จากบ้านหนองโขลง ถึง เรือนเมธา แหล่งท่องเที่ยวชุมชนขึ้นชื่อ @ สิงห์บุรี

สิงห์บุรี เป็นจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีความโดดเด่นด้านวิถีชีวิตชุมชน และสิงห์บุรี ไม่ใช่เมืองผ่านอีกต่อไป โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวชุมชนน้องใหม่ในอำเภอบ้านระจัน จังหวัดสิงห์บุรี คือ ชุมชนบ้านหนองโขลงต้องเที่ยว เป็นชุมชนที่กำลังมาแรงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็วและ เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ เรือนพักสไตล์โฮมสเตย์ ซึ่งทั้งสองแห่งมีบรรยากาศท้องทุ่งเป็นจุดขายจุดเด่น และยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวได้ลงลึก เข้าถึงวิถีชุมชนอย่างสนุกสนาน ที่สำคัญมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยือนในสไตล์ วิถีไทยวิถีสิงห์

ทริปนี้ สาธรสัญจรทั่วทิศ มีโอกาสได้ไปเยือนสิงห์บุรีอีกครั้ง เมืองที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่มีเสน่ห์ มีความอบอุ่นมีความเป็นกันเอง และทุกครั้งที่ได้มาเยือนก็จะได้รับมิตรภาพดีๆ ความรักความอบอุ่นกลับไปเสมอ เช่นกันครั้งนี้ได้เดินทางร่วมทริปกับสื่อมวลชน 1 รถตู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงสิงห์บุรี พักค้างแรม 3 วัน 2 คืน ภายใต้ชื่อทริป สบายดีสิงห์บุรีเมืองน่าอยู่ ในพื้นที่รับผิดชอบของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ที่ดูแล 3 จังหวัด ประกอบด้วย สิงห์บุรี, ลพบุรีและชัยนาท โดยท่าน ผอ.จิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี และ ท่านรอง อารีย์ ฤกษ์สภาพ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี และทีมงานคุณภาพร่วมเดินทางตลอดเส้นทาง

จิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี

รักนะ…ชุมชนหนองโขลงต้องเที่ยว

ชุมชนหนองโขลงต้องเที่ยว เป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงเกษตร ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยนาข้าวสีเขียวขจี ลมเย็นพัดโชยอยู่ตลอด มีสะพานไม้ทอดยาวท่ามกลางทุ่ง มีต้นกร่างที่มีอายุ 200 กว่าปีเป็นแลนด์มาร์ค จุดเด่นที่สำคัญ บ้านหนองโขลงมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ฐานย่ำดิน ฐานสปาสุ่มไก่ ฐานเลี้ยงไส้เดือน ฐานปุ๋ยหมัก และฐานที่ใครไปใครมาต้องมาชิมอาหารอร่อยที่ฐานก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ซึ่งใช้วัตถุดิบของที่นี่ เป็นวัตถุดิบที่มาจากในชุมชนทั้งหมด โดยเฉพาะแป้งที่โม่เอง ผักปลูกเอง สะอาดและปลอดภัย ภายใต้การบริหารงานของกิตติกานต์ ชื่นกลิ่นผู้ใหญ่บ้านหนองโขลง

กิตติกานต์ ชื่นกลิ่น ผู้ใหญ่บ้านหนองโขลง

กิตติกานต์ ชื่นกลิ่น ผู้ใหญ่บ้านหนองโขลง เล่าว่า บ้านหนองโขลง อยู่ที่ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากความคิดของผู้นำและชาวบ้านรวมตัวกันบนพื้นที่ 8 ไร่ และได้ตามรอยในหลวงในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยเมื่อปี พ.ศ.2561 ได้มีโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลมาเป็นเงินตั้งต้นโครงการชุมชนท่องเที่ยว ซึ่งที่นี่ส่วนใหญ่ทำนาบางปีน้ำน้อยชาวบ้านไม่มีรายได้ เราจึงใช้กิจกรรมในการทำเกษตรกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวและได้ทำสะพานไม้ไผ่ยาวกว่า 130 เมตร เพื่อให้เป็นจุดสำหรับเช็กอิน ฟินกับทุ่งนาอย่างใกล้ชิด โดยมีต้นกร่างที่มีอายุ 200 กว่าปี ที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่

