เที่ยวไปชิมไป คิดถึงส้มโอขาวแตงกวาชัยนาท

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าระบาดทำให้การเดินทางท่องเที่ยวหรือกิจกรรมต่างๆหยุดชะงักไปหมด และต้องทำตามนโยบายภาครัฐ หยุดเชื้อ อยู่บ้าน ช่วยชาติ ดังนั้น สำหรับคนสายเที่ยว สายชิลตอนนี้คงทำได้แต่ติดตามข่าวสารผ่านโลกออนไลน์

และหลายครั้งที่ได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวไปในต่างบ้านต่างเมือง แต่ก็รู้สึกว่าการเที่ยวในประเทศไทย เที่ยวได้อย่างความสุข สบายและอบอุ่นใจเพราะเป็นบ้านเรา ไม่ว่าจะท่องเที่ยวไปชมธรรมชาติ เข้าป่า ปีนเขา หรือล่องแพแลตะวัน ก็ตาม รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก็รู้สึกว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสวนเงาะนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เคยไปยืนเก็บลูกเงาะที่ห้อยระย้าเป็นพวกอยู่โคนต้น หรือจะเที่ยวภาคกลางที่มีสวนผลไม้มากมายสลับซับเปลี่ยนกันออกผลมาให้เราได้ลิ้มรสเปรี้ยวหวานตลอดทั้งปี

และยังคิดถึงเมืองชัยนาท จังหวัดทางภาคกลางที่เป็นศูนย์แม่น้ำทั้ง 4 สาย ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยได้ไปยืนตรงสันเขื่อนเจ้าพระยาชมวิว ชมความยิ่งใหญ่ของจุดกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งเมื่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานชัยนาท ได้นำพาสื่อสำรวจแหล่งเที่ยวทางสายน้ำ ผมยังจำได้ เป็นการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมเที่ยววัด ชมสวนผลไม้

และวันนี้ ได้เห็นท่าน จิรารัตน์ มีงาม ผอ.ททท.สำนักงานจังหวัดลพบุรี ที่ดูแลรับผิดชอบมาถึงจังหวัดชัยนาทได้โพสต์ภาพสวยๆของส้มโอขาวแตงกวา พร้อมกับถ้อยวาจาที่ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือลงเฟสบุ้ค ที่อ่านแล้วรู้สึกอยากชิม ส้มโอขาวแตง ราชินีส้มโอชัยนาทขึ้นมาทันที

“สุดยอดของส้มโอ..เป็นผลไม้ที่ไม่เคยคิดจะซื้อมาก่อน แต่พอมาเจอส้มโอขาวแตงกวาของจังหวัดชัยนาท ลูกอาจไม่โต สวยงาม แต่มีเนื้อสีน้ำผึ้งรสหวานฉ่ำ ช่วงโควิดนี้ พี่ทยอยซื้อมาตุนไว้ รวมแล้ว 60 กก. กินเพลินจนหยุดไม่ได้ จึงจำกัดแค่ทานวันละสองลูก ช่วงนี้หมดแล้ว ส้มโอจะออกอีกทีก็เดือนกันยายน และจะมีงานวันส้มโอขาวแตงกวาของจังหวัดชัยนาทด้วยค่ะ”

รอติดตามกิจกรรมดีๆในงานวันส้มโอขาวแตงกวาชัยนาทกันได้เลย และที่สำคัญยังแถมได้ประวัติส้มโอเมืองชันนาทที่น่าสนใจมาช่วยเพิ่มพูลความรู้เรื่องส้มโอ จากคอมเมนต์ที่ส่งตามมาอีกด้วย ที่สำคัญชื่อของส้มโอขาวแตงกว่านั้นมีความสำคัญ เพราะ

“ตามบันทึกเสด็จประพาสต้นของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ร.ศ.125 (พ.ศ.2449) ได้เสด็จยังที่ว่าการอำเภอมโนรมย์ และ วันที่ 16 ตุลาคม ร.ศ.127 (พ.ศ.2451) ได้เสด็จประทับแรมที่วัดหัวหาด หรือวัดท่าหาด ซึ่งภายหลังได้รับพระราชทานนามว่า ” วัดพิกุลงาม” นั้น จากคำบอกว่าของผู้สูงอายุชาวมโนรมย์ รวมทั้งกลอนราชนิเกริง(กลอนลิเก) ของอดีตลิเกเก่าได้เล่ากันสืบต่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จที่ที่ว่าการอำเภอมโนรมย์ และที่วัดหัวหาด นั้น มีชาวบ้านสูงอายุได้นำส้มโอที่ปลูกไว้ที่ตำบลคุ้งสำเภา ซึ่งนำพันธุ์มาจากที่ใดไม่ปรากฏแน่ชัด และยังไม่มีการตั้งชื่อ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 5 เมื่อพระองค์เสวยแล้ว ได้ตรัสว่า ” มีรสชาติอร่อย มากอย่างที่ไม่เคยเสวยที่อื่นมาก่อน ทั้งหวานและกรอบ กรอบเหมือนแตงกวา” และจากพระราชดำรัสนี้เอง ที่ทำให้ชาวคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ ได้ขนานนามส้มโอ พันธุ์นี้ว่า ” ขาวแตงกวา” เพราะเป็นนามมงคลที่เป็นดั่งนามพระราชทาน จากพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 และจากการที่ รัชกาลที่ 5 ได้เสวยและทรงโปรดรสชาติของส้มโอขาวแตงกวามาก ดังนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวสวนส้มโอคุ้งสำเภา อำเภอมโนรมย์ อีกทั้งเป็นการบ่งบอกถึงประวัติความเป็นมาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ส้มโอขาวแตงกวา จึงเห็นสมควรที่จะปรับปรุงชื่อส้มโอขาวแตงกวา ว่า ” ส้มโอขาวแตงกวา ราชาเสวย”

ขอบคุณ อาจารย์​.จรรยงค์ พุ่มมูล​ ผู้ให้ข้อมูล

ขอบคุณ ททท.สำนักงานลพบุรี