เที่ยวเติมบุญ ตักบาตรทางน้ำ เสริมสิริมงคลรับปีหนูทอง พร้อมสัมผัสเมือง 2 สมุทร เสน่ห์แห่งสายน้ำ (สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ ภูมิภาคภาคกลาง​ นำโดย นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ภูมิภาคภาคกลาง, นายไพรัชช์ ทุมเสน ผอ.กองตลาดภูมิภาคภาคกลาง, นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผอ.สำนักงานสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม ตักบาตรทางน้ำ ภายใต้เแคมเปญ “ทำบุญข้ามถิ่น ได้บุญได้ศีลคูณสอง”

โดยได้รับเกียรติจาก นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ให้เกียรติร่วมตักบาตรทางน้ำยามเช้า พร้อมด้วย น.ส.กัญญวีร์ หนูแก้ว มีสแกรนด์จังหวัดสมุทรสงคราม, น.ส.ภัทรมน ยิ้มถนอม รองมีแกรนด์อันดับ1 ข้าราชการ และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม เพื่อรณรงค์และส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมเดินทางท่องเที่ยวเมืองแห่งสายน้ำสามเวลา  ด้วยแนวคิด more river legacy ที่ฐณิชาฌ์ รีสอร์ท อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

 

นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเมืองที่มีวิถีชีวิตอยู่กับสายน้ำ โดยมี แม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลัก และมีคลองสายย่อยกว่า 300 สาย และลำประโยงกว่า 2 พัน เพราะฉะนั้น แม่กลองจึงเป็นพื้นที่ชุมน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันสายน้ำ และทำให้แม่กลอง เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ของสายน้ำ ซึ่งแม่กลองเป็นจังหวัดเล็กๆ ก็จริง แต่มีสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจ มีวัดวาอาราม มีแหล่งประวัติศาสตร์ ดังนั้น คนที่มาเที่ยวแม่กลอง จะมีความสุขกับการพักผ่อนหย่อนใจ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.เล็งเห็นความสำคัญของสายน้ำ ซึ่งแต่ละสายน้ำ มีเรื่องราวตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และยังคงความมีเอกลักษณ์ของสายน้ำ ซึ่งสมัยก่อนมีการติดต่อ เดินทางค้าขายทางน้ำเป็นหลัก ของหลายคนชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน หรือประเทศฝรั่งชาติตะวันตก ได้เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศไทยโดยเฉพาะลุ่มน้ำทางภาคกลาง

ซึ่งแคมเปญ “ทำบุญข้ามถิ่น ได้บุญได้ศีลคูณสอง” ททท.อยากให้นักท่องเที่ยวสายบุญได้เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด จึงได้ทำวิดีโอพรีเซ็นเทชั่น เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัว ซึ่งชุมชนคนเมือง มีคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า จะทำบุญใส่บาตรตอนเช้าอยู่แล้ว อาจทำให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจ

ททท. จึงเจาะเปิดตลาดใหม่ เน้นไปที่กลุ่มคุณลูกที่ทำงานแล้วให้พาคุณพ่อคุณแม่ ออกมาทำบุญในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย  ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่ที่ใกล้หรือเกษียณแล้วก็ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวกันสองคนได้ เป็นการรื้อฟื้นความหลัง ความรักสมัยยังหนุ่มสาว ซึ่งนอกจากจะได้บุญจากการใส่บาตรในสถานที่ต่างๆ ยังได้ท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ นี่คือ การได้บุญ ได้ศีลคูณสอง

นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า กิจกรรมตักบาตรทางน้ำ คือ เสน่ห์ของแม่กลอง เพราะวิถีชีวิตของคนแม่กลองก็ผูกพันกับสายน้ำ จนได้ชื่อว่าเป็น เมืองสายน้ำ สามเวลา ซึ่งไม่ว่าจะการทำการเกษตร การประมง การทำมาหากิน การสัญจรไปมา รวมถึงการใส่บาตรทางน้ำ นี่คือ ชีวิตของคนแม่กลอง

