พักผ่อนสุดฟินอินกับธรรมชาติ @ บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่รู้จักกันอย่างดี ถึงความสวยงามของธรรมชาติ เทือกเขาที่สลับซับซ้อน และอากาศเย็นสบาย รวมถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครของดินแดนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเมียนมาร์ ทางด้านทิศตะวันตก จนได้สมญาว่า “กาญจนบุรี แดนสวรรค์ตะวันตก”

รวมถึงสถานที่สำหรับการพักผ่อนสไตล์รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และเคียงข้างด้วยสายน้ำแควน้อย สัมผัสความเย็นฉ่ำและสนุกสนานกับกิจกรรม และมาเมืองกาญจน์แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ การล่องแพ โดยเฉพาะแพเปียก ที่ต้องบอกว่า ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เติมเต็มความสุขอย่างแท้จริงกับสายน้ำของ บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมเนียมของคนไทย ไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องเริ่มต้นที่การไปไหว้พระขอพรกันก่อน สำหรับเมืองกาญจน์แล้วก็ต้องไปกราบพระใหญ่ปางประทานพร ที่มีชื่อว่า “หลวงพ่อชินประธานพร” ที่มีขนาดหน้าตัก 5 วา 3 ศอก 9 นิ้ว และมีความสูงถึง 9 วา 9 นิ้ว ที่ วัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง  และมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสวยสง่างดงามบนยอดเขาที่ชื่อ เกร็ดแก้วมหาปราสาท ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ดังนั้น จะขึ้นไปได้ก็ต้องออกกำลังขากันก่อน ด้วยการเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้น แต่สำหรับเด็ก และคนชราที่เดินไม่ไหว หรือไม่สะดวกด้วยประการทั้งปวง ทางวัดเขาจัดรถกระเช้าให้ขึ้นคนละ 10 บาท นอกจากนี้ สำหรับสาวๆที่นุ่งสั้นดูไม่เหมาะกับการไปไหว้พระ ทางวัดมีบริการผ้านุ่งสีสันสวยงามผืนละ 20 บาท และถ้ามาวัดนี้แล้ว ไม่ได้เข้ากราบพระในถ้ำเสือ และกราบสรีระของเจ้าอาวาสที่ไม่เน่าไม่เปื่อย ถือว่า มาไม่ถึง วัดถ้ำเสือ

หลังจากอิ่มบุญกันแล้ว ได้เวลาเดินทางต่อไปที่จุดหมายปลายทางแห่งความสุขของทริปนี้ที่ บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ที่ต้องบอกว่า การเดินทางใกล้นิดเดียว

บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา อยู่ภายใต้การบริหารงานโดยผู้ที่หลงรักธรรมชาติ คุณจรัล เดชประทุม ภายในรีสอร์ท มีห้องพักทั้งหมด จำนวน 74 ห้อง ประกอบด้วย ห้องพักแบบแพพักริมแม่น้ำ จำนวน 14 ห้อง พร้อมห้องคาราโอเกะริมน้ำ และ อาคารพักริมแม่น้ำ ที่มีชื่อเรียกว่า “อิงธารา” เป็นอาคารสูง 3 ชั้น จำนวน 60 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องออกแบบตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี ที่แตกต่างกันไป ให้ได้สัมผัสความสุขในห้องพักหลากสไตล์ แต่รับรองว่า ทุกห้องสวยงาม ชวนพักผ่อน ซึ่งเป็นห้องพักที่สามารถชมวิวแม่น้ำสวยงามได้อย่างชัดเจน รวมถึงทิวเขาที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งจะสวยงามมากๆยามตะวันลับเหลี่ยมเขาในตอนเย็น

จรัล เดชประทุม CEO Banana Resort and Spa

นอกจากนี้ยังมี เรือนกล้วยไม้ สามารถพักได้จำนวน  8 คน และเรือนไม้หอม ที่สามารถพักได้จำนวน 10 คน เพื่อรองรับการมาเที่ยวเป็นหมู่คณะ ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวสูง และยังสามารถจัดให้เป็นห้องคาราโอเกะส่วนตัวในบ้านนี้ได้อีกด้วย ขณะที่ อาคารอิงผา เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ที่ตั้งโดดเด่นริมน้ำ ที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้อย่างชัดเจน มีห้องพัก จำนวน 5 ห้อง

