เที่ยวตามรอยบรรพบุรุษนักรบผู้กล้า สดุดีวีรชนบ้านระจัน สิงห์บุรี

สิงห์บุรี หลายคนเรียกว่าเมืองผ่าน แต่ที่จริงแล้วสิงห์บุรี เป็นเมืองที่มีสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ที่ควรยกย่องวีกรรมของนักสู้คนไทย ที่รักและหวงแหนแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน โดยเฉพาะที่บ้านระจัน สำหรับผมอาจไม่มีโอกาสมาเยือนสิงห์บุรีบ่อยนัก แต่ทว่า มาสิงห์บุรีทุกครั้งก็ประทับใจกลับไปแบบไม่รู้ลืม แถมยังรู้สึกผูกพันกับคนท้องถิ่นเมืองสิงห์  รวมถึงธรรมชาติที่สวยงาม ท้องทุ่งนาและรวงข้าวเขียวขจี ที่มีให้เห็นมากมายสุดสายตาตลอดการเดินทาง แม้จะเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่แล้ว แต่ยังมีชาวบ้านยึดทำอาชีพดั้งเดิมของบรรพชน

และถึงแม้ว่าปัจจุบัน ความเจริญรุกล้ำจากเมืองใหญ่ สู่เมืองรอง ก็ไม่ได้ทำให้คนท้องถิ่นทอดทิ้งงานเกษตรกรรมรวมถึง วิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมในสมัยก่อนก็ยังคงดำรงอยู่ แต่กลับนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสาน บริหารจัดการ สร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ อย่างเช่น การผลิตน้ำลูกยอ น้ำกระชายดำ ของแม่บัวศรี ของดีขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรี เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เกิดจากภูมิปัญญาคนไทย ที่สำคัญยังสร้างรายได้ในชุมชน ส่งออกต่างประเทศ และขายทั้งในประเทศ และทำคนในชุมชนมีรายได้เพิ่มจากการปลูกต้นยอส่งลูกยอขายให้ผู้ผลิตน้ำลูกยอแม่บัวศรี

ขณะที่ เรื่องราวประวัติศาสตร์ของวีรชนชาวบ้านบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี บรรพบุรุษของไทย หัวใจนักสู้ ผู้หาญกล้าที่ปกป้องบ้านเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยา  โดยรวมกำลังคนเข้าต่อสู้กับกองทัพพม่า สามารถมีชัยชนะถึง 7 ครั้ง  ซึ่งพม่าได้ส่งกองทัพมาโจมตีค่ายบางระจัน 8 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือน 4 ปีระกา พ.ศ. 2308  ถึง เดือน 8 ปีจอ พ.ศ. 2309 รวมเวลา 5 เดือน

และในที่สุดค่ายบางระจันต้องเสียทีให้แก่พม่า เมื่อวันจันทร์ เดือน 8 แรม 2 ค่ำ ปีจอ พ.ศ. 2309   วีรกรรมครั้งนั้นแม้ผ่านมาเป็นเวลา 255 ปีมาแล้วก็ตาม วีรชนค่ายบางระจัน ยังคงในอยู่ในจิตใจของชนชาวไทยตลอดมา และนามของวีรชนทุกคนกล้าแห่งค่ายบางระจัน ยังได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เป็นที่เคารพเชิดชูถึงความกล้าหาญ ความสมัครสมานสามัคคี และความเสียสละ พร้อมพลีชีพเสียชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องประเทศอันเป็นที่รัก และด้วยการรวมพลังใจอันยิ่งใหญ่จากพระอาจารย์ธรรมโชติ จากวัดเขานางบวช ซึ่งมาอยู่ ณ วัดโพธิ์ 9 ต้น เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาคมบำรุงขวัญเป็นกำลังใจแก่วีรชนค่ายบางระจัน

ปีนี้ วัดโพธิ์เก้าต้น องค์การบริหารส่วนตำบลค่ายบางระจัน ร่วมกับ ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานลพบุรี จัดงาน “สดุดีวีรชนค่ายบางระจัน ประจำปี 2563” ภายใต้ชื่องาน “บ้านระจัน ความศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน เพื่อสดุดีวีรกรรมของวีรชนชาวบ้านระจัน และกระตุ้นให้ประชาชนคนไทยมีจิตสำนึกรักชาติรักแผ่นดิน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย สมัยศึกบ้านระจันในสถานที่จริง และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของชุมชนและจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งงานดังกล่าว ได้จัดผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณวัดโพธิ์เก้าต้น อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

ซึ่งจัดงานในบรรยากาศแบบไทยย้อนยุค โดดเด่นด้วยชุมชนโบราณ วิถีชาวบ้าน รวมถึงการสร้างฉากในการแสดง แสง สี เสียง ภายใต้ธีม “นุ่งโจง ห่มสไบ กินสำรับไทย สมัยบ้านระจัน” ซึ่งการจัดมหรสพสมโภช และสักการะบรรพชนอันศักดิ์สิทธิ์  วิถีคนกล้าวีรกรรมของวีรชนชาวบ้านระจัน ยังคงมีให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่วัดโพธิ์ 9 ต้น โดยในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ได้จัดงานสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน 2563 จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี ททท.สำนักงานลพบุรี เข้าร่วมงาน เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน และร่วมพิธีสักการะพระอาจารย์ธรรมโชติพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรชน, พิธีสงฆ์, พิธีวางพวงมาลา และกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้นและอุทยานวีรชนค่ายบางระจัน ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

ถือว่าเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของคนไทยทุกคน  ทั้งนี้มีหน่วยงานราชการ ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชน พี่น้องลูกหลานชาวบ้านในจังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดใกล้เคียงได้กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาร่วมพิธีสักการะบูชาวางพวงมาลาสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน กันอย่างพร้อมเพรียง ณ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

เรื่อง/ภาพ นภหิรัญย์

ขอบคุณ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง