เที่ยวอีสานสุดฟิน กินอาหารถิ่นสุดแซ่บที่ บุรีรัมย์-ชัยภูมิ-นครราชสีมา แซ่บเว่อร์ แซ่บอีหลี

อาหารอีสาน ในแต่ละท้องถิ่นมีความเป็นเอกลักษณ์และมีรสชาติเฉพาะในถิ่นนั้นๆ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญา และวัตถุดิบที่หาได้ในชุมชน แต่ได้นำมารังสรรค์เป็นเมนูเลิศรสได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรืออีกมุมหนึ่ง อาหาร คือ เสน่ห์ ที่หลายคนเสาะแสวงหา เพื่อลิ้มลองความแปลก ความใหม่ และรสชาติที่ชวนให้ลองสักครั้ง ซึ่งหลายชุมชนมีอาหารถิ่นขึ้นชื่อ จนมีคำพูดติดปากว่า เช่น ถ้าได้ไปอุบลฯ แล้วไม่กินหมูยอ ถือว่าไปไม่ถึง อะไรประมาณนั้น ซึ่งทุกท้องถิ่นมักมีอาหารดีๆ อาหารเด่นซุกซ่อนอยู่ รอวันให้เราไปค้นหาและตามไปลิ้มลองสักครั้ง

สาธรสัญจรทั่วทิศ ได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับคาราวาน COOL อีหลี พิชิต 20 จังหวัดภาคอีสานปีที่ 2 ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำโดย นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. นอกจากการได้เดินทางท่องเที่ยวทั่วอีสานช่วงหน้าฝน คือ ไฮไลต์ท่องเที่ยวที่ต้องไป อีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน ได้พิสูจน์เส้นทางกว่า 3000 กม.มาแล้ว เที่ยวอีสาน เที่ยวน่าฝน ประทับใจที่สุด

สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท.

 

ส่วนเรื่องอาหาร ก็คือเรื่องสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารรสแซ่บแห่งแดนอีสาน ขนาดปลาร้ายังโกอินเตอร์ กลายเป็นปลาร้ากระป๋องดังไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม อาหารอีสาน ยังมีอีกหลายอย่างที่น่าลิ้มลอง แถมเรื่องอาหาร ยังเป็นสินค้าดี สินค้าเด่นของภาคอีสาน และเป็นอีกหนึ่งในยุทธศาสตร์กระตุ้นการท่องเที่ยวภาคอีสานได้เป็นอย่างดี ภายใต้แนวคิด More Gastronomy ใน COOL คอนเซ็ปต์ จากวิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์ ซึ่งเป็น C ตัวแรก คือ Cuisine Special เป็นเรื่องราวของอาหารอร่อย รสชาติเด็ด เป็นอาหารที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของคนอีสานอันชาญฉลาด

ชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานบุรีรัมย์ ททท.

ชุมชนท้องถิ่นอีสานน่าท่องเที่ยว

ซึ่งคาราวานปีที่ 2 เริ่มต้นเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เพราะเป็นสนามแข่งรถมอเตอร์จีพีที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับโลกที่จังหวัดบุรีรัมย์เมืองสปอร์ตซิตี้ ก่อนเปิดงาน ททท.จัดได้โปรแกรมให้เยี่ยมชม ชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถีบ้านตาลอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์เป็นอันดับแรก คณะเดินทางมาถึงดินแดนบ้านตาลองในช่วงสายๆ เพื่อเยี่ยมชมชุมชนที่มีสโลแกนว่า “ตาลองเกษตรอินทรีย์ มากมีผ้าไหมสวย ถิ่นรวยวัฒนธรรม เลิศล้ำปัญญา หัตถกรรมล้ำค่า ศรัทธา วิถีพอเพียง”

แกงไก่บ้าน

ส้มตำบ้านตาลอง

หมกหมู

ข้าวต้มโบราณ

มาถึงชุมชนบ้านตาลองทั้งที ชาวบ้านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ด้วยสำรับอาหารถิ่นขึ้นชื่อ มองดูก็รู้ว่า เป็นอาหารที่ชาวบ้านตั้งใจคัดสรรของดีของเด่นประจำหมูบ้านมาต้อนรับคาราวาน โดยเฉพาะ หมกหมู มีส่วนประกอบด้วย หมูสับ วุ้นเส้น เครื่องแกง ผสมผสานคลุกเคล้าเครื่องแกงเข้าเนื้อ ห่อใส่ใบตองนำไปย่างจนได้กลิ่นหอมๆ นำเสิร์ฟมาวางบนโต๊ะอาหารชวนชิมเป็นอย่างยิ่ง

