อร่อยเวอร์ หอยนางรมสดไซส์ใหญ่ได้ใจที่ Oyster Bay Bangkok

ใครที่เคยไปสุราษฎร์ก็ต้องไปชิมหอยใหญ่ให้ได้สักครั้ง เพราะหอยนางรมสด รสชาติอร่อยของเมืองคนดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะเป็นคำขวัญของดีของดังประจำจังหวัดที่โด่งดังไปทั่วโลก ทว่า วันนี้ นักชิมในกรุงเทพฯ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปชิมให้เหนื่อย เพราะร้านอาหาร Oyster Bay Bangkok ได้คัดสรรหอยนางรม ทั้งสด และไซส์ใหญ่เป็นพิเศษมาให้ลิ้มลองถึงที่แล้ว แถมยังเนรมิตร้านอาหารในศูนย์การค้าใหญ่ให้เป็นหมู่บ้านประมงแบบญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศสีสันร้านอาหารทะเลสไตล์อิซากายะ

Oyster Bay Bangkok ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึกทรู ดิจิทัลพาร์ค บนถนนสุขุมวิท 101 เรียกได้ว่าเดินทางสะดวกสบาย เพียงนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีปุณณวิถี เดินเข้าทางเชื่อมก็เจอร้านอาหารอร่อยแห่งนี้แล้ว ซึ่งภายนอกร้านโดดเด่นด้านการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นที่เห็นเด่นแต่ไกล ส่วนภายในร้านอาหารมีบรรยากาศสบายแบบ feel like home ที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านด้านหน้ามีเคาน์เตอร์ซูชิบาร์ พร้อมเสิร์ฟอาหารแบบสดใหม่ แถมยังได้ใกล้ชิดกับเชฟมากประสบการณ์ชาวญี่ปุ่น ราวกับได้ไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ บริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ที่เคยเดินทางไปสำรวจตลาดปลาญี่ปุ่นมาทั่วประเทศ เรียกได้ว่า เข้าถึงแหล่งวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นมาอย่างแท้จริง คุณปภังกร ฐิติวณิชกุล

คุณปภังกร ฐิติวณิชกุล เจ้าของร้าน กล่าวว่า ร้านอาหารแห่งนี้เติบโตมาจากธุรกิจเดลิเวอรี่หอยนางรมส่งตรงถึงบ้าน ได้ขยับขยายเติบโตมาเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่คัดสรรเมนูซีฟู้ดระดับพรีเมียม เอาใจวัยรุ่นและคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นโดยไม่บินไปให้เสียเวลา เพราะวันนี้ทางร้านมีอาหารญี่ปุ่นที่มีคุณภาพทั้งวัตถุดิบและรูปลักษณ์ ที่สำคัญคือ ราคาที่จับต้องได้ ทานกับเบียร์วุ้นและสาเกญี่ปุ่น รวมถึงเมนูอาหารหลากหลายในสไตล์ Izakaya ซึ่งกับแกล้มราคาจานละ 100 บาทเท่านั้น และมีให้เลือกกว่า 30 เมนู เช่น ทาโกยากิ, ปลาเงินทอด, หมูสไตล์, กุ้งทอด, ปลาร้าญี่ปุ่น, ยำปลาแซลมอน, ไก่ทอดคาราอะเกะ, เนื้อหอยสังข์หวาน,ไส้กรอกญี่ปุ่น, มันฝรั่งทอด ในบรรยากาศสบายๆ ที่เรียกว่า feel like home

