสวยริมน้ำสองฝั่งโขงที่ร้านอาหารครัวแม่แป๊ด ก่อนเดินทางเข้าสู่ที่พักสุดหรู โรงแรมรอยัล นครา

 

ตามรอยพญานาค



วันที่3มีนาคม ออกจากจังหวัดหนองคายมุ่งหน้าสู่จังหวัดอุดรธานี ตามรอยพญานาคดินแดนอีสานขอพรพ่อปู-แม่ย่า วังนาคินทร์ คำชะโนด จังหวัดอุดรธานี ที่นี่ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่นับถือ พ่อปู่เจ้าศรีสุทโธนาคราช ต่างได้นำบายศรีพญานาคสวยๆพร้อมกับธูปเทียน หมากพลู มากราบไหว้ขอพรและขอโชคลาภ เพียงแค่ได้ก้าวเดินเท้าไปตามสะพานพญานาค ก็สัมผัสได้ทันทีถึงความเย็น ความเงียบสงบ ท่ามกลางป่าดิบชื้นสีเขียวครึ้มร่มเย็น รวมถึงต้นชะโนด ต้นไม้ที่มีความแปลกตา เพราะความสูงชะลูดราวกับต้นมะพร้าว ใบเหมือนใบตาล แต่มีผลเหมือนลูกหมาก รวมถึงบ่อน้ำศักดิ์ซึ่งผุดขึ้นเกาะอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ในช่วงบ่าย เดินทางต่อไปยังแหล่งโบราณสถานโบราณวัตถุมรดกโลกบ้านเชียงโดยมีนายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.ททท.สำนักงานอุดรธานี ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดี อายุมากกว่า 5,000 ปีและในช่วงเย็น ไปสบทบกับคาราวานกว่า 30 คันเพื่อเข้าร่วมเลี้ยงสังสรรค์ ภายใต้ชื่องาน“ราตรีอีสานแซ่บนัว @ ขอนแก่น”โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผู้บริหารททท.เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพียงและร่วมชมการแสดงชุดใหญ่สุดอลังการจากวิทยาลัยนาฎศิลปกาฬสินธุ์ที่ตลาดต้นตาลจังหวัดขอนแก่น

 

เยือนเมืองขอมโบราณ



วันที่ 4 มีนคมเดินทางออกจากจังหวัดขอนแก่นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อุทยานประวัติศาสตร์อารยธรรมขอมโบราณ โดยมีวิทยากรบรรยายเป็นพิเศษ และนำชมปราสาทหินพิมายแบบพิเศษ360 องศาบนรถบัสที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมาและช่วงเที่ยงมุ่งหน้าสู่แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นชุมชนที่อาศัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยมี  นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา ให้การต้อนรับเพื่อลิ้มลองอาหารพื้นบ้านอาทิ ผัดหมี่โคราชน้ำพริกบ้านปราสาท ส้มตำรสแซ่บ พร้อมกับการจับจ่ายซื้อสินค้าของชุมชนที่ตลาดย้อนยุค 3,000 ปี เป็นกระจายรายได้ถึงมือชาวบ้านชุมชนบ้านธารปราสาทอย่างแท้จริงและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทเป็นการปิดท้าย คาราวานอีสานแซ่บนัว ปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืนอย่างมีความสุขกันถ้วนหน้า