ท่องเที่ยวด้วยรถไฟ เที่ยวย้อนวัยใกล้กรุง สุขได้ไม่ต้องรอเกษียณ

เวลา 2 วัน  1 คืน ของทุกคนมีเท่ากัน เพียงแต่ว่าเราจะใช้เวลายังไงเพื่อเติมความสุขให้กับชีวิต ได้สนุก ได้ผ่อนคลาย  สัมผัสกับธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร และไอดินกลิ่นทุ่ง ที่ห่างไกลจากเมืองหลวงได้สักช่วงเวลาหนึ่งคงดีไม่น้อย จะเที่ยวคนเดียวหรือมาเป็นครอบครัวก็มีความสุข โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวใกล้กรุงได้พบเจอกับสถานที่แปลกใหม่ จากชีวิตเดิมๆ ด้วยการเดินทางด้วยรถไฟ การกันรันตีได้ว่า สุขได้ไม่ต้องรอเกษียณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง ได้ส่งหมายเชิญให้ร่วมทริป “นั่งรถไฟ ไปเที่ยวเขื่อน” ภายใต้แนวคิด มรดกแห่งสายน้ำ ซึ่งเป็นรถไฟขบวนพิเศษท่องเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ถือได้ว่า เป็นการท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้น เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว และยังเป็นการย้อนความทรงจำในวัยเยาว์ของหลายๆคนได้เป็นอย่างดี ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยนั่งรถไฟไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรือฉายเดี่ยวเดินทางคนเดียว อาศัยคนร่วมขบวนเป็นเพื่อนเดินทาง

ซึ่งกิจกรรมนี้มักจัดในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม ของทุกปี ซึ่งในปีนี้ เริ่มมาตั้งแต่ วันที่16 พฤศจิกายน 2562 ถึง 26  มกราคม 2563 ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มี ขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ เพื่อท่องเที่ยว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  “นั่งรถไฟลอยน้ำชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ไฮไลท์ที่สำคัญคือ เป็นรถไฟที่จะไปหยุดจอดที่สถานีกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่จุดชมวิว กิโลเมตรที่171-172 เพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้ลงไปชมวิวท้องน้ำอันกว้างใหญ่สุดสายตา สัมผัสลมหนาวที่กำลังแรง และสูดอากาศสดชื่นบริสุทธิ์  โดยให้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวความสุขเป็นเวลาประมาณ 30 นาที  (ควรเก็บหมวกไว้ในกระเป๋า เพราะลมแรงมาก)

รถไฟขบวนพิเศษนี้ ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร เวลา 07.10 น. มีรับส่งผู้โดยสารสถานีหลักเท่านั้น (สถานีสามเสน บางซื่อ บางเขน หลักสี่ ดอนเมือง รังสิต อยุธยา สระบุรี ชุมทางก่งคอย แก่งเสือเต้น) ส่วนผู้โดยสารสามารถขึ้นจากสถานีสระบุรี ซื้อตั๋ว ไป-กลับ สระบุรี –เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ราคา 110บาท  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1690 หรือโทร.02-220-4243  www.railway.co.th  สถานีรถไฟสระบุรี โทร.036-211091) หรือเดินทางเป็นหมู่คณะ ก็สามารถใช้บริการการท่องเที่ยวแบบ ONE DAY TRIP ท่องเที่ยววิถีไทยหัวใจอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ที่สำคัญข้าวกล่องรักษ์โลก เพราะกล่องข้าวและช้อนทำด้วยกาบหมากจากธรรมชาติ  โดยที่มี สมายแพลนเนททราเวล  ดูแลและให้บริการตลอดการเดินทาง (line ID : au_smileplanet )

หลังจากได้ชมวิวกันไปแล้ว ขบวนนี้จะนำผู้โดยสายไปส่งที่สถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อให้ได้ไปเที่ยวชมกิจกรรมต่างๆ เช่น ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ประวัติการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  หรือซื้อของที่ระลึก ของฝากจากผลิตภัณฑ์โอทอปจากชุมชน แล้วนั่งรถรางชมวิวทิวทัศน์บนสันเขื่อน เพื่อไปกราบสักการะขอพรสิ่งศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดสระบุรี

นมัสการหลวงปู่ใหญ่ป่าสัก พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวบริสุทธิ์ ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ประมาณ 10 กิโลเมตร  แล้วนัดหมายรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อนั่งรถไฟกลับสู่เมืองหลวง ในเวลา 15.30 น.