และที่นี่ ยังมีที่พักโฮมสเตย์ พร้อมด้วยกิจกรรมตักบาตรในตอนเช้า หรือการดักกุ้งฝอยในนาข้าวเก็บผัก เก็บไข่มาใช้ในการทำอาหารเช้าแล้วก็มีกิจกรรมตามฐานต่างๆ เช่น ฐานการเลี้ยงไส้เดือนในการไปทำปุ๋ย ฐานการทำนา ซึ่งเป็นไฮไลต์ของที่นี่ รวมถึงฐานการย่ำดินในการสร้างบ้านดิน ทำปุ๋ยหมักมีการเลี้ยงแพะ เลี้ยงหนูนา รวมถึง ฐานทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ โดยใช้ข้าวเจ้าในนา เป็นข้าวปลอดสารพิษ และนำมาโม่ทำเป็นแป้งสดๆ ซึ่งจะได้นุ่มและอร่อย ส่วนไส้ของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อก็เป็นผักที่เราทำเองปลูกเองเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ รวมถึงน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็อร่อย นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงหนูพุก ทำไม้มงคล ทำกะหรี่ปั๊บ ทำโดนัทจิ๋ว ซึ่งแต่ละฐานแต่ละกิจกรรมมีผู้สาธิต โดยผู้รู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นทั้งสิ้น

ถ้าสนใจจะมาท่องเที่ยว ชุมชนบ้านหนองโขลงของเราจะเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-20.00 น.หรือจะเข้ามาศึกษาดูงานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง รับเป็นหมู่คณะ ทั้งกรุ๊ปเล็กกรุ๊ปใหญ่ และที่สำคัญที่นี่มีเด็กและเยาวชนที่เข้มแข็ง มีการแสดงตั้งแต่ฟันดาบ รำมวยไทย รำบายศรีสู่ขวัญ และการตีกลองยาวประยุกต์

ชุมชนบ้านหนองโขลง ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี สนใจติดต่อร่วมทำกิจกรรมได้ที่ผู้ใหญ่บ้านโทร. 0854220991

 

จากบ้านหนองโขลงถึงเรือนเมธา

เมธา ญาดี  เจ้าของ เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี เล่าว่า ซึ่งสิงห์บุรีเป็นเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของภาคกลาง เป็นเมืองที่ราบลุ่มเจ้าพระยาที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะการทำนาข้าว ถือว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทย ขณะที่ เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ เป็นที่พักเล็กๆ อยู่ท่ามกลางทุ่งนาข้าว และอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรี คือ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน วัดโพธิ์เก้าต้น ซึ่งห่างจากที่พักเพียง 2.5 กม.เท่านั้น จุดเด่นของที่นี่คือ บรรยากาศท้องทุ่ง ที่หลายคนอยากมาสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น

เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี เริ่มก่อสร้างลงเสาตั้งแต่ปี 2560 และการทำโฮมสเตย์ทำให้เมธารู้จักเพื่อนมากขึ้น แต่ถามว่าเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญหรือไม่ ตอบว่าใช่ แต่ไม่ใช่ที่สุด ที่สุดคือ มิตรภาพ ทุกคนที่มาเยือนเสมือนเป็นญาติ ที่มาเยี่ยมเยียนบ้านของเมธา ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมิตรไมตรี ภายในพื้นที่ 2 ไร่ประกอบด้วย บ้านไทย 2 ชั้น ข้างบนมีห้องพัก 2 ห้อง ส่วนข้างล่างใช้เป็นที่นั่งพักผ่อน รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น พับใบเตย สำหรับใส่บาตร ทำขนมไทยต่างๆ เมธา อยากให้พักผ่อนนอนกับอากาศที่สบายๆ มากกว่าในห้องแอร์ นอกจากนี้ยังมี บ้านทรงโมเดิร์น 2 ห้อง และมีห้องพักสไตล์โฮมสเตย์ ที่อยู่ติดกับบ้านพักอาศัยของเมธาเอง

เมธา ญาดี  เจ้าของ เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี

มาถึงเรือนเมธาแล้ว เราได้เตรียมเครื่องดื่มไว้ต้อนรับริมทุ่ง ที่ร้านดิวคอฟฟี่ มีเครื่องดื่มหลากหลายไว้บริการ โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ มะกรูด-มะนาว น้ำผึ้ง ที่ใครได้ชิมแล้วต้องติดใจ เพราะใช้มะกรูดสดจากต้น รวมถึง กาแฟทุ่งระจันที่ไม่เป็นสองรองใคร

