เที่ยว 3 ภู จังหวัดเลย ชมทะเลหมอก กอดไอหนาว

เมื่อลมหนาวพัดมาก็ได้เวลาท่องเที่ยวอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดเลย มีแหล่งที่ท่องเที่ยวมากมาย และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนหนุ่มสาวคือ การได้ไปสัมผัสทะเลหมอกที่โอบล้อมขุนเขา หรือบางที่ได้สายหมอกโอบกอดรอบตัวเราอย่างใกล้ชิด เรียกว่าได้ว่า หนาวกาย แต่ไม่หนาวใจ

ที่สำคัญ “อีสาน” ไม่ได้ร้อนไม่ได้แล้ง แถมยังอบอวลไปด้วยไอเย็นที่รอให้เราไปสัมผัสสักครั้ง โดยเฉพาะ ภูกระดึง เพราะภูแห่งนี้ คือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหัวใจแกร่งเดินเท้าท้าพิสูจน์ความรักมานักต่อนักแล้ว และในวันนี้ ภูกระดึง ก็ยังไม่เคยห่างหายไปจากหัวใจ และยังคงคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว แบกเป้สะพายกระเป๋า วางแผนออกไปเที่ยวยกแก๊ง ไปเที่ยวให้สนุกแบบแอดเวนเจอร์ และก็ไม่พลาดไปนอนเต็นท์รับสัมผัสกับธรรมชาติ ดื่มด่ำกับอากาศที่หนาวเย็น หรือใครจะจองบ้านพักก็สบายๆ แนะนำให้เข้าเว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบกับ 5 ขั้นตอนการจองบ้านพักในอุทยานแห่งชาติ หรือจองเต็นท์ออนไลน์ แค่นี้ก็เที่ยวแบบอุ่นใจแล้ว

ไปต่อกันที่ ภูผาหมวก เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีหมอกสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งอยู่ที่บ้านนาโพธิ์ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย และที่สำคัญสามารถมองเห็น บ้านนาแห้ว บ้านนาโพธิ์ บ้านเหมืองแพร่ฝั่งไทย และบ้านเหมืองแพร่ฝั่ง สปป.ลาว ใครที่สนใจไปสัมผัสไอหมอกกอดความหนาวเย็น ปัจจุบันนี้สามารถจอดรถที่จุดกางเต็นท์ และขึ้นชมทะเลหมอกเพียงเดินเท้าไปแค่ 15 นาที หรือจะพักค้างแรมที่ลานกางเต็นท์ของภูผาหนอง ก็สามารถติดต่อได้ที่เทศบาลนาแห้ว เบอร์โทรศัพท์ 042-897082

และไหนๆ เราก็มาถึงเลยทั้งที ก็ไม่ควรพลาด ภูค้อ แหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่มาแรงของจังหวัดเลย อยู่ที่ตำบลนาแห้ว เช่นกัน ไม่น่าเชื่อว่าบนภูเขาสูงแห่งนี้ นอกจากจะเป็นจุดชมวิวชั้นดีแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกอันงดงาม อลังการ ควบคู่ไปกับบรรยากาศแคมปิ้ง ค้างแรมกลางป่าอันน่ารื่นรมย์

ที่เขาบอกว่าใครๆได้มาชมทะเลหมอกที่นี่เหมือนต้องมนต์เสน่ห์ เพราะเป็นทะเลหมอกที่นี่ลอยสูงจากพื้นดินขึ้นมาไม่มากนัก แต่ดูเหมือนมันมีชีวิต จนหลายคนยกให้เป็นดั่ง “ทะเลหมอกมีชีวิต

ซึ่งนักท่องเที่ยวนำรถมาจอดไว้ที่เทศบาลตำบลนาแห้ว หรือ บ้านบุ่ง ต่อจากนั้นให้ใช้บริการนั่งรถอีแต๊กชุมชนขึ้นสู่ยอดภูค้อ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นไปเที่ยวยอดภูค้อได้ทั้งการนั่งอีแต๊กไป-กลับ ในคราวเดียว หรือขึ้นไปพักค้างแรม กางเต็นท์ ในบรรยากาศแคมปิ้งบนนั้น 1 คืน

ซึ่งมีอยู่ 3 จุดหลักด้วยกัน โดยบริเวณ “จุดที่ 3 ภูค้อ” มีห้องน้ำให้บริการเข้าสำหรับหนัก-เบา แต่ไม่มีห้องน้ำให้อาบน้ำ นักท่องเที่ยวต้องอาบน้ำที่หมู่บ้านบุ่งหรือที่เทศบาลข้างล่าง ก่อนขึ้นภูในช่วงเย็น และหลังจากภูในช่วงเช้า

สนนราคาค่าบริการในการเที่ยวภูค้อมีดังนี้ ค่าบริการรถอีแต๊ก ไป-กลับ คนละ 100 บาท นั่งได้ไม่เกิน 5 คน(หรือเหมาจ่ายคันละ 500 บาท/คัน, คนขับที่นอนค้างบนยอดภู(+ช่วยก่อไฟ ทำอาหาร กางเต็นท์) 100 บาท, เต็นท์เปล่า 100 บาท/หลัง, เต็นท์+เครื่องนอน 200 บาท/หลัง บริเวณจุดที่ 3 ภูค้อ จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวค้างบนยอดภูค้อ ไม่เกิน 30 คน/คืน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักค้างโฮมสเตย์ที่บ้านบุ่งหรือชุมชนอื่นที่อยู่ด้านล่างได้

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “กลุ่มวิสาหกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวและโฮมสเตย์ป่าชุมชนยอดภูค้อ” ประธานกลุ่มฯ นายทรงศักดิ์ จันทร์สาลี (อดีตกำนัน ต.นาแห้ว) โทร. 08-9993-2285, นายสุรชัย จันทะคุณ ผู้ใหญ่บ้านห้วยนาสี โทร. 06-4693-9785 หรือสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวใน จ.เลย เชื่อมโยงกับภูค้อ ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานเลย (รับผิดชอบพื้นที่ เลย,หนองบัวลำภู) โทร.0-4281-2812 , 0-4281-1405

ปิดท้าย มาเลยทั้งทีต้องไม่พลาด สกายวอล์กเชียงคาน แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดเลยเช็กอินที่ความสูงกว่าระดับแม่น้ำโขง 80 เมตร หรือเท่ากับตึก 30 ชั้น บนทางเดินพื้นกระจกใสชนิดพิเศษ มีตะแกรงเหล็กรองรับขนาด 2 เมตร ยาว 80 เมตร ให้ได้สัมผัสกับมุมมองใหม่ของแม่น้ำเหืองที่ไหลผ่านมาบรรจบแม่น้ำโขง บริเวณเขตกั้นพรมแดนไทย-ลาว กับวิวทิวทัศน์สุดสวย แถมยังได้กราบสักการะพระใหญ่ภูคกงิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร สูงกว่า 19 เมตร ที่อยู่บริเวณสกายวอล์กเชียงคาน

ขอบคุณ ภาพประกอบจาก ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ททท.สำนักงานเลย