ททท.เผยแผนปี 63 พร้อมชู อีสานเขียว-COOL คอนเซ็ปต์ กระตุ้นท่องเที่ยวอีสาน มั่นใจรายได้โต 10 เปอร์เซ็นต์

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า แผนการตลาดในปี 2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ปรับฐานสร้างความสมดุลให้มากขึ้น ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 70 เปอร์เซ็นต์ คนไทยจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ ให้มีสัดส่วน 50/50 ภายใน 3-5 ปี เพื่อสร้างความสมดุลทางการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืน

สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.

สำหรับททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแผนกระจายสัดส่วนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้ง 8 สำนักงาน 20 จังหวัดภาคอีสาน ททท.มองว่าเราจะเพิ่มสัดส่วนการตลาด โดยตั้งเป้ารายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยภาพรวมนักท่องเที่ยวมองอีสานว่าไกล อีสานร้อน ททท.จะพลิกภาพจำของนักท่องเที่ยวใหม่ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ภาคอีสานจะขยับสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆในประเทศไทย เพราะ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแผนยุทธศาสตร์ และทำให้การท่องเที่ยวอีสานได้ความสุข ทำอีสานร้อนให้เป็นอีสานเย็น

สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ทั้งนี้ ฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศไทยแบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว ซึ่งฤดูร้อนนักท่องเที่ยวจะนึกถึงทะเล ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะนึกถึงภาคเหนือ และมีภาคอีสานบ้าง แต่พอหน้าฝน นักท่องเที่ยวมองว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น มองว่าฝนคือ อุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยว แต่ ททท.จะทำให้อีสานมีความคูล ด้วย COOL คอนเซ็ปต์ เพื่อลบภาพจำว่าอีสานร้อน

มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ

ดังนั้น ททท.จะชูการท่องเที่ยวอีสานหน้าฝน ให้เป็นช่วงฤดุที่มีความสุข มีความคูล ในคอนเซ็ปต์ “อีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน” เดินทางท่องเที่ยวได้เดือนพฤษภาคมเริ่ม จุดบั้งไฟพญานาคขอฝนก่อนยาวไป ถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของภาคอีสาน พอถึงหน้าหนาว จะต่อด้วยคอนเซ็ปต์ อีสานเขียวเที่ยวหน้าหนาว ซึ่งยังมีความเขียวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงการนำเสนอทะเลหมอก ทะเลภูเขา และทะเลดอกไม้ในภาคอีสาน

การแสดงศิลปวัฒนธรรม จังหวัดขอนแก่น

ส่วน 2 เดือนที่เหลือคือ เดือนมีนาคมและเมษายน เป็นช่วงงานบุญเดือนห้ามหาสงกรานต์ เพราะเทศกาลงานสงกรานต์อีสานเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย และติดระดับโลก การันตีโดย กินเนสส์บุ๊ค เวิลด์เรคคอร์ด คือ งานมหาสงกรานต์ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับแม่น้ำ เสมือนเป็นแอ่งน้ำทะเลเทียม ในพื้นที่ท่องเที่ยวของภาคอีสานที่ติดกับแม่น้ำโขง รวมถึงร้านอาหาร ร้านกาแฟที่มีความเท่อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการเปิดมติเที่ยวกลางคืนมากขึ้น พร้อมกับการปรับอีสานร้อนแล้ง ให้เป็นอีสานเขียวด้วยแนวคิด COOL คอนเซ็ปต์ จากวิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์ ประกอบด้วย

ฝีตาโขน จังหวัดเลย

C-Cuisine Special เรื่องราวอาหารอร่อย รสชาติเด็ด เป็นอาหารที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนอีสานอันชาญฉลาด หรืออาหารถิ่นชื่อดัง 20 จังหวัดภาคอีสาน ร้านอาหารแนะนำชวนชิมริมทาง หรือ ร้านกาแฟเท่ๆ ชิคๆ รวมถึงอาหารทะเลในภาคอีสาน

O-Oriental Heritage เรื่องราวการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศาสนา เส้นทางตามรอยอารยธรรมของภาคอีสาน ประเพณีฮีต 12 คอง 14 จารีตประเพณีชาวอีสาน ต่อยอดนำเสนอในมิติใหม่ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เยี่ยมเยียนเมืองรอง ท่องเที่ยววิถีชุมชน

หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

O-Outstanding Look เรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่ยังไม่ค่อยรู้จัก (Unseen) มาเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในกิจกรรมมากยิ่งขึ้น เช่น ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวราคาหลักร้อยแต่วิวหลักล้าน และเส้นทางตามรอยอารยธรรม อีสานเหนือ ตามรอยพญานาค อีสานกลาง ตามรอยไดโนเสาร์ และอีสานใต้ ตามรอยอารยธรรมอีสานใต้

L-Linkage Travel แนวทางการเชื่อมโยง พันธมิตร เครือข่ายการเดินทางท่องเที่ยวสู่ภาคอีสาน ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเส้นทางเดินสาย ทั้ง 7 เส้นทาง ประกอบด้วย

1.เส้นทางท่องเที่ยวสวยสุดคลาสสิก (Romantic) เป็นเส้นทางท่องเที่ยวตามเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงที่สุดโรแมนติก หรือที่หลายคนบอกว่า ค่าใช้จ่ายหลักร้อยแต่วิวหลักล้าน

ส้มตำรสเด็ด ที่หมู่บ้านวัฒนธรรมชนเผ่าไทยญ้อ ชุมชนบ้านโพน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

2.เส้นทางท่องเที่ยวเรียบง่ายสบายๆ (Lifestyles) ถือว่าเป็นเสน่ห์ของอีสาน สัมผัสวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น อัตลักษณ์ของชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนเชียงคาน จังหวัดเลย

3.เส้นทางท่องเที่ยวพักผ่อน (Slow life) เดินทางไหว้พระทำบุญ เส้นทางท่องเที่ยวภาคอีสานมีความโดดเด่น โดยเฉพาะเที่ยวสายบุญ

4.เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Culture) สิบสองคองสิบสี่ จารีตประเพณีของชาวอีสาน เที่ยวสายบุญได้ตลอด 12 เดือน ของ 20 จังหวัดภาคอีสาน

5.เส้นทางท่องเที่ยวผจญภัยและกีฬา (Adventure and Sport) เช่นที่จังหวัดบุรีรัมย์มีกีฬาระดับโลกเร็วๆนี้ หรือกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่บึงกาฬก็สุดยอด

ชุดแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ของชาวบ้านที่อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม

6.เส้นทางท่องเที่ยวบันเทิงและช้อปปิ้ง (Entertainment and Shopping) อีสานมีแหล่งบันเทิงแหล่งช้อปปิ้งมากมาย

7.เส้นทางท่องเที่ยวมุมมองใหม่อีสานเหนือ กลาง ใต้ (Unseen) มีสถานที่ท่องเที่ยวเท่ๆ เช่น ตามรอยพญานาคที่อีสานเหนือ เส้นทางอีสานกลาง ท่องเที่ยวตามรอยไดโนเสาร์ และเส้นทางท่องเที่ยวอีสานใต้ ท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมทั้ง 7 เส้นทางท่องเที่ยวนี้เป็นการท่องเที่ยวแบบค่ำไหน นอนนั้น

มาลัยข้าวตอกหนึ่งเดียวในโลกที่ จังหวัดยโสธร

ส่วนเส้นทางการเดินทางเข้าอีสานนั้น มีเส้นทางบินที่เชื่อมโยง อีสานเหนือ กลางและใต้วันละกว่า 500 เที่ยวบิน ถือว่าเป็นจุดแข็งที่สำคัญ ส่วนการเดินทางด้วยระบบรางมี 2 เส้นทาง เช่น รถไฟ มีกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-อุบลฯ ที่สำคัญในไม่ช้าจะมีรถไฟความเร็วสูง จะช่วยให้อีสานเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากรถไฟความเร็วสูงสามารถช่วยดึงนักท่องเที่ยวหลักจากกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี และอีก 2 ปีข้างหน้า นักท่องเที่ยวตลาดหลักจากประเทศจีน จะเข้ามาด้วยการเดินทางระบบรางเพิ่มมากขึ้น เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากประเทศจีน มาเวียงจันทน์และเข้าประเทศไทยในภาคอีสาน 3 ล้านคนต่อปี อีสานจะได้ส่วนแบ่งทางการตลาด ที่สำคัญยังโชคดีเพราะอีสานมีประตูบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว เพราะภาคอีสานด่านชายแดนเกือบทุกจังหวัด จึงสามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเชื่อมโยงกับ 7 เส้นทางท่องเที่ยวในอีสาน หรือเส้นทางการท่องเที่ยวตามริมแม่น้ำโขง ตามมติ ครม. ได้เป็นอย่างดี

การฟ้อนรำอัปสราที่งดงงามที่ปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ การเดินทางด้วยรถยนต์ในภาคอีสานดีที่สุด เพราะมีเส้นทางเป็นโครงข่ายแบบใยแมงมุม ไม่ว่าฝนจะตก น้ำจะท่วมหรือถนนขาด เราก็ยังสามารถเดินทางได้ ที่สำคัญสามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้ทุกจังหวัดในภาคอีสานได้ ดังนั้น การเดินทางท่องเที่ยวหน้าฝนไม่มีอุปสรรคกับภาคอีสาน แถมยังได้ภาพลักษณ์เชิงบวก ช่วยทำให้รู้สึกเย็น เสมือนกับแคมเปญที่จะโปโมตปี 2563 “อีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน”

อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อที่ชุมชนบ้านห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู

“แฟล็กชิปที่จะทำให้เกิดรายได้หลักๆในปีหน้า และปีถัดไปจะมีการต่อยอด 2 ส่วนคือ โครงการเที่ยวตัวปลิวชิลอีสาน และ โครงการ เช็ก อิน กิน เที่ยว อีสาน เป็นการขยายวันพักค้าง โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้เข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจพักค้างให้มากขึ้น” นายสมชาย ชมภูน้อย กล่าวทิ้งท้าย

พญานาคราชวัดไทย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย