“ฮอนด้า”  ถึงคิว เชนจ์ เอชอาร์-วี ,แอคคอร์ด,อเมซ

 

เผลอแป๊บเดียวปฎิทินปี 2561 ถูกฉีกใช้ไปแล้วกว่า 3 เดือน  ขณะเดียวกันย่างเข้าไตรมาส 2 ตลาดรถยนต์เองก็ยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ หลายค่ายเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอยู่หนาตาตามสมควร  และน่าสนใจอย่างมากเมื่อค่าย “ฮอนด้า”  มีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ จนสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งได้ถึง  3  ปีติดต่อกัน  สำหรับในปี นี้  ฮอนด้ายังคงนำเสนอยนตรกรรมอีกหลายรุ่น เริ่มต้นปีพ.ศ.ใหม่ 2561เมื่อเร็วๆนี้ เพิ่มสีสันเล็กๆให้กับ“ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก” สีใหม่ สีแดงแรลลี่  แต่ไฮท์ของปีนี้รถที่ควรจับตามองถึงการเปลี่ยนโฉมของค่ายฮอนด้า น่าโฟกัสไปที่, ฮอนด้า เอซอาร์-วี ,ฮอนด้า แอคคอร์ด และ ฮอนด้า อเมซ ที่สุด

               สำหรับ ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี’   เมื่อเร็วๆนี้ฮอนด้าก็ยังประกาศความสำเร็จของ ‘ฮอนด้า เอชอาร์-วี’ (HR-V)  ครอสโอเวอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Global Model ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงกว่า 1.5 ล้านคัน(ธันวาคม 2556 – ธันวาคม 2560) นับตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปีพ.ศ. 2556 และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่การเปิดตัวในไทยเมื่อปีพ.ศ. 2557 ส่งผลให้ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3 ปีซ้อน ด้วยยอดจำหน่ายสะสมสูงกว่า 62,000 คัน  ขณะที่โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่ล่าสุด ในบ้านเกิด “ญี่ปุ่น” ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว  โดยดีไซน์ของ Honda HR-V 2018 เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ Full LED, กระจังหน้าดีไซน์ใหม่, กันชนหน้าใหม่, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟท้ายตกแต่งด้วยสีดำ, เพิ่มคิ้วโครเมียมบนประตูท้าย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ เป็นต้น แน่นอนเมื่อในญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลง  คาดว่าครึ่งปีแรกก็น่าจะถึงคิวบ้านเรา

แน่นอนว่ารถที่น่าจับตามองถึงการเปลี่ยนแปลง ยังมี  “ฮอนด้า แอคคอร์ด”  (Accord) อยู่ด้วย เนื่องจากรุ่นปัจจุบันกินเวลาบนโชว์รูมร่วม 4 ปีเข้าแล้วประกอบกับ  ฮอนด้า แอคคอร์ด 2018 ใหม่ ในตลาดสหรัฐอเมริกา ถูกเปิดตัวแล้ว ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10  ที่มีดีไซน์ภายนอกหรูหรามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การออกแบบไฟหน้าแบบ Full-LED และไฟท้ายรูปทรงตัว C  ทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น  ในตลาดต่างประเทศ แอคคอร์ด ใหม่ มีเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร มาพร้อมเทคโนโลยี ‘Engine Downsizing’ ที่ลดขนาดความจุเครื่องยนต์ลง แล้วพ่วงระบบเทอร์โบเข้าไปแทน โดยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร (US Spec) ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า (HP) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 5,000 รอบต่อนาที – เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร (US Spec) ให้กำลังสูงสุด 252 แรงม้า (HP) ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ 10 สปีด นอกจากนี้ แอคคร์ด เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกาถูกติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูงเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย  อาทิ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (CMBS), ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบป้องกันรถตกถนน, ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติพร้อมระบบตามคันหน้าที่ความเร็วต่ำ และระบบอ่านป้ายจราจร เป็นต้น  ส่วนบ้านเรากำหนดเปิดตัว แม้จะยังไม่แน่ชัดแต่พอจะพยากรณ์ได้ว่ามันน่าจะเกิดขึ้นปลายปีนี้แน่นอน

          นอกจากนี้การเปลี่ยนโฉมใหม่ของรถในค่าย ฮอนด้า ยังรวมไปถึงอีโคคาร์  ในชื่อ “อเมซ “  (Amaze)ใหม่อีกด้วย  โดยรถรุ่นนี้จะถูกเปิดตัวครั้งแรกในประเทศอินเดีย ในเดือนเมษายนนี้   เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2  ถูกปรับปรุงงานดีไซน์ให้ดูลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้า เนื่องจากถูกออกแบบมาเฉพาะให้เป็นตัวถังซีดาน ต่างจากรุ่นเดิมที่ใช้ดีไซน์บางส่วนร่วมกับ Brio  ติดตั้งไฟหน้าทรงยาวคล้ายกับรุ่น City พร้อมกระจังสีดำตกแต่งด้วยโครเมียมดีไซน์คล้าย Civic ขณะที่ไฟท้ายถูกออกแบบให้เป็นรูปตัว C ที่ดูแล้วชวนให้นึกถึง Accord โฉมใหม่ล่าสุด พร้อมแถบโครเมียมขนาดใหญ่ตกแต่งฝากระโปรงท้ายภายในห้องโดยสารถูกออกแบบเน้นความหรูหรามากขึ้น  ติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน   พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่, ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล เป็นต้น  เชื่อว่าหลังจากเปิดตัวในอินเดียแล้ว ไม่น่าจะนานนักก็เป็นคิวประเทศไทย

 

: สมชาย พรหมหนู/รายงาน