โอ้โห… เที่ยวกรุงละโว้ ลพบุรี มีดีกว่าที่คิด

การเดินทางไปกรุงละโว้ครั้งนี้ของ สาธรสัญจรทั่วทิศ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เพราะเป็นความตั้งใจ และมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมรณรงค์แต่งไทย นุ่งโจง ไปเที่ยวเมืองลพบุรี เที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 33 ที่จัดต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว จนเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ และปีนี้ก็เช่นกัน ผมได้ตระเตรียมชุดไทยเป็นพิเศษ เพื่อที่จะให้เข้ากับงานและดูกลมกลืนแฝงกายไปกับผู้คนที่มาเที่ยวชมงานอย่างเนืองแน่น

และปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคกลาง นำโดย ท่านอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท. ท่านไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองตลาดภาคกลาง และ ท่านจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานลพบุรี ท่านได้กรุณาเชื้อเชิญ สาธรสัญจรทั่วทิศ ให้ได้ไปเที่ยวไปร่วมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สัมผัสกรุงละโว้อีกครา

ทีมผู้บริหารจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อารีย์ ฤกษ์สภาพ, จิรารัตน์ มีงาม, อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ, ไพรัชช์ ทุมเสน, ชัยวิทย์ เผื่อนอุดม, นงนุช สุวรรณรักษ์

เยือนกรุงละโว้ราชธานีเมืองเก่า

กระผมออกเดินทางจากพระนคร (กรุงเทพฯ) เพื่อไปกรุงละโว้ ลพบุรี ในช่วงเวลาสายๆ ด้วยรถยนต์คู่กาย เจ้าเพื่อนรักคนสนิทที่ช่วยนำพาผมไปท่องเที่ยวทุกหนทุกแห่งมาด้วยดีตลอด 16 ปีเต็ม และที่สำคัญ วันนี้ เป็นวันที่ 14 กุมภาวาเลนไทม์เสียด้วย เลิฟๆนะเพื่อนรัก

เอาล่ะ เรามาถึงเมืองละโว้อย่างปลอดภัย ในช่วงเวลาบ่ายที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเป็นใจอย่างยิ่งถึงจะร้อนไปเสียหน่อยก็ตาม แต่ถ้ามองอีกมุมถือว่าเป็นโชคดี เพราแดดจัดๆแรงๆอย่างนี้ ถ่ายภาพบรรยากาศโลเกชั่นแบบวายแองเกิ้ล ด้วยเลนมุมกว้างถ่ายเมืองลพบุรี จะได้ภาพสีท้องฟ้า ฟ้าแหล่มๆแน่นอน

ย้อนยุคพร้อมลิ้มลองอาหารไทยเลิศรส

ในช่วงเย็นผมนุ่งโจงสวมเสื้อคอกลมไปเที่ยวงานวังแบบสบายๆก่อน แต่ก็ได้นำเสื้อตัวเก่งที่ตระเตรียมมาใส่ยาม และสายกระเป๋ากล้องท่องเมืองละโว้แบบสบายๆ ก่อนอื่นขอเติมพลังด้วยอาหารพื้นบ้านอร่อยๆขึ้นชื่อเมืองละโว้กันเสียก่อน และแน่นอนทุกคนต้องมุ่งไป โซนตลาดย้อนยุค พร้อมกับการแลกเป็นเงิน เป็นเบี้ย พดด้วงเสียก่อน ให้เข้ากับบรรยากาศเสียหน่อย ซึ่งเงินพดด้วงอันสีทองให้แทนเงินจำนวน 20 บาท ส่วนอันสีเงินนั้นใช้แทนเงินจำนวน 10 บาท

เป็นโซนที่มีอาหารถิ่น ของหวาน ขนมโบราณแสนอร่อยมากมาย ที่ได้คัดสรรร้านอาหารดังมานำเสนอ รวมถึงร้านค้าร้านอาหารเล็กๆแบบบ้านๆ ให้ได้อร่อยกันแบบจัดใหญ่อย่างจุใจ รับรองว่า ได้ชิมกันพุงกางกันไปเลย สำหรับใครที่ยังไม่อิ่ม ปีนี้คณะผู้จัดงานยังขยายโซนอาหารเพิ่มด้านหน้าอีกหนึ่งจุด ซึ่งอยู่บริเวณด้านซ้ายมือ เมื่อหันหน้าเข้าหาหน้าวัง จัดกันไปเต็มๆขอรับ รวมถึง ด้านนอกกำแพงเองก็ยังมีร้านรวงมากมาย ทั้งอาหารคาวหวาน เสื้อผ้า เครื่องประดับ รวมถึง ร้านบริการเช่าชุด สนนราคาชุดละ 200-300 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแบบและเนื้อผ้า ให้เลือกกันตามใจชอบ

