ถอดสูทนักบริหาร”ศุภสิน ลีลาฤทธิ์” ดูของสะสมโมเดลการ์ตูนญี่ปุ่น สุขใจที่ได้เห็นเหล่าฮีโร่รวมตัวกัน

 

 

คุณศุภสิน ลีลาฤทธิ์  หัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท บีจี โฟสต กล๊าส จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวัสดุก่อสร้าง บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) พร้อมควบตำแหน่งรองประธานสโมสรบางกอกกล๊าสและอุปนายกสมาคมฟุตบอลไทย เรียกได้ว่า  เป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอล และยังเป็นอีกหนึ่งผู้หลงใหลในการสะสมโมเดลการ์ตูนญี่ปุ่น อีกด้วย

ในฐานะผู้บริหาร คุณศุภสินมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มานานกว่า 20 ปี ทำให้ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจทั้งในแวดวงธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจในเครือบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 บางกอกกล๊าสได้ริเริ่มการดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายกระจกแผ่นนำเข้าจากต่างประเทศ ต่อมาได้เริ่มผลิตกระจกแผ่นภายใต้แบรนด์ BGF จนธุรกิจกระจกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  เขาจึงเข้ามาบริหารงานในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ของ BGF อย่างเต็มตัว ซึ่งปัจจุบันได้ต่อยอดจากธุรกิจกระจกไปสู่ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

“จริงๆผมเข้ามา BG เริ่มจากเป็นเซลล์ขายต่างจังหวัด อิฐแก้วเจ้าแรกของประเทศไทย เมื่อ 27 ปีที่แล้ว จากเซลล์ธรรมดาจนมาได้ดูแลการตลาดอิฐแก้ว ต่อมาดูโปรดักส์ขวด และโลจิสติกส์ ก่อนขยายมาดูแลด้านไอทีของบริษัท ทำให้ได้เรียนรู้ระบบงาน ได้ศึกษารายละเอียดแต่ละโครงการ เวลาเราแก้ปัญหาเราจะรู้แนวทางปฏิบัติ และให้คำแนะนำได้ถูกต้อง”

        “ปัจจุบันบางกอกกล๊าสมีการขยายไปสู่การค้าปลีกหรือ B2c จากธุรกิจ B2B ที่ค้าขายกับบริษัทใหญ่เป็นหลัก การค้าปลีกกลยุทธ์การตลาดจะไม่เหมือนเดิมต้องเริ่มจาก Service Mind ก่อนเลย บางกอกกล๊าสไม่เคยมีอยู่เลย มันต้องเริ่มปรับเปลี่ยน นอกจากนี้ เราเป็นโรงงานผลิต basic Glass ก็จะมีเป็นพวกกระจกพิมพ์สี ตอนนี้เรามีแผนบุกตลาดเวดดิ้งสตูดิโอ กำลังพยายามทำตลาดตรงนี้อยู่” คุณศุภสิน เล่าถึงแผนงานของบางกอกกล๊าส

ในชั่วโมงที่ต้องอยูกับงานคุณศุภสิน  ก็จะจริงจังกับงานจนเป็นที่ยอมรับในเเวดวงธูรกิจ เเต่ในวันหรือชั่วโมงที่ถอดสูทออกจากโหมดนักบริหารอยากพักผ่อนเขากลับอยู่ของเล่น ของสะสมโมเดิลการ์ตูนญี่ปุ่นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เเต่ของเล่นชิ้นเล็กเหล่านั้นกลับสามารถสร้าง “สุข” ให้กับตัวเองอย่างมาก มันเป็นตัวการ์ตูนเหล่าฮีโร่ญี่ปุ่น ที่สมัยเด็กๆที่ได้ชมผ่านโทรทัศน์เป็นความทรงจำสมัยเด็กๆ ทุกวันนี้ยังประทับใจไม่ลืม เมื่อได้เห็นในรูปแบบโมเดลก็น่ารักดี เลยสะสมมาเรื่อยๆ

“เริ่มจากไปญี่ปุ่นกับลูก เขาซื้อโมเดลกันพลามาหนึ่งตัว แต่เขาต่อไม่เสร็จ แล้วให้ผมต่อให้เสร็จ หลังจากนั้นก็มาอยู่ที่พ่อ ตอนนั้นเขาอยู่แค่ม.1  ตอนนี้ลูกโตแล้วครับ เรียนคณะทันตแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตอนแรกเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย แต่พอต่อเสร็จเราก็รู้สึกภูมิใจ มันฝึกสมาธิได้นะ”

หลังจากวันนั้น คุณศุภสิน จึงเริ่มสะสมโมเดลการ์ตูนญี่ปุ่นมาเรื่อยๆ และเกือบทุกชิ้นซื้อมากจากประเทศญี่ปุ่น ราคาไม่เเพงบางตัวเเค่หนึ่งร้อยบาท จากไม่กี่ตัวจนทุกวันนี้มีเต็มตู้ 2-3 ตู้

“เมืองโอซากะ จะมีแหล่งที่สะสมโมเดลกันพลา ทำให้ผมเลยเถิดมาจนถึงวันนี้ ด้วยความไม่ได้ตั้งใจ เห็นตัวไหนสวยก็ซื้อตัวนั้นมา บางส่วนคือ กาชาปองเป็นจิ๊กซอว์ที่จะเอามาต่อเป็นตัวใหญ่ๆ ความยากของ  กาชาปองคือต้องไปหยอดเหรียญให้ได้ชิ้นส่วนครบทุกชิ้นแล้วนำมาต่อเข้าด้วยกัน  แต่ผมจะมีทางลัดคือไปที่ร้านขายของที่ระลึกที่ขายกาชาปองที่ครบเซ็ทแล้วเพราะมีเป็นพันๆชิ้น”

“ผมจะเก็บภาพรวมเสียมากกว่าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ เราก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเก็บ มันมาทีละตัวสองตัวหันมาดูอีกทีมันมีเยอะโดยไม่รู้ตัว อย่างตัว series 8 เป็น Classic everland เมื่อรวมตัวกันสวยดี ถ้ามันอยู่ตัวเดียวก็คงดูธรรมดา ที่ญี่ปุ่น ตัวเก็ตเตอร์ ถือว่าเป็นการ์ตูนคลาสสิค อุลตร้าแมนก็จะคลาสสิค Gundam Original  ผมไม่รู้จักหรอกนะแค่สะสมเฉยๆ ผมต้องไปเดินหลายๆร้านราคาไม่ได้แพงบางตัว 100 กว่าบาท” คุณศุภสิน เล่าถึงโมเดลการ์ตูนที่สะสม

สำหรับแผนชีวิตในอนาคต คุณศุภสิน บอกด้วยว่า ตอนนี้พอใจกับสิ่งที่เป็นวันนี้พอใจกับสิ่งที่ทำวันนี้   ไม่ว่าในอนาคตจะทำอะไรคงเริ่มที่ครอบครัวเพราะการทำอะไรด้วยกัน จะมีแรงสนับสนุนกันไปเป็นทีมเวิร์ค