พีทีที สเตชั่น เร่งขยายจำหน่ายดีเซล บี10 สนองนโยบายกระทรวงพลังงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

พีทีที สเตชั่น เร่งขยายจำหน่ายดีเซล บี10 สนองนโยบายกระทรวงพลังงาน แก้ไขปัญหา PM 2.5 ขยายจำนวนสถานีบริการที่มีดีเซล บี10 จำหน่าย 200 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ และเร่งเตรียมความพร้อมให้สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งสามารถจำหน่าย บี10 ในวันที่ 1 มีนาคม 2563

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล บี 10 เป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 นั้น โออาร์พร้อมรับนโยบาย เร่งผลักดันการขยายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น  ที่มีน้ำมันดีเซล บี10 จำหน่าย    โดยจะมีสถานีบริการพีทีที  สเตชั่นที่จำหน่ายน้ำมัน  พีทีที อัล ตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 จำนวน 70 แห่งทั่วประเทศภายในเดือนตุลาคม 2562 และจะขยายเป็น 200 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2562 นี้ รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้คลังน้ำมันขนาดใหญ่ของโออาร์ทั่วประเทศพร้อมจ่ายน้ำมัน พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 2563 เพื่อเป้าหมายการมีน้ำมันดีเซล บี10 จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มีนาคม 2563 ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะส่งเสริมให้น้ำมันดีเซล บี10 เป็นน้ำมันดีเซลหลักของประเทศ

สำหรับ น้ำมัน พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล บี10 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซลที่มีคุณภาพและความบริสุทธิ์สูงซึ่งได้รับการรับรองโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนตร์ญี่ปุ่น (JAMA) ช่วยให้เผาไหม้ได้สมบูรณ์ ช่วยลดควันดำได้ร้อยละ 42 และลดการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลปกติ จึงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยสารเติมแต่งสูตรพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสารเพิ่มค่าซีเทน ช่วยให้เครื่องยนต์จุดระเบิดเร็ว เพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ และสารทำความสะอาดหัวฉีด ป้องกันการอุดตันของหัวฉีด การสนับสนุนการใช้น้ำมันปาล์มดิบมาผลิตเป็นไบโอดีเซล บี100 และนำมาผสมเป็นน้ำมันดีเซล บี10 นี้ ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยผู้ปลูกปาล์มได้โดยตรง นอกจากนี้ น้ำมันดีเซล บี10 ยังมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาลิตรละ 2 บาท จึงถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันของผู้ใช้รถอีกด้วย