และยังตามมาด้วย แกงไก่บ้าน ขนมจีนน้ำยาไก่ แถมปิดท้ายด้วยของหวาน ข้าวต้มโบราณ ซึ่งเป็นขนมโบราณที่หาทานยากเพราะมักใช้ในงานมงคลเท่านั้น ข้างในประกอบด้วย ข้าวเหนียว กล้วย กะทิ ถั่วดำ ถั่วเขียว มีลักษณะคล้ายกับข้าวต้มมัดแต่มีรสชาติหวาน หอม มัน นุ่มละมุนลิ้นมากๆ เรียกได้ว่า มื้อแรกที่อีสานก็ประทับใจกับการให้ต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองของบ้านตาลองเสียแล้ว

เรือมอันเร (เขมรกระทบไม้หรือรำสาก)

มาบุรีรัมย์ อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ จริงๆ ความพิเศษยังไม่หมดเพราะ บนเวทียังได้ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่ใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้าน ที่ช่วยกันแสดงแบบสดๆ แถมยังช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารให้อร่อยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแสดงชุดพิเศษที่มีชื่อเรียกว่า เรือมอันเร (เขมรกระทบไม้หรือรำสาก)

ซึ่งเรือมในภาษาเขมร หมายถึง การรำ และ อันเร หมายถึงสากตำข้าว  ซึ่งชาวบ้านใช้สาก เป็นอุปกรณ์ในการเคาะจังหวะที่สนุกสนาน ดูไปดูมาก็คล้ายกับ ลาวกระทบไม้ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในภาคกลาง แต่เขมรกระทบไม้บ้านตาลองนั้นมีเสียงดนตรีสด สไตล์อีสาน ที่เร่งเร้าสนุกสนานสร้างความครื้นเครงได้เป็นอย่างดี

ธีรภาพ วงศ์สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านตาลอง

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นชุมชนที่พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว นำโดย ธีรภาพ วงศ์สุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านตาลอง และนำชม การสาธิตย้อมผ้าไหม การเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหมที่ย้อมด้วยสีจากธรรมชาติสวยงาม เช่นสีเหลือง ได้มาจากแก่นขนุน สีชมพูได้มาจากแก่นผาง หรือสีสวยที่ได้มาจากต้นสะเดา ต้นมะยม รวมถึงสีม่วงจากดอกอัญชัน ซึ่งล้วนแต่ให้สีสันที่สวยงาม แต่สีทีเป็นเอกลักษณ์ของบ้านตาลอง คือ สีเหลือง โดยชาวบ้านได้นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อสำเร็จรูป กระเป๋า สร้อยคอ พวงกุญแจ หรือผ้าพันคอ จำหน่ายภายในศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอปในหมู่บ้าน เป็นส่วนหนึ่งในการหารายได้เข้าสู่ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมกับการลดความเลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ผ้าไหมหลากสีสันย้อมจากธรรมชาติ

ส่วนมื้อค่ำ ททท. จัดเมนูท้องถิ่นขึ้นโต๊ะอาหารสุดหรูในโรงแรมจังหวัดบุรีรัมย์โดยเฉพาะ เป็นอาหารไทยที่มีการผสมผสานกับอาหารประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา และยังนำอาหารถิ่นมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ โดยการนำเสิร์ฟมาเป็นชุดสุดพิเศษ ที่เรียกว่า โฮปบายดินเนอร์ ประกอบด้วย ซันลอเจก เป็นอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารระหว่างอาหารไทยกับอาหารเขมร เพราะบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่ติดชายแดนกัมพูชานั้นเอง โดยมี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานบุรีรัมย์ ททท. ให้การต้อนรับ

อาหารเช็ต โฮปบายดินเนอร์

ซึ่ง คำว่า เจก ภาษาเขมร แปลว่า กล้วยและเป็นอาหารที่มักใช้เลี้ยงแขกในงานบุญของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่สำคัญ เป็นแกงที่มีรสชาติกลมกล่อม แถมอุดมไปด้วยวิตามินและมากด้วยใยอาหารสูง ตามมาด้วย แกงเปรอะ อัดแน่นไปด้วยผักและเครื่องสมุนไพร และน้ำพริกกุ้งจ่อม เครื่องแน่น กลิ่นหอมรสแซ่บ รวมถึงอาหารที่เพิ่มเติมเป็นนวัตกรรมใหม่เข้าไปด้วย อิ่มเอมกันไปพร้อมกับการชมการแสดงศิลปะพื้น ตามคอนเซ็ปต์ บุรีรัมย์ รื่นรมย์ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์

อาหารกลางวันสุดแซ่บที่โรงเรียนบ้านธารปราสาท

ต้มไก่บ้านใบมะขาม

ปลานิลทอด

จากนั้น คาราวานก็เดินทางต่อเข้าสู่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมืองย่าโม จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคาราวานไปแวะทานอาหารถิ่นกันที่อำเภอปราสาท ซึ่งโคราช มีคำที่เชิญชวนรับประทานอาหารค่ำว่า กินเข่าค่ำ พร้อมกับการแสดง การฟ้อนรำในแบบฉบับของโคราช และได้ลิ้มลองอาหารถิ่นรสเลิศที่ ชุมชนบ้านปราสาท อำเภอปราสาท และในบริเวณโรงเรียนธารปราสาท และที่สำคัญ การันตีรสชาติอาหารอร่อยจาก Local Chef Thailand หรือเชฟชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ผัดหมี่โคราช