ซึ่ง ททท. ก็เล็งเห็น กำลังรื้อฟื้นและส่งเสริมกิจกรรมเก่าๆ ถ้าใครมาเที่ยวแม่กลองอยากเห็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ประเพณีที่เคยทำสืบทอดกันมา ก็สามารถมาท่องเที่ยวที่แม่กลองได้ เป็นวิถีชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่ เป็นวิถีชีวิตแห่งสายน้ำของคนแม่กลอง และน้ำเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวแม่กลองดำรงชีวิตอยู่ได้ ชาวแม่กลองพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว นอกจาก การตักบาตรทางน้ำที่ตลาดน้ำอัมพวาแล้ว ยังมีรีสอร์ทต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำ พร้อมใจร่วมมือจัดกิจกรรมใส่บาตรทางน้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อที่รีสอร์ทต่างๆ ได้

ทั้งนี้ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาครกับจังหวัดสมุทรสงคราม นำโดย นายไพรัชช์ ทุมเสน ผอ.กองตลาดภูมิภาคภาคกลาง พาสื่อสำจรวจแหล่งท่องจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสมุทรสงคราม ภายใต้แคมเปญ “เที่ยวตามศาสตร์มรดกแห่งสายน้ำ”

โดย สาธรสัญจรทั่วทิศ มีโอกาสเดินทางร่วมทริปเดินทางตั้งแต่ออกสตาร์ทที่ ททท. สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรี ในตอนเช้าของวันที่อากาศแจ่มใส่ไปพร้อมกับสื่อมวลชนจากส่วนกลางจำนวน  3 รถตู้

ช่วงเช้า มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร เมืองริมชายฝั่งใกล้กรุงที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย แถมยังมีร้านอาหารทะเลสด ในราคาย่อมเยาให้ได้เลือกทานมากมาย  ฟินไปกับบรรยากาศของเมืองริมชายฝั่ง ที่สามารถเที่ยวได้วันเดียวแบบสบายๆ เดินทางจากกรุงเทพฯทางรถยนต์ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หรือจะเดินทางด้วยรถไฟ ก็ได้สัมผัสความชิลไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจุดหมายแรกคือ ตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ ททท. กองตลาดภูมิภาคภาคกลาง กล่าวว่า ตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เราสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสารรถไฟจากสถานีวงเวียนใหญ่มาลงที่สถานีมหาชัย ซึ่งตลาดมหาชัย เป็นตลาดที่จำหน่ายอาหารทะเลสด เป็นตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จากนั้น เราสามารถต่อเรือข้ามฝากไปท่าฉลอม ซื้อหาอาหารทะเลแห้ง ที่ตลาดท่าฉลอมในราคาขายส่งที่ไม่แพง รวมถึง การเดินชมวิถีชีวิตของชาวท่าฉลอมแบบสบาย หรือจะนั่งสามล้อถีบ แบบเหมาะจ่ายได้ สนนราคาชั่วโมงละ 100 บาท เที่ยวรอบท่าฉลอม ไปเที่ยวชุมชนโบราณ ที่มีความคลาสสิก โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็น วัดไทย วัดจีน หรือ โบสถ์คริสต์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน

นอกจากนี้ ท่าฉลอม ยังสามารถเดินทางเชื่อมโยงไปท่องเที่ยวยังจังหวัดต่างๆ ได้ เพราะเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟสายที่สั้นที่สุดในประเทศ เริ่มต้นที่สถานีบ้านแหลม ท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ไปยังสถานีแม่กลอง เป็นที่ตั้งของตลาดร่มหุบ จังหวัดสมุทรสงคราม รับรองว่า ได้ท่องเที่ยวเมือง 2 สมุทรแบบชิลๆ