และที่สำคัญยังมี ห้องจัดเลี้ยง มะลิอ่อง สามารถรับการจัดงานในหลากรูปแบบเช่น แบบค็อกเทล สามารถรองรับได้จำนวน 250 คน หรือถ้าจัดแบบโต๊ะจีน สามารถรองรับได้ถึง 150 คน รวมถึงลานจัดกิจกรรม งานเลี้ยงกลางแจ้ง พร้อมเวที แสง สี เสียงในทุกๆคอนเซ็ปต์ ซึ่งทั้งหมดมีพื้นที่กว่า จำนวน 45 ไร่

และที่ขาดไม่ได้คือ ห้องอาหารบานาน่า ให้บริการอาหารเริ่มต้นตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 10.00 น. อาหารเย็นตั้งแต่ 18.00-21.00 น. ซึ่งสามารถสั่งเมนูอาหารไทยรสเด็ดหลากหลายชนิด อาทิ ทอดมันหัวปลี สูตรของรีสอร์ท หรือยำหัวปลี และห้ามพลาด แกงเลียงหัวปลี นอกจากนี้ มาเมืองกาญจน์ทั้งที ห้ามพลาด อาหารประเภทปลา เช่น ปลาคัง ปลาทับทิม หรือปลากะพง ต้องบอกว่า ความสุขอยู่แค่เอื้อม

อิ่มท้องกันแล้ว เดินกินลม ชมวิว กันเพลินๆ จากนั้นไปพักผ่อนให้สบายตัวกับ บานาน่า สปา มีทั้งบริการนวดแผนไทย นวดน้ำมัน และนวดเท้า ซึ่งสามารถโทรจองล่วงหน้าได้เพียงครึ่งชั่วโมง เพื่อการผ่อนคลาย ในบรรยากาศการตกแต่งแบบไทยๆ ท่ามกลางธรรมชาติ และที่สำคัญ สำหรับคนยุคใหม่ บานาน่า รีสอร์ท มีโซนที่จัดตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงาม สำหรับการถ่ายภาพสวยๆ น่ารักๆ เพื่อแชร์ประสบการณ์ บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ อย่างมีความสุขกับแดนสวรรค์ตะวันตก

และถ้ามาเป็นคณะ ทางรีสอร์ทมีโปรโมชั่นพิเศษ เพียงท่านละ 1,500 บาท ในวันศุกร์และวันเสาร์ และ 1,400 บาท ในวันธรรมดา ซึ่งเป็นราคาที่รวมห้องพัก อาหารเช้า อาหารเย็น จำนวน 7 รายการ และยังรวมกิจกรรมล่องแพ, คาราโอเกะ และซอฟท์ดริงก์

อย่างไรก็ตามมาถึงเมืองกาญจน์ทั้งที ต้องไม่พลาดไฮไลต์ของ บานาน่า รีสอร์ท คือ การล่องแพเปียก ระยะทาง 6-7 กิโลเมตร กับความสุขเปี่ยมล้น 1 ชั่วโมงเต็ม และที่สำคัญ มีระบบความปลอดภัยสูง จึงมั่นใจได้ ตั้งแต่ให้ลูกค้าสวมถุงเท้า เพื่อกันหินบาดเท้า ซึ่งบางจุดสามารถเล่นน้ำตื้นได้ และสวมเสื้อชูชีพ ลัดเป้า เพื่อความปลอดภัยสำหรับเล่นน้ำ นี่คือ กฎระเบียบที่เคร่งครัด

ระหว่างการล่องแพมี 3 จุดไฮไลต์ ที่จะปล่อยให้เล่นน้ำ ลอยคอ กระโดดน้ำ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และที่สำคัญ ทางรีสอร์ท มีบริการถ่ายรูป โดยพนักงานอัธยาศัยดี รู้มุมกล้องสวยๆ และสร้างสรรค์ความสนุกสนาน ให้ทุกคนฟิน และอินไปกับบรรยากาศของแม่น้ำแคว ที่จะไหลคดเคียวไปตามป่าเขา และธรรมชาติที่เขียวขจีอย่างสวยสดงดงาม ในช่วงปลายฝนต้นหนาว

และขึ้นแพที่จุดสุดท้าย เพื่อบันทึกภาพไฮไลต์กับแอคชั่น “กระโดด” อย่างสนุกสนานกับวิวภาพแพ และวิวแม่น้ำอย่างสวยงาม และนำภาพไปใส่กรอบสวยๆ เป็นที่ระลึกจำหน่ายราคาเพียง 100 บาท ให้เก็บความประทับใจกลับบ้าน จากนั้นเดินเท้า ประมาณ 500 เมตร ซึ่งจะได้ชมสวนผลไม้ผสมหลากหลายชนิด ซึ่งนอกจาก กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง ที่ใช้ทำกล้วยตากแสนอร่อยแล้วยังมี กล้วยหอมทอง, กล้วยไข่, กล้วยงาช้าง, กล้วยเทพนม. กล้วยร้อยหวี หรือ กล้วยบัวชมพูที่มีสีสวยงามราวกับดอกบัว

ความพิเศษของรีสอร์ท ยังไม่หมด เพราะที่นี่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง คือ วิสาหกิจชุมชนชายแดนไทยทวาย ภายใต้การนำของ คุณสมชาย เกิดรื่น ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชายแดนไทย-ทวาย  ที่ได้บริหารจัดการ และมีการรวมตัวกันของชาวบ้านในชุมชน จำนวนกว่า 20 ราย เพื่อการทำกล้วยตากพลังแสงอาทิตย์ที่มีรสชาติดี ส่งขายไปทั่วประเทศ โดยผ่านกระบวนการ และขั้นตอนที่สะอาด ปลอดภัย โดยการรับซื้อกล้วยดิบจากชาวชุมชน ในราคาการันตี หวีละ 10 บาท ในกรณีที่กล้วยราคาตก จากกล้วยดิบจำนวนมากๆ จะนำเข้าโรงบ่มให้สุกประมาณ 7 วัน จากนั้นนำไปปอก และตากในโดมสีขาวที่มีอุณหภูมิความร้อนมากกว่าข้างนอก ทั้งนี้ จะตากตอนเช้าและเก็บในตอนเย็น โดยใช้เวลาในการตาก ประมาณ 4-5 แดด จึงนำไปตัด แต่ง และหนีบให้แบน จากนั้นคัดไซส์ พร้อมบรรจุลงถุง

ขณะที่กล้วยตากไซส์ใหญ่ จะคัดนำไปเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น แถมยังดูพรีเมี่ยม เหมาะเป็นของฝากอย่างยิ่ง เช่น กล้วยตากพลังแสงอาทิตย์เคลือบรสช็อกโกแลต ซึ่งได้คัดสรรช็อกโกแลตแท้อย่างดี รสชาติเข้มข้น รวมถึงคอกาแฟ ไม่ควรพลาด กล้วยตากพลังแสงอาทิตย์รสกาแฟครีมนม ที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ รวมถึง กล้วยตากพลังแสงอาทิตย์รสธรรมชาติ ที่มีความหวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ ภายในหนึ่งอาทิตย์ สามารถผลิตได้จำนวน 400 กิโลกรัม และส่งไปยัง ร้านขายของฝาก, ร้านกาแฟ ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้แบรนด์ บานาน่า รีสอร์ท ที่มีความหวานหอมและนุ่ม รสชาติดีเป็นพิเศษจากกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง และที่นี่ ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ของจังหวัดกาญจนบุรีที่สาธิต และสอนการทำกล้วยตากจากพลังงานแสงอาทิตย์ ผู้สนใจสามารถแจ้งล่วงหน้า และเข้ามาชมงานเป็นกลุ่มได้

มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความสุขกับธรรมชาติ ล่องแพเปียกอย่างสนุกสนานให้ชุ่มฉ่ำหัวใจไปกับสายน้ำแควที่ บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา

บานาน่า รีสอร์ท แอนด์ สปา  เลขที่ 88/8  หมู่ 8 ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่โทร 08-3777-7724, 08-1901-0066 อีเมล : bananaresort.spa@gmail.com, facebook fanpage : Bananaresortandspa, หรือเยื่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.bananaresortandspa.com