หากต้องการท่องเที่ยวด้วยรถส่วนตัว ก็สามารถแวะเที่ยวที่สำคัญๆ ได้อีกหลากหลายสถานที่ ของจังหวัด ภาคกลาง ไหว้พระทำบุญ กราบสักการะพระธรรมมุนี (หลวงพ่อแพ เขมังกโร) พระราชาคณะชั้นธรรมวัดพิกุลทอง ตำบลพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง ที่จังหวัด สิงห์บุรี

ซึ่งหลวงพ่อแพเป็นชาว จังหวัดสิงห์บุรี ตลอดชีวิตการบวชของหลวงพ่อแพ ท่านเป็นพระนักพัฒนาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แก่สังคมช่วยชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยากมาตลอด เป็นที่เลื่อมใส เคารพศรัทธาแก่ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างสูง ทำให้วัดพิกุลทองให้เจริญรุ่งเรืองมากในทุกๆด้าน

นอกจากนี้ใครที่ชื่นชอบสัมผัสวิถีชุมชนแบบเกษตรอินทรีย์แนะนำ ที่บ้านสวนขวัญ ตำบลมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ลองมาสัมผัสอุ่นไอสมุนไพรคลายความหนาวด้วยการแช่มือและแช่เท้าในน้ำต้มสมุนไพร 9 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ใบขลู่ ช่วยทำให้ผิวนุ่ม บำรุงผิวพรรณ ส่วนใบตากแห้งนำมาชงเป็นชาสมุนไพรใบขลู่ เพื่อใช้รักษาอาการนิ่วในไต (ยาขับปัสสาวะ) อาการอักเสบ อาการปวดหลัง นอกจากนี้ การดื่มน้ำต้มใบขลู่ยังช่วยทำให้เจริญอาหารและช่วยการย่อยอาหาร เป็นยาสมุนไพรแก้ท้องเสีย และยาบรรเทาอาการไอ ซึ่งมีข้อมูลงานวิจัยจากภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

และไม่ลืม แต่งไทยเที่ยววังเก่าและชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ (SOMDET PHRA NARAI NATIONAL MUSEUM ) ตั้งอยู่ที่ ถนนสรศักดิ์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เดิมเป็นวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ชื่อพระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือวังนารายณ์สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2209

และไปเที่ยวต่อกันที่ตลาดย้อนยุค ตลาดวิถีชุมชน ตำบลโคกตูม ซึ่งเป็นตลาดนัดเปิดวันเสาร์และอาทิตย์ เปิดเวลา 09:00 น.ถึง 16:00 น. ตั้งอยู่ใน ศูนย์การเรียนรู้บ้านดินมดแดง เป็นแหล่งเรียนรู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา, ผักอินทรีย์, ไข่เป็ด และพืชผลเกษตรของชาวบ้านในชุมชนขายในราคาไม่แพง และอิ่มอร่อยขนมไทยโบราณ ภายในตลาดยังมีจุดถ่ายรูปเป็นรูปปั้นเหมือนตัวละครดังในภาพยนต์ สีสันสดใสมากมายหลายจุด  ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ก่อนกลับกรุงเทพ แวะเติมพลังที่ร้าน อิน นา (IN-NA Café ) อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เติมพลังหอมกรุ่นด้วยกาแฟสดปรุงชีวิตให้ตื่นมาชมบรรยากาศท้องทุ่งนา ที่มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนที่ไหนๆ ที่สำคัญเจ้าของร้านบรรจงสร้างสรรเมนูด้วยใจรัก  เพื่อบ้านเกิดที่สวยงามและน่าอยู่ ให้นักเดินทางได้มาพักจิบกาแฟ ทานอาหาร ชมวิวท้องทุ่งนาสุดสายตา ผ่อนคลาย สบายใจ เพราะเสาไห้ ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แวะพักทักทายกันได้

และขอปิดท้ายด้วยบทกลอนสบายๆตามสไตล์ ไชยระวี ใต้ตะวันหรรษานกตัวน้อยบินคล้อยที่ทิวทุ่ง   ยังคงมุ่งสู่ทางไกลให้ถึงฝัน

แสงแดดจ้าปีกแกร่งกล้าท้าตะวัน  ใจของฉันสุขหรรษามาเที่ยวไทย”

ขอบคุณ กองการตลาดภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), การรถไฟแห่งประเทศไทย อำนวยความสะดวก

 เรื่อง/ภาพ ไชยระวี ใต้ตะวันหรรษา