อย่างไรก็ตาม โฮมสเตย์ ก็เป็นธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว เรายินดีต้อนรับทุกท่านที่ต้องการสถานที่สำหรับการพักผ่อน เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศกลิ่นอายของธรรมชาติในแบบฉบับของลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง สิ่งหนึ่งที่นอกเหนือจากที่พักแล้วก็จะมีเรื่องของอาหารไทยพื้นบ้าน ที่คุณแม่ละเมียด แสงสว่าง (คุณแม่หวาน)ลงครัวด้วยตัวเอง ซึ่งอาหารพื้นบ้านเป็นอาหารวิถีชีวิตของคนจังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงอาหารที่เวียนไปตามฤดูกาล

วีกิจ นาคประสิทธิ์ เจ้าของร้านดิว คอฟฟี่

ซึ่งนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้พักผ่อนแบบสบายๆ ยังได้พบกับกิจกรรม เช่น การทำขนมไทย ซึ่งคุณแม่ละเมียด แสงสว่าง ถือว่าเป็นครูภูมิปัญญา อาหารไทยพื้นบ้าน ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน โดยเฉพาะอาหารเย็นมื้อค่ำ เช่น เส้นแกงร้อนสูตรโบราณ เป็นอาหารที่หาทานได้เฉพาะช่วงงานบุญเท่านั้น ต้มยำปลารสจัดจ้าน ทอดมันปลาเนื้อแน่น หรือ ปลาช่อนแม่ลาทอด ผัดสายบัว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในพื้นที่ รวมถึง ผักสดปลอดสารของเมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์

ขณะที่ขนมไทย ก็มีกิจกรรม สาธิตการทำขนมฝอยทอง ซึ่งถือว่าเป็นขนมไทยโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ของสิงห์บุรี ใช้ในงานมงคล เราถึงจะได้รับประทานขนมไทย เช่น ฝอยทอง ทองหยอด เม็ดขนุน แต่ฝอยทองนักท่องเที่ยวจะได้ลงมือทำอย่างสนุกสนาน นอกเหนือจากนั้น เรายังได้อุดหนุนช่วยเหลือชาวบ้านที่เลี้ยงเป็ดไร่ทุ่ง นำมาทำขนมให้นักท่องเที่ยวได้รับประทาน ซึ่งเราอาจทำธีมทำขนมไทยอยู่ใต้ถุนบ้าน ทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงวิถีของชาวบ้านมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการ สาธิตพับดอกบัว หรือการพับใบเตย เพื่อติดรถช่วยเพิ่มความหอมและความสวยงามแบบไทยๆไปพร้อมกัน  หรือนำไปบูชา ไหว้พระ เพราะจังหวัดสิงห์บุรีมีวัดที่สวยงามมากมาย

และที่ เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ ในช่วงเช้ามี กิจกรรมใส่บาตร เพราะเราอยากให้นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาต่างจังหวัด ได้ตื่นขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศสดชื่น พบกับอากาศดีๆ พร้อมกับเสริมสิริมงคลให้กับตัวนักท่องเที่ยวเอง และยังได้อุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนค่ายบางระจัน เราได้มาอาศัยบนแผ่นดินตรงนี้ เราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เพราะบรรพชนของเราได้ปกป้องแผ่นดินไว้ให้เรา หลังจากใส่บาตรตอนเช้าเรียบร้อย เสิร์ฟด้วยเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ ขนมปัง เสิร์ฟและรับประทานในบรรยากาศทุ่งนา ทำให้เรามีความสุขกับการดื่มด่ำธรรมชาติ อรรถรสแห่งการพักผ่อน

“เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวมองว่าสิงห์บุรีเป็นเมืองผ่าน แต่ปัจจุบันสิงห์บุรีถือว่าเป็นเป้าหมายของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันถือว่าเป็นอันซีนทัวร์ไทยแลนด์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี ช่วยแนะนำสถานที่นี้ให้เป็นที่รู้จัก อยากให้ลองมาสัมผัสเมืองสิงห์บุรี ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาช่อนแม่ลา เทศกาลกินปลา ยินดีต้อนรับทุกท่าน” เมธา ญาดี กล่าวทิ้งท้าย

สนใจร่วมกิจกรรมหรือสำรองที่พัก เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี โทร.093-263-9119 หรือติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก เมธา คันทรี่วิว โฮมสเตย์ สิงห์บุรี

ขอบคุณ ททท.สำนักงานลพบุรี

สาธรสัญจรทั่วทิศ