มื้อนี้ จึงเป็นมื้ออาหารพิเศษที่คณะคาราวานเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ อาทิ ผัดหมี่โคราชชื่อดัง เส้นนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อม ชนิดที่ว่าทานได้เลยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม สมคำล่ำลือ ตามมาด้วย ส้มตำโคราช ครบเครื่อง รสแซ่บถึงใจ และอาหารด้วยทีเด็ด ต้มไก่บ้านใบมะขาม ให้ซดน้ำคล่องคอ และที่ขาดไม่ได้คือ น้ำพริก เสิร์ฟพร้อมกับผักสดปลอดสารพิษหลากชนิด ที่สำคัญรสชาติกลมกล่อม และยังไม่หมดมี ปลานิลทอด ทอดมาสีเหลืองทองแบบแห้งๆ หนังกรอบๆ ร้อนๆ เหมือนเพิ่งขึ้นมาจากกเตา นอกจากนี้ ภายในบริเวณโรงเรียนบ้านธารปราสาท ยังได้จัดบูธสินค้าโอทอประดับ 5 ดาว มาจำหน่ายในราคาประหยัดอีกด้วย

ผีสุ่มไก่ชัยภูมิ มาสร้างความคึกคัก

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารกลางวันกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยัง ดินแดนเจ้าพ่อพระยาแลถิ่นผู้กล้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาบ่ายคล้อย คาราวานเช็กอินที่กลางใจเมืองชัยภูมิเป็นอันดับแรก เพราะมาถึงเมืองนี้ ต้องไม่พลาดไปกราบสักการะขอพร เจ้าพ่อพญาแล เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมี นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานนครราชสีมา ททท. ให้การต้อนรับ

ต้อนรับอบอุ่นด้วยบายศรีสู่ขวัญสไตล์อีสาน

จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก และร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับการแถลงแผนการตลาดของสำนักงาน ททท.ประจำท้องถิ่นก่อน แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ ททท.จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญอย่างยิ่งใหญ่ในแบบฉบับของจังหวัดชัยภูมิ เรียกว่าอบอุ่นประทับใจกับขบวนแห่บายศรีที่อลังการ และยังมีขบวน ฝีสุ่มไก่ มาสร้างความครึกครื้นอีกด้วย และเชิญชวนให้ไปเที่ยวชมความน่ารักของฝีสุ่มไก่ จังหวัดชัยภูมิสักครั้ง

รุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานนครราชสีมา ททท

ส่วนอาหารเด่นขึ้นโต๊ะอาหารของจังหวัดชัยภูมิ วันต้องมี หม่ำ เป็นพระเอก เพราะเป็นเมนูอาหารที่ใครได้ไปจังหวัดชัยภูมิแล้วถ้าไม่ได้กินหม่ำชัยภูมิ ถือว่าไปไม่ถึง ประมาณนั้น หม่ำ ถือว่าเป็นต้นกำเนิดมาจากจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะหม่ำของอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง ถือว่า เป็นต้นกำเนิดหม่ำที่มีรสชาติดีแห่งหนึ่ง

หม่ำชัยภูมิต้นตำรับเลิศรส

ซึ่งหม่ำทำจากเนื้อวัว หรือ เนื้อหมู ก็เรียกว่า หม่ำหมู  เสมือนเป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ทั้งนี้แล้วแต่ละพื้นที่ในภาคอีสานที่มีความชื่นชอบในรสชาติ และวิธีการทำที่แตกต่างกันไปบ้าง  แต่ที่ขาดเสียไม่ได้ คือ ต้องมีตับเป็นส่วนประกอบ ส่วนวิธีทำคือ การนำเนื้อ และตับสับให้ละเอียดใส่ เติมข้าวเหนียวนึ่งสุก กระเทียม และปรุงรสด้วยเกลือ จากนั้นนวดคลุกเคล้าให้เข้ากัน คล้ายกับวิธีการทำแหนม

ซึ่งหม่ำในอดีตจะหอด้วยใบตอง แต่ปัจจุบัน หม่ำมีการพัฒนาไปในรูปลักษณ์ไปต่างๆ มีให้เห็นทั้งแบบเส้น คล้ายไส้กรอก หรือเป็นทรงกลม โดยจะพบเห็นวางขายตามถนนหนทางในภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางบนถนนหลวงในจังหวัดขอนแก่น จะมีร้านจำหน่ายหม่ำมากมายให้เลือกตามใจชอบ

เรียกได้ว่า การไปอีสาน ต้องลองอาหารถิ่นสักครั้ง หรือถ้าไปชัยภูมิ ก็ต้องลองชิมหม่ำสักหน

ขอบคุณ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ lสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย