โตโยต้า ลุยเข้มปลายโค้งปี62 ส่ง  “โคโรลล่า อัลติส ใหม่” เครื่อง  1.6-1.8 ไฮบริด  

โตโยต้า  ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่ง “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่  ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น  เส้นสายหนักแน่น ภายในกว้างขวาง ทันสมัย เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน  มีให้เลือกเครื่องยนต์ทั้ง 1.6 และ 1.8 ไฮบริด ราคาตั้งแต่  829,000 -1,099,000 บาท

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  โตโยต้า โคโรลล่า ได้ เริ่มผลิตในญี่ปุ่น ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2509 และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมทั้งประเทศไทย ทำให้กลายเป็นรถที่มียอดขายสูงสุดภายใน 3 ปี และได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน มียอดขายสะสมมากกว่า 47 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันรถโคโรลล่า หนึ่งคันจะถูกขายทุกๆ 15 วินาที ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้าทั่วโลก

ล่าสุดบรัทได้แนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย “โคโรลล่า อัลติส” ใหม่  ด้วยดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่นเหนือใคร เส้นสายหนักแน่นเด่นชัดรอบคัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง ภายในกว้างขวาง ทันสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียด ให้ความรู้สึกเรียบหรู อีกทั้งยังออกแบบ โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน ด้านสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเกินใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่ (Fun-to-drive) สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด (Toyota Safety Sense) และยิ่งไปกว่านั้นถือเป็นครั้งแรกของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริดรุ่นล่าสุด ในเจเนอเรชั่นที่ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมัน ได้สูงสุด ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นยนตรกรรมที่ก้าวข้ามสู่ขีดสุด ที่เหนือกว่า

    ในประเทศไทย โคโรลล่า เปิดตัวในเมื่อปีพ. ศ. 2509 ด้วยเช่นกัน จากผลตอบรับอย่างท่วมท้นของลูกค้าชาวไทย ในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โคโรลล่าสามารถครองความนิยมในฐานะรถยนต์นั่งที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในประเทศไทย และเดินเคียงข้างกับคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน ในฐานะที่โคโรลล่าเป็นรถซีดานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในประเทศไทย ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อรถรุ่นนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราสรรสร้าง ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าของเรา และในวันนี้ผมมีความยินดีที่จะแนะนำโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ในรุ่นที่ 12 อย่างเป็นทางการ ซึ่งรถรุ่นนี้จะเปลี่ยนความคิดของทุกท่านที่มีต่อโคโรลล่าอย่างสิ้นเชิงและจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับในกลุ่มนี้อย่างแน่นอน

โคโรลล่า อัลติส รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบเต็มรูปแบบคันแรกในตลาดนี้ สำหรับประเทศไทย เเละยัง ได้แนะนำ รุ่นสปอร์ตใหม่“ Corolla Altis GR-Sport” ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด“ Gazoo Racing Sport” โดยรุ่น GR-Sport นี้จะมาพร้อมกับแพ็คเกจพิเศษซึ่งจะเพิ่มแอโรไดนามิกและจะมอบความตื่นเต้นเร้าใจในการขับขี่สูงสุดให้กับลูกค้าของเรา

สำหรับโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มี 5 จุดขายหลัก ได้แก่
1. ด้านการออกแบบ –
ภายนอกได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Shooting Robust” กับเส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย ให้ความเพลิดเพลินและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง
2. ด้านประสิทธิภาพของการขับขี่ – สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ Double Wishbone เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสารและเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงและการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง
3. ระบบ ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 – ครั้งแรกกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รถยนต์รุ่นเดียวในตลาด C-Segment ที่ใส่ระบบ Full hybrid system ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างดี แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ

นอกเหนือจากเครื่องยนต์ไฮบริด โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้มีอัตราเร่งตอบสนองที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป
4. ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า
-ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) โดยเพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) อีกทั้งยังคงมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น
-ระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) โดยตัวรถมีการเสริมโครงสร้างด้านหน้า เพื่อช่วยถ่ายเทแรงในกรณีที่เกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มความมั่นใจในการปกป้องผู้โดยสารรอบคัน
-Toyota Safety Sense ใหม่ล่าสุด ที่มีระบบการทำงานเพิ่มเติม คือ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้าและระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่
5.ระบบการเชื่อมต่อ – สะดวกสบายไปกับ Apple CarPlay และ T-Connect Telematics เพื่อช่วยให้ไม่พลาดในทุกการเชื่อมต่อ ทุกที่ และทุกเวลา

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นเหนือใคร

  • ไฟหน้า LED Projector เปิด – ปิด อัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
  • ไฟท้าย LED Rear Lamps
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry) สามารถปลดล็อกประตูได้โดยอัตโนมัติ

ภายในเหนือกว่าทุกความสะดวกกับฟังก์ชันเหนือชั้น

  • Head Up Display หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ
  • Push Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ
  • Optitron Meter with Multi Information Display 7” มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีขนาด 7 นิ้ว
  • Touchscreen 8” support Apple CarPlay with Navigator หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigator รองรับ T-CONNECT
  • Automatic Air Conditioning System ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • Nanoe ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารสร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบเพื่อขจัดกลิ่นและยับยั้งเชื้อโรค
  • Auto Folding Mirror กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ
  • Wireless Charger แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย
  • EC Mirror กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • Auto Brake Hold ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และ Electric Parking Brake ระบบเบรกมือไฟฟ้า
  • Rear Air Conditioning ช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง
  • Rear Sunshade ม่านบังแดดที่กระจกหลัง

– สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ (TNGA)

  • BODY RIGIDITY…เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot welding) ช่วงรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน
  • LOWER CENTER OF GRAVITY…ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงรถต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้งดีขึ้น
  • DOUBLE WISHBONE SUSPENSION…ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม
  • GOOD HANDLING…พวงมาลัยมีการปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมรถง่าย เป็นไปอย่างมั่นใจ
  • EXCELLENT VISIBILITY…ออกแบบตัวรถให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดอับสายตา

ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 (4th Generation Hybrid)

พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อความทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

สำหรับรุ่นไฮบริด

– เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า และเกียร์ E-CVT ขีดสุดแห่งพลังขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับรุ่น GR SPORT

– เครื่องยนต์ 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift ขีดสุดแห่งความแรง ด้วยอัตราเร่งเต็มพลังตอบสนองได้ดั่งใจ เพื่อการขับขี่ที่เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับรุ่น 1.6G

– เครื่องยนต์ 1ZR-FBE ขนาด 1.6 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift ให้คุณมั่นใจกับการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

ระบบความปลอดภัย

  • Back Guide Monitor กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
  • Rear Cross Traffic Alert ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ
  • Hill-start Assist Control ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • Blind Spot Monitor ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง
  • Back Sonar สัญญาณเตือนกะระยะท้ายรถ
  • Tire Pressure Monitoring System ระบบแจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ
  • Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • Vehicle Stability Control ระบบควบคุมการทรงตัว
  • Anti-lock Brake System ระบบป้องกันล้อล็อก
  • Electronic Brake-force Distribution ระบบกระจายแรงเบรก
  • Brake Assist ระบบเสริมแรงเบรก
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS 7 ตำแหน่งทุกรุ่น
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA พร้อมคานนิรภัย

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า “โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ยกระดับไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ทั้งเทคโนโลยีที่นำสมัย ความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่ ภาพลักษณ์ความหรูหรา มีระดับ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ก็คือ กลุ่มคนวัยทำงานที่มองหารถยนต์ที่มีดีไซน์เรียบหรู มีระดับ และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทดแทนกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เพื่อตอบรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยเราได้กำหนดแนวทางการสื่อสารของ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ให้สามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และบุคลิกของผู้ใช้งาน ด้วยสโลแกน All New Corolla Altis, “Make A New High” “ข้ามสู่ขีดสุดที่เหนือกว่า”

และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เราจึงขอแนะนำพรีเซนเตอร์คนล่าสุด คุณณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงยอดนิยม ที่สะท้อนภาพลักษณ์ ที่บ่งบอกถึงความหรูหรา มีระดับ ของโคโรลล่า อัลติสใหม่ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และหลังจากนี้เราจะจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ ในวันที่ 13-15 กันยายนนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ

นอกจากนั้น เรายังได้จัดเตรียมข้อเสนอพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,500 บาท ต่อเดือน และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีแพ็คเกจการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงเช็คระยะ อีกทั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด เราจะมีแพ็คเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ ระบบไฮบริด และการรับประกันราคาขายต่อที่โตโยต้า ชัวร์ เช่นเดียวกับ C-HR และ Camry Hybrid โดยเราได้วางเป้าหมายการขาย ไว้ที่ 2,300 คัน ต่อเดือน และทั้งหมดนี้ด้วย New High Spec ที่มาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้”

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ 6 รุ่น และ 7 สี  – White Pear  – Phantom Brown   – Super White II  – Attitude Black Mica  – Silver Metallic  – Red Mica Metallic และ สีใหม่ 1 สี  – Celestite Gray

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด

– Hybrid High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท

– Hybrid Mid เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท

– Hybrid Entry เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

– 1.8 GR-Sport** เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท

– 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท

– Limo เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท