เที่ยวเปิดโลกจินตนาไร้ขีดจำกัด Digital Art Experience แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

นอกจากการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสกับป่าเขาธรรมชาติ ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสดชื่น หรือนั่งจิบกาแฟยามเช้าท่ามกลางขุนเขา วิวหลักล้านที่หลายคนไฝ่ฝัน ในฤดูกาลของการท่องเที่ยวอย่างนี้ แน่นอนต้องไปสัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นในที่ต่างๆ สำหรับคนกรุงเทพฯแล้ว อาจจะต้องการเวลาเพื่อแลกกับความสุขไม่ใช่น้อย

สาธรสัญจรทั่วทิศ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษกับ เอปสัน ประเทศไทย  ซึ่งพาสื่อมวลชนกลุ่มเล็ก สัมผัสอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวก่อนใคร หรือที่เรียกได้ว่า แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่ต้องมาชมให้ได้คือ House of Illumination โดย บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ “เซ็นทรัลเวิลด์” และ “เอปสัน” ได้เปิดตัว “House of Illuminationพื้นที่จัดแสดงงาน Digital • Art • Experience ศิลปะดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้นักท่องเที่ยวและคนไทยได้เปิดโลกแห่งจินตนาการก่อนใคร ที่สำคัญจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบ Immersive 360 องศา ด้วยอินเตอร์แอคทีฟสุดล้ำ เต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 1,800 ตารางเมตร ตลอด 2 ปี เพื่อส่งเสริมให้เป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ  ดีเดย์เปิดให้เข้าชมวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ณ ชั้น 8 เซ็นทรัลแกลอรี่ เซ็นทรัลเวิลด์

 

นายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารร่วม  บริษัท อินเด็กซ์  ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ร่วมมือกับ “เซ็นทรัลเวิลด์” และ “เอปสัน” ทุ่มทุนสร้างโปรเจคยักษ์แห่งปี House of Illumination” จัดแสดงที่ชั้น 8 เซ็นทรัลแกลอรี่ เซ็นทรัลเวิลด์  ภายใต้แนวคิด Digital • Art • Experience มีการผสมผสานเรื่องของศิลปะ  ดิจิทัล และเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน โดยไม่ได้ตั้งเป้าแค่ดึงดูดเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังต้องการเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจากทั่วโลกให้เข้ามาเที่ยว รวมทั้งพื้นที่แห่งนี้ ยังสามารถรองรับและเปิดให้เช่าพื้นที่สำหรับ การจัดสัมนา จัดอีเว้นต์ หรือกิจกรรมต่างๆได้

House of Illumination เปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2563 ไปจนถึงตุลาคม 2565 ระยะเวลา 2 ปี  ซึ่งมีการเปลี่ยนรูปแบบ แนวคิด และเนื้อหาการแสดงทุกๆ 3 เดือน  เพื่อช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าตลอดการจัดงานจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 800,000 คน  สร้างรายได้กว่า 300  ล้านบาท  ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ร่วมเป็นประธานการแถลงข่าวและเปิดตัว “House of Illumination”

“แม้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ แต่ก็ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศได้จากกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (Expat) ซึ่งการจัดงาน “House of Illuminationถือเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในพื้นที่กรุงเทพฯ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อน ภายใต้มาตรฐานรักษาความสะอาดและความปลอดภัยระดับเวิลด์คลาส เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กล่าว

House of Illumination  แบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 ห้องจัดแสดงได้แก่

ห้องที่ 1: THE CUBE ดำดิ่งสู่ HOUSE OF ILLUMINATION ผ่านอุโมงค์ที่ประกอบจากโครงสร้าง LED Strip ที่พร้อมเปิดต้อนรับคุณเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการไร้ขีดจำกัด

ห้องที่ 2: LASER CAGE วอร์มอัพจินตนาการในเขาวงกตแห่งแสง กับเทคนิคการสร้างขอบเขตพื้นที่ด้วย Laser Heads มากที่สุดถึง 600 ตัว

ห้องที่ 3 : SHINNING SYMPHONY มาเต้นรำไปพร้อมกับอินเทอร์แอคทีฟเลเซอร์ ในรูปแบบเครื่องดนตรี ให้คุณสามารถสร้างเสียงดนตรีได้ในแบบของคุณ

ห้องที่ 4: THE LEVITATION ล่องลอยท่ามกลางหมู่ดาว    กับเทคนิคพิเศษที่พลิกพื้นดินสู่ห้วงอวกาศ ด้วยการวางกระจกในแนวเฉียง 45 องศา

ห้องที่ 5: THE GLOWING SCULPTURE ต่อยอดจินตนาการระดับพิกเซลด้วยการสร้างรูปปั้นจากแสงโดยเทคนิค 3D LED Pixel,                       

ห้องที่ 6: THE INFINITE TUNNEL ตื่นตาตื่นใจไปกับอุโมงค์กระจกสะท้อนภาพแบบไม่รู้จบ ที่จะนิยามโลกของคุณในมิติใหม่

ห้องที่ 7: FROM FOREST TO SPACE พบกับสนามเด็กเล่นในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟที่จะพาคุณออกไปสำรวจเส้นทางคู่ขนานจาก ‘ป่ามหัศจรรย์’ สู่ ‘อวกาศอันไกลโพ้น

ห้องที่ 8: THE BOUNDLESS ดื่มดำในบรรยากาศ แห่งศิลปะดิจิทัล และเทคโนโลยีการแสดงแสง ที่จะปลดล็อคคุณสู่โลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด และพิเศษสุดกับ  LIGHT NEST ที่จะพาคุณเพลิดเพลินไปกับอินเทอร์แอคทีฟคาเฟ่  พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารแบบฉบับ HOUSE OF ILLUMINATION  เรียกว่างานครั้งนี้โปรดักชั่นเลเซอร์ มัลติมีเดีย แมปปิ้ง แสงสี  ที่ลงทุนกว่า 80 ล้านบาท

ด้าน นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  เอปสันมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจัด House of Illumination ในครั้งนี้ โดยได้นำเลเซอร์โปรเจคเตอร์มาผสานกับเทคนิค Projection Mapping เพื่อฉายดิจิทัลคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์โดยอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ ลงบนฉากการแสดงในห้องต่างๆ ภายในพื้นที่จัดแสดง โดยเลเซอร์โปรเจคเตอร์ทั้ง 18 เครื่องของเอปสันที่ใช้ภายในงานจะครอบคลุมการฉายทั้งระยะสั้นและระยะไกล รองรับการฉายภาพที่มีความละเอียดและคุณภาพสูงระดับ 4K และสามารถใช้งานติดต่อกันโดยไม่ต้องบำรุงรักษานานถึง 20,000 ชั่วโมง จึงรองรับการจัดแสดงระยะเวลา 2 ปีของ House of Illumination ได้อย่างไร้ปัญหา บริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ชั้นสูง จนได้รับความเชื่อถือและมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของโลกมายาวนานกว่า 19 ปี และได้รับความไว้วางใจให้ในการใช้งานที่ DIGITAL ART MUSEUM: teamLab Borderless ที่กรุงโตเกียวของเอปสันจะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ และเพิ่มอรรถรสในการรับชม House of Illumination ในครั้งนี้ให้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

เตรียมพบกับความอลังการเหล่านี้ได้ที่งาน House of Illumination ศิลปะดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ชั้น 8 เซ็นทรัลแกลอรี่ เซ็นทรัลเวิลด์ เริ่มจัดแสดงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป บัตรผู้ใหญ่ 350 บาท, บัตรนักเรียน นักศึกษา ราคา 300 บาท และบัตรเด็ก (สูงไม่เกิน 130 ซม.) ราคา 250 บาท ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน หรือซื้อบัตรออนไลน์ได้ที่ https://www.houseofillumination.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 065-956-0170 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: House of Illumination