มาถึง ท่าฉลอม ได้ช้อปปิ้งซื้ออาหารทะเลแห้ง ที่มีจำหน่ายหลากชนิดแบบละลานตา ซื้อหากลับไปปรุงอาหารที่บ้านกันแล้ว เดินเล่นกันสักหน่อย และไม่ลืมแวะไปหาสาระน่ารู้ ประวัติความเป็นมาของท่าฉลอมเสียหน่อย ที่  บ้านท่าฉลอม คือ ศูนย์การท่องเที่ยวและกิจกรรมชุมชน เพื่อชุมชน เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวตำนานท่าฉลอม ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว และมาร้อยเรียงเป็นนิทรรศการอย่างน่าสนใจ ภาพเก่าสะท้อนภาพวันวานของท่าฉลอมในอดีต หรือ ของสะสม ข้าวของเครื่องใช้โบราณ เช่น ถังไม้เก่าขนาดใหญ่ที่ใช้ดองปลาสำหรับทำน้ำปลา หรือ แจ้ คือบ่อปูนที่ใช้ดองน้ำปลา บ้านท่าฉลอมมีบริการนำเที่ยว รวมถึง จักรยานให้เช่าถีบเที่ยว เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น.

และถ้ามองท่าฉลอมตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ ท่าฉลอมจะมีลักษณะเหมือนกระเพาะหมู หรือ มีลักษณะคล้ายท้องมังกร เป็นทำเลดีที่เหมาะกับการทำกิจการค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง ปัจจุบัน ชาวบ้านท่าฉลอม ยังยึดอาชีพจับสัตว์น้ำ จำหน่ายเป็นอาหารสดและอาหารทะเลแห้ง รวมถึงอาหารทะเลแปรรูป จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว

เดินเล่นเพลินๆ เราก็มาถึง วัดแหลมสุวรรณาราม วัดนี้ โดดเด่นด้วยพระพุทธรูป ที่มีลักษณะของงานสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างไทยกับพม่า เนื่องจากท่าฉลอมมีชาวเมียนมาย้ายถิ่นเข้ามาทำงานประมงอยู่ไม่ใช่น้อย แถมยังมีศาลารูปทรงสถาปัตยกรรมจีนขนาบอยู่ 2 ข้าง และมีศาลาทรงไทยตั้งอยู่ใกล้กันอีกด้วย จึงเรียกได้ว่า ใครที่ได้เที่ยวที่วัดนี้ จะได้สัมผัส และหลงเสน่ห์ไปกับงานศิลปะที่ผสมผสานอย่างลงตัว

จากนั้น เราก็เดินเท้าไปอีกนิดเดียวก็ถึง สถานีบ้านแหลม จุดเริ่มต้นของการเดินทางด้วยรถไฟ เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่จังหวัดสมุทรสงครามได้อย่างสบายอารมย์ ตรงสถานีนี้ ยังมีภาพกราฟฟิตี้ ลายเก๋ๆ ดังนั้น สายอาร์ตไม่ควรพลาดไปเช็คอิน และไม่พลาดเดินทางไปชมอันซีนของท่าฉลอม พระรูปนักบุญอันนาหมุนได้ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำท่าจีน สวยเด่นเป็นสง่า เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 8.5 เมตร และสามารถหมุนได้รอบแบบ 360 องศา เพียงแค่หยอดเหรียญ 10 บาทได้ชมด้านหนึ่ง ถ้าต้องการชมทั้ง 2 ด้านก็หยอดเพิ่มอีก 10 บาท ซึ่งนักบุญอันนา เป็นสถานที่หนึ่งที่ชาวประมงมักมาขอพรก่อนออกเรือ เพื่อไปหาปลาในท้องทะเลอ่าวไทย

และเดินทางต่อไปขอพรเจ้าแม่กวนอิมที่ อุทยานพระโพธิ์สัตว์กวนอิม เพราะอย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า ท่าฉลอมเป็นศูนย์กลางการค้าขายในอดีต จนถึงปัจจุบัน ท่าฉลอม จึงเป็นชุมชนคนจีน และมีศาลเจ้าเก่าแก่เป็นศูนย์รวมที่ยึดเหนียวจิตใจของคนจีน โดยเฉพาะ เจ้าแม่กวนอิม ที่สวยงามน่าเคารพและนับถือ และได้เวลาเดินทางต่อไปวัดใหญ่ประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียงอยู่ท่าฉลอม ใครไปใครมา ก็ต้องไปกราบสักการะหลวงปู่แก้ว พระเทพสาครมุนีที่ วัดสุทธิวาตวราราม หรือวัดช่องลม ที่เรามักเรียกกันติดปาก

วัดช่องลม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสาคร มีอายุกว่า 200 ปี ปัจจุบันมีวิหารหลวงปู่แก้ว 2 หลัง คือ หลังใหม่และหลังเก่า ที่ตั้งอยู่เคียงข้างกัน ซึ่งภายในวิหารหลังใหม่ โดดเด่นด้วยภาพ จิตรกรรมฝาผนัง โดยเขียนเป็นเรื่องๆ ไว้หลายเรื่องรอบผนังภายในพระอุโบสถเหนือจากช่องหน้าต่างและช่องประตูขึ้นไป ล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่มีความสวยงามได้แก่ พระสุวรรณสาม พระมหาชนก พระเตมีย์ใบ้ ส่วนวิหารหลวงปู่แก้วหลังเก่า เป็นที่บรรจุศพของพระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) ก็ยังมีนกนางแอนมาอาศัยอยู่เหมือนเดิม

ช่วงบ่าย มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม จุดหมายแรกที่ วัดประดู่พระอารามหลวง อำเภออัมพวา เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ราวพุทธศักราช 2320 ภายในวัดมี พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สร้างใน พ.ศ. 2548 มีลักษณะเป็นทรงไทย 2 ชั้น 4 หลังคาแฝด  และชมหุ่นขี้ผึ้งดินสอพองพระชื่อดังของประเทศ อาทิ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ และพระเกจิอาจารย์ในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่มีความงดงามและเหมือนจริง รวมถึงชมพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธาพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 และโบราณวัตถุที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของตลาดร่มบวร ตลาดย้อยยุคในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น.

ตามมาด้วย วัดบางกะพ้อม เป็นวัดเก่าแก่ของแม่กลอง ที่สร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเช่นกัน คณะของเราได้เยี่ยมชมและกราบหลวงพ่อคงองค์ใหญ่ ที่วิหารริมน้ำท่าจีน ซึ่งเป็นหลวงพ่อคง ที่มีขนาดหน้าตักกว้างถึง 11 เมตร ซึ่งหลวงพ่อคง ธมฺมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งในอดีต โดยเฉพาะเหรียญทองแดงเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมมาก นอกจากนี้ ยังมีประติมากรรมปูนปั้นและรอยพระพุทธบาท 4 รอย

และปิดท้ายด้วยการเดินเที่ยวสุดชิลที่ ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำชื่อดังของแม่กลอง เป็นตลาดริมคลองบ้านไม้เรือนแถวริมน้ำ คือ เสน่ห์ แม่กลอง ซึ่งเปิดขายทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด โดยเฉพาะในช่วงบ่ายไปถึงเวลาเย็น ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเรือ กาแฟโบราณ ขนมหวาน ผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทาน หรือเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้

พักผ่อนหย่อยใจที่ ฐณิชาฌ์ เฮลตี้ รีสอร์ท อีกหนึ่งสถานที่สำหรับการผ่อนคลายที่ตั้งอยู่ในบริเวณตลาดน้ำอัมพวา ด้านหน้าติดคลอง ส่วนด้านหลังติดถนน ซึ่งสามารถเดินทางมารีสอร์ทและจอดรถที่รีสอร์ทได้อย่างสะดวก ส่วนภายในรีสอร์ทตกแต่งเรียบง่ายแบบไทย ภายในห้องพักมีผ้าขาวม้า และผ้าถุงแบบไทยๆ ให้สวมใส่หรือจะใช้เป็นพร็อพประกอบการถ่ายภาพก็เท่ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ที่ให้ความเป็นส่วนตัว เงียบ สงบ และอบอุ่นอย่างเป็นกันเองแบบชาวอัมพวา

 

สนใจสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 034-752-847-8 หรือที่เว็บไซต์ www.เที่ยวภาคกลาง.com

ขอบคุณ ททท.ภูมิภาคภาคกลางอำนวยความสะดวก