หลังจากการได้สนทนากับคุณปภังกร สัมผัสถึงความจริงใจในการดูแลเอาใจใส่นักชิมอย่างเป็นกันเอง เหมือนรู้จักกันมาเนิ่นนาน  รวมถึงการแนะนำประวัติการทำงาน ประสบการณ์ในการแบ่งปันความอร่อยของหอยนางรมส่งตรงถึงบ้านแบบเดลิเวอรี่เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ก่อนที่จะมาเปิดร้านอาหารอย่างจริงจัง ก็เรียกได้ว่า ประสบการณ์ความสำเร็จอย่างสูงมาระดับหนึ่ง ที่สำคัญ ชื่อเสียงของร้านโด่งดังมาจากการบอกต่อจากเพื่อนพ้องคนสนิท รวมถึงเพื่อนดารานักแสดงที่นำหอยนางรมไปรีวิว ถ่ายทอดประสบการณ์ การรับประทานหอยนางรมผ่านโลกโซเชียลจนเป็นกระแสแรงไม่มีตก

ขณะที่ภายในร้านสามารถรองรับได้ว่า 50 ที่นั่ง ซึ่งดูอบอุ่นเป็นกันเอง รวมถึงมีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน นั่งสบายไม่อึดอัดโดยประกอบด้วยส่วนของบาร์ ส่วนนั่งทานอาหารแบบชิลๆ และยังมีโซนห้องส่วนตัวสไตล์ญี่ปุ่นมีที่นั่งแบบห้อยขาสบายๆ รองรับได้จำนวนกว่า 12 คน ส่วนการตกแต่งนั้นดูเสมือนเป็นการจำลองหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลที่มีสีสันสวยงาม สามารถเซลฟี่ ถ่ายภาพได้ทุกมุม เพราะประดับตกแต่งด้วยผ้าม่านลายญี่ปุ่น ธงรูปปลาที่เป็นสัญลักษณ์ที่เราคุ้นตาหรือภาพวาดสาวสวยใสชุดกิโมโน ภาพปลาทูน่าเล่นน้ำลายเส้นที่สวยงามบนผนังอีกด้านหนึ่ง และยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความแบบวิถีไทยท้องถิ่น ซึ่งเป็นเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยจากการนำเครื่องมือจับปลาไทยๆ เข้าไปผสมผสาน เช่น แห ข่าย กระชังปลา กระด้งตากปลา หรือมองอีกมุมหนึ่งคือ เป็นการตกแต่งร้านเรียกได้ว่า ไม่หลุดคอนเซ็ปต์ ก็ว่าได้ เพราะทางร้านเน้นสไตล์อาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็มีการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศที่ถือว่าเป็นวัตถุดิบ มีชื่อเสียง ไม่แพ้ชาติใด โดยเฉพาะหอยนางรม ที่ร้านคัดเฉพาะหอยคุณภาพดีเท่านั้นจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ใครๆ ก็รู้ว่า เป็นแหล่งผลิตหอยนางรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ซึ่งการได้นั่งในร้านแล้วรู้สึกเสมือนได้นั่งทานอาหารอยู่ริมทะเลที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างไรอย่างนั้น และไม่พลาดชิมเมนูซิกเนเจอร์ หอยนางรม หรือ ปลาแซลมอน หรือเรียกว่า หอยนางรมและแซลมอนเซ็ต ต้องบอกว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะทางร้านคัดแล้วคัดอีก กว่าจะได้หอยนางรมเกรดเอ หรือ แซลมอนที่ไม่แพ้ร้านดังในกรุงเทพฯ

โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. ดังนั้น ช่วงเที่ยงจะคลาคล่ำไปด้วยพนักงานในชุดทำงาน ที่มีเวลาพักเที่ยงน้อย จึงมักเลือกสั่งอาหารจานเดียว ในราคาเริ่มต้นเพียง 70 บาทเท่านั้น แต่ก็อิ่มอร่อยไปกับอาหารที่มีคุณภาพ แถมมีเมนูหลากหลายที่สลับสับเปลี่ยนได้ทุกวัน เช่น ผัดสปาเกตตีหลากหลายเมนูให้เลือกแนะนำ สปาเกตตีขี้เมา, สปาเกตตีผัดพริกแห้ง รสชาติแซ่บเวอร์ถูกใจคนไทยแน่นอน หรือ ข้าวหน้าต่างๆ เช่น ข้าวหมูตุ๋น ไข่ออนเซ็น, ข้าวหน้าหมู ไข่ออนเซ็น, ข้าวหน้าหอยเชลล์สเต็ก, ข้าวหน้ากะเพรา หมู ไก่ กุ้ง เนื้อ ที่สำคัญ ยังเสิร์ฟข้าวญี่ปุ่น ซุป ฟรีแบบไม่จำกัดอีกด้วย

ขณะที่ส่วนในช่วงบ่ายคล้อยแดดร่มลมตก ที่นี่จะกลายเป็นสถานที่สำหรับการแฮงก์เอาต์ในบรรยากาศสุดยอดแห่งหนึ่งที่ต้องมาแล้วต้องกลับมาอีกเพราะพร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูอาหารทานเล่นที่ทาน หรือทานกับเบียร์ สาเกญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี และเสิร์ฟในสไตล์อาหารแบบ Izakaya สนนราคาจานละ100 บาทเท่านั้น แถมมีให้เลือกกว่า 30 เมนู รวมถึงเมนูเด็ดๆในร้าน เช่น ไก่ทอดหมักซอสญี่ปุ่น, สลัดแซลมอน, ซูชิ  ซาชิมิ หลากชนิดหลายสไตล์จริงๆ รวมไปถึง ข้าวหน้าปลาแซลมอน หรือทูน่า, ข้าวหน้าปลาแซลมอนสับ ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น, ข้าวหน้าไข่ปลา,และที่สำคัญ ทางร้านมีซุปปลาโอแห้งญี่ปุ่น ซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมที่ถูกเคี่ยวจนได้ที่ หอมกรุ่น

และที่พลาดไม่ได้เลยคือ พระเอกประจำร้านต้องยกให้ หอยนางรมสด ซึ่งเป็นหอยนางรมไซส์ใหญ่คัดมาแบบสดๆ ส่งตรงจากฟาร์มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งใหม่สดแบบวันต่อวันไม่มีการเก็บค้าง พร้อมเครื่องเคียงจัดใส่มาในลังไม้อัดน้ำแข็งประมาณว่านั่งทานอยู่ริมทะเลกันเลยทีเดียว ที่สำคัญที่สุด คือสูตรเด็ดน้ำจิ้มซีฟู้ดดั้งเดิมรสชาติ (Thai Style) ที่รังสรรค์มาเพื่อทานกับหอยนางรมโดยเฉพาะ เป็นสูตรของทางร้านที่ไม่เหมือนใคร เพราะทางร้านได้คัดสรรส่วนประกอบของน้ำจิ้ม ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู หรือมะนาว รวมถึงทุกรายละเอียดที่มาของความอร่อย นอกจากนี้ น้ำจิ้มสไตล์ญี่ปุ่น  (Ponzu), น้ำจิ้มสไตล์ตะวันตก Tabaco หรือ Red Wine Vinegar ให้เลือกลิ้มลองกับหอยนางรมได้อย่างหนำใจ และไม่ต้องห่วงในร้านยังมี 101 เมนูซีฟู้ด ที่คิดและรังสรรค์มาเป็นอย่างดี เช่น หอยเชลล์ย่างเนยกระเทียม, มันปูย่าง, หอยหวานลวงจิ้ม, กุ้งแม่น้ำเผา, กุ้งอบเกลือ,ปลาหมึกย่าง, แก้มปลาแซลมอนย่าง   รับรองว่ามีให้ลิ้มลองได้ไม่มีเบื่อ

พร้อมส่งเดลิเวอรี่

Oyster Bay Bangkok จึงเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

Oyster Bay Bangkok ชั้น 2 โซน โครงการ 101 The Third Place ชั้น 2 ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เปิดบริการเวลา 11.00-21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่งโทร 08-6326-9556 หรือเยี่ยมชมได้ที่
IG /FB : oysterbaybangkok,  Line ID: @oysterbaybangkok