เที่ยวท่องล่องเจ้าพระยา สัมผัสเสน่ห์ ชัยนาทเมืองน่ารัก

มาถึงจังหวัดชัยนาททั้งที นอกจากจะได้ใช้เวลาเพลิดเพลินกับสวนนกที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ซึ่งรวบรวมเอานกพันธุ์ไทย และนกต่างชาติหลากหลายพันธุ์แล้ว ที่สำคัญทริปนี้ สาธรสัญจรทั่วทิศ ยังได้มีโอกาสเดินทางกับท่านผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คุณอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี ซึ่งท่านได้ดูแลถึง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สิงห์บุรีและชัยนาท รับรองว่าเป็น Media Trip  ทริปพิเศษที่ไม่ธรรมดา

หลังจากเสร็จ งานสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ ประจำปี 2561 ที่วัดพระบรมธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองแล้ว คณะของเราได้เข้าเช็กอิน และพักผ่อนที่โรงแรมเจ้าพระยาธารา ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีความร่มรื่นและสวยงาม แถมยังติดริมแม่น้ำเจ้ายา และที่สำคัญโปรแกรมของเช้าวันถัดมา วันเสาร์ วันพักผ่อนสบายๆ คือ การล่องเรือชมทิวทัศน์ สัมผัสวิถีชีวิต 2 ฟากฝั่งเจ้าพระยา รวมถึงการไหว้พระขอพร ที่วัดคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท นั่นคือ วัดธรรมามูลวรวิหาร และวัดปากคลองมะขามเฒ่า กราบสักการะพระเกจิชื่อดัง หลวงปู่ศุข และอีกหลายวัดสำคัญๆ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกได้ว่า เปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยวทางน้ำของจังหวัดชัยนาท เที่ยวเมืองรอง ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ตามคอนเซ็ปต์ อเมซิ่งไทยเท่ อย่างแท้จริง

หลังจากอิ่มท้องกับอาหารมื้อเช้าแสนอร่อยที่ ห้องอาหารของโรงแรมเจ้าพระยาธารา ริเวอร์ไซด์แล้ว คณะของเราได้ลง เรือเจ้าพระยาธารา พร้อมกับ คุณอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี, คุณดุสิทธิ์ จันทร์กระจ่าง เจ้าของเรือเจ้าพระยาธารา และกูรูของจังหวัดชัยนาท หรือไกด์กิตติมศักดิ์มากประสบการณ์ อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล มาคอยให้ความรู้ ความสำคัญของวัดต่างๆ รวมถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของการเสด็จประพาสต้น และเรื่องราวที่น่าสนใจทางน้ำ

คุณอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานลพบุรี กล่าวว่า นอกเหนือจากกิจกรรมท่องเที่ยวที่เราได้มาชัยนาทเมื่อวานแล้ว ชัยนาทยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญตามลำน้ำ เช่น การล่องเรือในวันนี้ ถือได้ว่าเป็นการท่องเที่ยวมุมใหม่ของชัยนาท วิถีชีวิตของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือเรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำเจ้าพระยา

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของ ททท.สำนักงานลพบุรี เป้าหมายแรกคือ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดการรับรู้ เป้าหมายที่สองคือ ทำให้เกิดการเดินทาง และเราพยามทำความท้าทายนี้ให้เป็นจริง ดังนั้น ทริปล่องเรือ “สัมผัสวิถีของแม่น้ำเจ้าพระยา” ซึ่งวิถีชีวิตของสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะช่วยเพิ่มมิติของการท่องเที่ยว จูงใจกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น กลุ่มประชุมสัมมนาได้มองเห็นศักยภาพของจังหวัดชัยนาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการพร้อมให้การต้อนรับ และจังหวัดชัยนาทมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งททท. จะช่วยยกระดับความสำคัญให้มากขึ้น เมื่อมีการรับรู้มากขึ้น ก็จะนำไปสู่การตัดสินใจในการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยนาทมากขึ้น นอกจากนี้ ททท.ยังวางตำแหน่ง เมืองชัยนาท เป็นเมืองน่ารัก ซึ่งความเป็นเมืองน่ารักของชัยนาท จะซุกซ่อนอยู่ตามธรรมชาติ ป่าเขา และ สายน้ำ

อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล และ คุณดุสิทธิ์ จันทร์กระจ่าง

ขณะที่ คุณดุสิทธิ์ จันทร์กระจ่าง เจ้าของเรือเจ้าพระยาธาราและโรงแรมเจ้าพระยาธารา กล่าวว่า นอกจากห้องพักแล้วทางโรงแรมเจ้าพระยาธารา มีห้องประชุมสัมมนาที่สามารถรองรับได้จำนวน 300-400 ท่าน รวมถึงการล่องเรือ ถือว่าเป็นมิติใหม่ของชัยนาท ซึ่งใครมาชัยนาทต้องลองมาล่องเรือ ซึ่งเรามีแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะอาด สวยงาม รวมถึงวัดริมน้ำสำคัญๆ และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง  นอกจากนี้ เรือเจ้าพระยาธารา ได้ต่อจากวิทยาลัยการต่อเรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 60 ท่าน และเป็นเรือพลังแสงอาทิตย์ลำเดียวของจังหวัดชัยนาท ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นเรือไม่โคลง แล่นไปสบายๆไปกับสายน้ำ พร้อมกับระบบความปลอดภัย เช่น เสื้อชูชีพ ห่วงยางช่วยเหลือ รวมถึง ประกันชีวิต นอกจากนี้ยังมีไกด์ ช่วยบรรยายให้ความรู้ตลอดการเดินทาง

