ททท.เผยทิศทางตลาดท่องเที่ยวปี 62 ชูเมืองรอง กระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งเป้าโตเฉลี่ย 11.5

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยทิศทางตลาดการท่องเที่ยวปี พ.ศ. 2562 โดยได้รับเกียรติจาก นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการ ททท. รวมถึงผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ททท. พันธมิตรการท่องเที่ยว และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์

นายยุทธศักดิ์ สุภสร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้วางแผนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หวังใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นหรือเมืองรอง เมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 4 ล้านคนครั้ง ขณะเดียวกันก็เข้าถึงชุมชนที่มีความเปราะบาง แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบ และสุดท้ายประชาชนต้องอยู่ดี มีสุข นับเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ภายใต้บริบท และปัจจัยสิ่งแวดล้อมของเศรษฐกิจโลก

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สำหรับปี 2562 ททท.ยังคงดำเนินการต่อยอด การใช้วิธีการกินนำไปสู่การสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น เดินหน้าตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่น พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร การปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น ตามมาด้วย การสร้างมูลค่าเพิ่มจากคอนเทนท์ ให้น่าสนใจและมีเสน่ห์ โดยให้คนท้องถิ่นเป็น Local Hero ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักเมืองไทยมากขึ้น ภายใต้ธีม เที่ยวเมืองไทยเท่กว่าที่เคย หรือ Amazingไทยเท่ เล่าเรื่องราวเชิงสังคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

รวมถึงการสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งททท.ได้จัดกิจกรรมลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 83 โครงการ และสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้กว่า 1 หมื่นกิโลกรัม สำหรับปีหน้าจะเพิ่มความสำคัญของ CSR เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมและรอบด้าน และชูอัตลักษณ์เมืองรอง โดยการสร้างสรรค์เส้นทางท่องเที่ยว กระจายการเดินทางจากเมืองหลักสู่เมืองรองตามแนวคิด ABC ดังนี้ A-Additional คือ เส้นทางเมืองหลักเชื่อมต่อเมืองรอง B-Brand New คือ เส้นทางสู่เมืองรองที่มีศักยภาพ และ C-Combined คือ เส้นทางเมืองรองเชื่อมต่อเมืองรอง และที่สำคัญ ททท. มีนโยบาย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สร้างการะแสการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เป็นการท่องเที่ยวแบบมีน้ำใจ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และจะไม่ต่อรองเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

สำหรับตลาดเป้าหมายกลุ่มผู้สูงอายุ และสตรี มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ส่วนกลุ่มเจนวาย ก็มีความชัดเจนเรื่องการใช้เทคโนโลยี และมีบทบาทในการใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างกระแสการท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มคนทำงาน กลุ่มประชุมสัมมนา ท่องเที่ยวเปรียบเสมือนรางวัล จะช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์ของห้องพักได้มากขึ้น รวมถึงกิจกรรม CSR ในชุมชนที่มีศักยภาพ เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง และสร้างความผูกพันได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ททท.ได้ตั้งเป้าหมายรายได้ทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศและในประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 โดยรายได้จากการเติบโตของตลาดต่างประเทศร้อยละ 12 ส่วนตลาดในประเทศร้อยละ 10 ดังนั้น สำหรับตลาดภายในประเทศ ททท. จึงวางประเทศไทยเป็น Weekend Destination เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างความสุข สร้างความประทับกับน้ำใจของคนไทย แบบไทยๆ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาสัมผัสเมืองไทย ในหลายๆแง่มุมที่ยังคงซุกซ่อนอยู่ เพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก

ปิดท้าย ด้วยการขับร้องเพลงประสานเสียงจากน้องๆ และมอบถุงผ้าให้ท่านรัฐมนตรี เป็นการบ่งบอกเชิงสัญลักษณ์ เพื่อตอกย้ำการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่องเที่ยวไทยวิถีไทยเก่ไก๋อย่างยั่งยืน