ด้าน อาจารย์จรรยงค์ พุ่มมูล กล่าวว่า การท่องเที่ยวทางเรือ นอกจากจะได้ชมธรรมชาติแล้ว ยังเปรียบเสมือนการได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไปด้วย เช่น การตามรอยเสด็จประพาสต้น รัชกาลที่ 5 และขณะนี้เรือได้ผ่านตลาดชัยนาท ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยังมีเรือข้ามฝากให้บริการ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบเดิมยังมีให้เห็นอยู่ ชาวบ้านพายเรือลงข่ายจับปลา และมาถึงที่เห็นอาคารหลังคาสีฟ้านั่น คือ ศาลากลางว่าการจังหวัดหลังใหม่ ส่วนด้านหน้าเป็นศาลากลางฯหลังเก่า ซึ่งมีธงชาติด้านหน้า และที่สำคัญคือ มีพระบรมราชาอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ที่มีความสง่างามมากๆ และมีความเหมือนพระองค์จริงมากที่สุด ทางโรงกษาปณ์ กระทรวงการคลัง ได้ใช้พระราชาอนุสาวรีย์นี้บนด้านหลังธนบัตรใบละ 1,000 แบบสุดท้ายของรัชกาลที่ 9

อีกจุดหนึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันคือ ศาลาหลักเมืองชัยนาท ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง เพราะชาวชัยนาทรอกันมานาน ซึ่งศาลหลักเมืองได้เริ่มก่อสร้างในปีพ.ศ.2521 โดยการรวบรวมเงิน ทำพระเครื่อง เพื่อหาเงินมาสบทบทุนสร้างศาลหลักเมือง โดยกรมศิลปากรออกแบบเป็นรูปทรงจัตุรมุข ยอดปราสาท ความสูง 21 เมตร กว้าง 9.90 เมตร เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่สำคัญคือ ผู้ที่ประกอบพิธีเปิดศาลหลักเมืองนี้คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร รัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน และประธานในพิธีสงฆ์ ก็คือ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาสงฆปริณายก ซึ่งสูงสุดทางด้านสงฆ์ ขณะที่ตัวเสาหลักเมืองเป็นไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งนำเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง และนำไปที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ผู้ที่ทรงเจิมคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เฉพาะฉะนั้น นี่คือ สิ่งที่เป็นมงคล ที่สุดของชาวชัยนาท และประกอบพิธีเปิดเมื่อปี พ.ศ. 2530

อย่างไรก็ตาม สภาพบ้านเรือนริมน้ำก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ แต่ก็มีการขอร้องไม่ให้ทิ้งขยะลงน้ำ รวมถึงปัญหาใหญ่คือ เรื่องผักตบชวา ที่เคยนำเข้ามาปลูกจากอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถแตกหน่อได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเรามีผักตบชวา 10 กอ ใน 1 ปีสามารถกระจายได้ถึง 1 ล้านต้น และได้ลอยไปติดที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อปีที่แล้ววัดระยะทางได้กว่า 2 กิโลเมตร เราเลยมีการบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน จัดเก็บขึ้นไปทำปุ๋ยหมัก

เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนทดน้ำ ไม่ใช่เขื่อนกักเก็บน้ำ ดังนั้น เมื่อน้ำไหลมา ก็จะมีการทดน้ำคือ การทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น เช่น ท้ายเขื่อนต่ำ หน้าเขื่อนสูง ทำไมต้องมีการทดน้ำ เพราะจังหวัดชัยนาท เป็นต้นน้ำของแม่น้ำอีก 2 สายคือ แม่น้ำท่าจีน กับแม่น้ำน้อย รวมถึงคลองต่างๆที่ส่งไปจังหวัดสุพรรณบุรี ดังนั้น เมื่อมีการทดน้ำ น้ำก็จะไหลเข้าไปในแม่น้ำสาขา และคลองสาขา จึงเรียกว่า เขื่อนทดน้ำ ซึ่งแม่น้ำเจ้าพระยามีความยาวทั้งหมดกว่า 372 กิโลเมตร ถือว่าเป็นแม่น้ำที่มีความยาวมาก และถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง

ในช่วงสายๆ เรือเจ้าพระยาธารา ก็แล่นมาถึง วัดธรรมามูลวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองชัยนาท สันนิษฐานว่า พระมหาธรรมราชา กษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัยทรงสร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2120 และได้มีการบูรณะในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูลริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดธรรมามูล ถือว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และที่สำคัญคือ พระพุทธรูปทองสำริดประทับยืนปางห้ามญาติ หลวงพ่ธรรมจักร

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จฯ มานมัสการหลวงพ่อธรรมจักร เพราะมีการพบหลักฐานทางลายลักษณ์อักษรภาพถ่าย และวัตถุพยานยืนยันชัดเจน 2 ครั้ง เสด็จฯ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ร.ศ.120 ดังมีข้อความปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์เสด็จประพาส พระราชหัตถเลขาถึงกรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ ความว่า “เวลาเช้า 3 โมงเศษถึงธรรมามูล”

หลังจากได้กราบขอพรหลวงพ่อธรรมจักรแล้ว คณะก็มุ่งหน้าสู่ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีทิวทัศน์สวยงามรื่นรมย์ มีต้นมะขามเก่าแก่ตั้งตระหง่านเป็นไฮไลต์อยู่บริเวณหน้าวัดติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อ ‘วัดปากคลองมะขามเฒ่า’ หรือ วัดหลวงปู่ศุข ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่ผู้คนให้ความเคารพเลื่อมใส

แม้วันนี้ท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ด้วยวัย 76 พรรษา แต่ภายในวัดยังคงอนุรักษ์กุฏิของหลวงปู่ศุข ซึ่งเป็นแบบทรงไทยโบราณ มีภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อของหลวงปู่ศุข พร้อมด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ไว้ให้เป็นที่สักการบูชา นอกเหนือจากนี้ ในพระอุโบสถมีภาพพุทธประวัติ ฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพาร เพื่อถวายแก่หลวงปู่ศุข

ส่วนมื้ออาหารกลางวันก็ไม่พลาดลิ้มลองอาหารประเภทปลา เพราะแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุม เรือเจ้าพระยาธารา จัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับบนเรือ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา มาแบบจัดเต็ม อาทิ หอหมกปลา, ปลาร้าทอด, ปลาทอดน้ำปลา, แกงส้มชะอมทอด และไฮไลต์สำคัญ ยำส้มโอขาวแตงกวา ที่มีรสชาติหวานกลมกล่อม เรียกได้ว่า มาถึงชัยนาทกันเลยทีเดียว

ปิดท้ายมาชัยนาทแล้ว ต้องแวะที่ อำเภอสรรพยา ซึ่งถึงว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน และสำหรับใคร ที่ชื่นชอบงานอนุรักษ์ หลงเสน่ห์บ้านเรือนไทย และเคยเป็นภาพที่ใช้ประชาสัมพันธ์งานอุ่นไอรัก ต้องมาสัมผัสของจริงให้ได้สักครั้งหนึ่ง ที่โรงพักเก่า ร.ศ.120  และงานนี้ท่านนายกเทศมนตรีตำบลสรรพยา คุณจักรพันธุ์ ตันติเสรีรัตน์ มาต้อนรับคณะของเราด้วยตนเอง และเลี้ยงรับรองด้วยของดี ของขึ้นชื่ออำเภอสรรพยา นั่นก็คือ ขนมหน้างาของดีเมืองชัยนาทร้าน “กุยหลี” ขนมอร่อยชื่อดังระดับโอทอป 5 ดาว และกาแฟรสเลิศระดับพรีเมียม พร้อมกับการไปสัมผัสสถานีตำรวจเก่าแก่อย่างใกล้ชิด

โรงพักเก่าสรรพยา สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสรรพยา เป็นเรือนไทยทรงปั้นหยา ชั้นเดียวยกพื้นสูง อายุกว่า 100 ปี และถือได้ว่าเป็นโรงพักที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้น ร.ศ. 120 สมัยรัชกาลที่ 5 หรือประมาณปี พ.ศ.2444  ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของเทศมนตรีตำบลสรรพยา ได้ปรับให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมชุมชน หรือพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ของอำเภอสรรพยา และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ซึ่งภายในอาคาร ได้จัดนิทรรศการ เล่าเรื่องราวความเป็นมา ผ่านภาพเก่าบนผนังอย่างเป็นระเบียบ และได้มีการจำลองเป็นโมเดลแผนที่ตัวเมืองสรรพยา ซึ่งมีหมายเลข บ้านเลขที่ ส่วนด้านหลัง มีปี๊บขนมหลากหลายสีสันเรียงราย เขียนบ้านเลขที่ต่างๆไว้ด้านหน้า เพื่อใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ และบ่งบอกว่าบ้านแต่ละหลังมีความสำคัญอย่างไร หรือประกอบอาชีพอะไร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข่าวสาร ล่าสุดอาคารหลังนี้ สถาบันสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศให้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2561 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลประเภทของอาคารสถาบันและอาคารสาธารณะ

เรียกได้ว่า เป็นทริปพิเศษสุดทริปหนึ่งกับความประทับใจ ชัยนาท เมืองน่ารัก

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 036- 770-096-7 ได้ทุกวันเวลา 08.30 – 16.30 น. หรือ www.tat7.com และ Facebook Fanpage : Tat Lopburi https://www.facebook.com/pages/Tat-Lopburi/180924715311196