ตื่นตาตื่นใจขบวนแห่อลังการ

ซึ่งตามกำหนดการในช่วงบ่ายสามโมง ขบวนแห่เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนารายณ์นารายณ์มหาราช จัดเต็มแบบยิ่งใหญ่ หรือเรียกได้ว่า เป็นขบวนอย่างยิ่งใหญ่ ตระการตาจริง โดยใช้ผู้ร่วมขบวน กว่า 2,000 ชีวิต ต้องจับตามองให้ดี โดยจะเคลื่อนไปตามเส้นทางถนนนารายณ์มหาราช ผ่านศาลพระกาฬ พระปรางค์สามยอด และเข้าไปภายในพระนารายราชนิเวศน์ เพลาอย่างนี้ กระผมขอปักหลักรอเก็บภาพอยู่ในวังจะดีกว่า

ส่วนช่วงพิธีการเปิดงานเป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเฉพาะการแสดงต้องบอกว่า อลังการงานสร้างไม่แพ้ปีก่อน จัดเต็มมาด้วยการแสดงเปิดงานปฐมบทนาฎกรรมรามเกียรติ์  และการแสดงโขนชุด วานรพงศ์องค์นารายณ์ มารพ่ายพระรามราชา รวมถึง การแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการอย่างตื่นตาตื่นใจกับแสงสีเสียงชุดใหญ่จัดเต็ม ซึ่งปีนี้ก็มีชาวลพบุรี นักท่องเที่ยว ประชาชนร่วมใจนุงโจงห่มสไบเข้าชมวังอย่างคึกคัก แต่ก็เดินเที่ยววังแบบสบายๆ ถึงแม้ว่าจะไม่เนื่องแน่เท่าปีที่ก่อน เพราะกระแสละครออเจ้า ช่วยหนุนช่วยส่ง

พิธีการสมเกียรติ อลังการงานสร้าง

ปีนี้ช่วงพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2563 พร้อมด้วย นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง ททท., นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ กองตลาดภูมิภาคภาคกลาง ททท., นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการสำนักงานลพบุรี นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ททท.เข้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม การแสดง แสงสีเสียง และบรรยากาศภายในวัง ช่วงเวลายามเย็น และหลังตะวันลับไปแล้วยิ่งสวยงามตระการตา เพราะแสงไฟระยิบยับที่ประดับอยู่ตามต้นไม้ ตามซุ้ม หรือเต้นท์ขายสินค้า เครื่องประดับ เสื้อผ้าอาภรณ์ ก็ยังอลังการงานสร้าง เป็นที่ประทับใจไม่ใช่น้อยเช่นกัน

เวลาก็ล่วงเลยไปดึกโขแล้ว กระผมขอกลับไปพักผ่อนชาร์ตแบตกันก่อนที่โรงแรมโฮบอินน์ ลพบุรี โรงแรมดีสไตล์โมเดิร์นที่เหมาะกับนักเดินทาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ลาก่อนแต่ไม่ลาลับ เพราะจะกลับมาใหม่ เรียกได้ว่า มาเที่ยงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ก็ต้องใช้เวลาให้คุ้ม จัดไป 2 วัน 1 คืน

อรุณสวัสดิ์กรุงละโว้

เช้าวันเสาร์ ฟ้าสาง ตะวันยอแสงสีทองผ่องอำไพแล้ว ผมลุกจากที่นอนนุ่มๆ แต่งตัว นุ่งโจงอีกตัวหนึ่งที่เตรียมมา พร้อมกับสวมเสื้อแห่งความภูมิใจจากททท. เป็นเสื้อคอกลมสีชมพูโอรสหวานๆ เข้ากับวาเลนไทม์เดย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเพิ่งได้รับมาเป็นพิเศษจาก ท่านผอ.จิรารัตน์ มีงาม เมื่อคืนนี้สดๆร้อนแบบไม่ต้องซัก และใส่แบบไม่มีเขิน เพราะเสื้อสวยเนื้อดี แถมมีโลโก้ททท.ด้านหน้า ส่วนด้านหลังสกรีน งานแผ่นดินสมเด็จพระนาราย์อย่างสวยงาม ชอบๆ ขอบน้ำขอใจขอรับ…

นั่งรถไฟไปลพบุรีสุดชิล

ผมออกจากโรงแรมมุ่งหน้าตรงไปที่สถานีรถไฟลพบุรีเป็นอันดับแรก เพราะการเดินทางมาลพบุรีทางรถไฟนั้นสะดวกสบาย ไม่แพ้รถยนต์ และไม่ว่าจะมาจากกรุงเทพฯหรือจังหวัดใกล้เคียงก็ตาม มีโปรแกรมตารางรถไฟตลอดทั้งวัน แถมททท.ยังได้จัดซุ้มสำหรับการถ่ายภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟอย่างสวยงาม ให้เช็คอินฟินกันไป ตามคอนเซ็ปต์ ของททท.สำนักงานลพบุรี “แต่งไทย นั่งรถไฟ มาเที่ยวงานวัง” แล้วรับ ของที่ระลึก “กระเป๋าผ้า สุดเก๋” จาก ททท. สำนักงานลพบุรีได้ทันที หรือถ่ายรูปสวยๆกับจุด Check in ททท.สำนักงานลพบุรี ณ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร, วัดเสาธงทอง และวัดเชิงท่า ครบทั้ง 3 จุด โพสต์ลงโซเชียล พร้อมติด #TATLOPBURI #ลพบุรีเมืองน่าเที่ยว #งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แชร์กันเสร็จ แล้วมารับ “กระเป๋าผ้าสุดเก๋” ได้เช่นกัน

ก่อนจะไปตามเที่ยวไหว้พระ 3 วัดดังนั้นเราไม่ควรละเลย วัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟพอดิบพอดี เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลพบุรี ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของจังหวัดลพบุรี และในช่วงงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทุกวัดและโบราณสถานต่างๆ ที่ตั้งอยู่โดยรอบบริเวณพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จะประดับประดาตกแต่งบรรยากาศสวยงามอลังการไปทั้งเมือง

ตามไหว้พระ 3 วัดสำคัญเมืองลพบุรี

ตัวเมืองลพบุรี ถือว่าเป็นเมืองเก่าที่มีเกาะแพงเมืองล้อมรอบ ภายในตัวเมืองประกอบได้ วัด วัง และชุมชนชาวบ้านที่อยู่กันค่อนข้างหนาแน่น โดยมีถนนสายเล็กๆ เพื่อการสัญจรไปมา ซึ่งเป็นถนนที่รถสามารถวิ่งสวนกันได้เพียง 2 เลน ไม่กว้างใหญ่มากนัก ส่วนถนนเส้นเมนต์ 4 เลน สร้างขึ้นภายหลัง ส่วนด้านหลังพระนารายรณ์ราชนิเวศน์มีแม่น้ำลพบุรีไหลผ่าน ซึ่งในอดีตบริเวณที่วัดเชิงท่านั้น เป็นเสมือนศูนย์รวมการค้าการขายที่มีความสำคัญในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และมาถึงกรุงละโว้ทั้งที ก็ต้องไปชื่นชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ และงานสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามมากๆ

วัดเก่าแก่คู่เมืองละโว้

ผมจะเลือกไปเยี่ยมชมที่วัดเชิงท่าเป็นอันดับแรกเพราะ วัดเชิงท่า เป็นวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก มีอายุกว่าสามร้อยปี กล่าวกันว่าเดิมชื่อ “วัดท่าเกวียน” เป็นท่าของเกวียนลำเลียงสินค้าขนลงมาที่ท่าน้ำในบริเวณวัดแห่งนี้ ด้านหน้าวัดหันออกสู่แม่น้ำลพบุรี จึงชวนให้สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นวัดที่สร้างก่อนพระราชวัง และเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มีศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดลพบุรี

 

มีพระเจดีย์ตั้งอยู่บนลานเดียวกับพระอุโบสถ์แต่อยู่ด้านหลัง มี 3 องค์ เจดีย์ประธานตั้งอยู่กึ่งกลางลาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ส่วนเจดีย์บริวารอีกสององค์ เป็นเจดีย์ที่เป็นดอกบัวบานรองรับองค์ระฆัง สร้างขึ้นสมัยอยุธยา นอกจากนั้นบริเวณนอกลานพระอุโบสถด้านทิศตะวันออกยังมีเจดีย์บริวารอีก 3 องค์เป็นเจดีย์แบบย่อไม้มุมสิบสองที่มีความสวยงาม และยังมี หอระฆัง อาคารพิพิธภัณฑ์ ให้ได้มาศึกษาหาความรู้ควบคู่ไปกับการทำบุญไหว้พระ

วัดคู่บ้านคู่เมืองลพบุรี

หลังออกจากวัดเชิงท่า เราตั้งใจไปที่วัดกวิศราราม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเชิงท่ามากนักประมาณ 200 เมตรเท่านั้น แต่ด้วยถนนสายเล็กๆ จึงทำให้หาที่จอดรถยาก จึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่วัดเสาธงทองเสียก่อน เป็นอีกวัดที่ตั่งอยู่นอกกำแพงเมืองเช่นกัน วัดเสาธงทอง ที่ตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของวัง เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ติดถนนฝรั่งเศส ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลเมืองลพบุรี ด้านหลังใกล้กับท่าขุนนางริมแม่น้ำลพบุรี ที่สำคัญเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโบราณ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า พระวิหารหลวงและพระประธานเป็นฝีมือช่างแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา อย่างน้อยคงสร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ส่วนวิหารหลวงวัดเสาธงทอง เป็นวิหารขนาดใหญ่ศิลปะอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่หน้าตักกว้าง 3 วา สูง 4 วา 2 ศอก ถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองลพบุรีมาช้านาน บริเวณผนังเจาะเป็นช่องซุ้มโค้งประดิษฐานพระพุทธรูปลักษณะต่างๆ สวยงามแปลกตาไปอีกอย่างหนึ่ง

ตามหาต้นตำรับขนมไทย ทองหยิบ ทองหยอด ของท้าวทองกีบม้า

หลังจากออกจากวัดเสาธงทอง ผมขอพักเรื่องวัดไว้ก่อน เพราะเราเพิ่งสังเกต เห็นว่าในบริเวณใกล้วัดเสาธงทองนั้นเป็น จุดที่สำคัญ อีกหน้าหนึ่งทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะคนที่ชอบขนมไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่ตั้งของบ้านออกญาวิชาเยนทร์และ ท้าวทองกีบม้า นั่นเอง

บ้านวิชาเยนทร์ หรือบ้านหลวงรับราชทูตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และหนึ่งฉากสำคัญในละครที่พูดถึงการะเกด (เกศสุรางค์) และครอบครัวของหมื่นสุนทรเทวา ไปเที่ยวเมืองละโว้ และเกศสุรางค์ได้มาเยี่ยมแม่มะลิ หรือ มารี กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า)

ที่บ้านหลังนี้ในช่วงงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์นั้น ทางคณะผู้จัดงานได้เนรมิตพื้นที่ภายในบ้านออกญาวิชาเยนทร์ ให้มีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการประดับตกแต่ง แจกัญดอกไม้ สิ่งของเครื่องใช้ ต่างๆภายในห้องต่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานในบ้าน หรือโซนหน้าบ้านที่จัดเก้าอี้ไว้ให้นั่งในสวนรับลมเย็นๆ อย่างสวยงามในเวลากลางวัน ส่วนเวลากลางคืนยังประดับตกแต่งแสงสีสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง รับรองว่าฟิน…

วัดของพระเจ้าแผ่นดิน

หลังจากนั่งพัก เก็บภาพสวยๆ ในบ้านออกญาแล้ว เราวนรถเลียบกำแพงวังไปอีกด้านหนึ่งเพื่อไปที่ วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญมาก ตั้งอยู่ไม่ไกลวัดเชิงท่า สังเกตง่ายถ้าเราอยู่ด้านหน้าวังนารายณ์ราชนิเวศ วัดนี้จะตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของวัง วัดกวิศรารามราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงแห่งเมืองลพบุรี ชนิดราชวรวิหาร ที่ตั้ง ถนนเพทราชา ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งคำว่า วัดกวิศราราม แปลว่า วัดของพระเจ้าแผ่นดิน ปัจจุบันมี พระเทพเสนาบดี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรีเป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

มีพระอุโบสถมหาอุต เจดีย์สีขาว โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ภายเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัยที่งดงามมาก ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ รวมถึงจิตรกรรมฝาผนัง และยังมีบ่อน้ำศักดิ์ ที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ์

ในที่สุดเราก็พิชิต 3 วัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญในสมัยลพบุรีเป็นที่เรียบร้อย ยังมีเวลา สาธรสัญจรทั่วทิศ กลับเข้าวังนารายณ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจภายในวังอีกมากมาย มาแล้วอย่างให้เสียเที่ยว เข้าไปเที่ยวเข้าไปลุยกันต่อ

พระที่นั่งเล่าเรื่อง

ภายในพระนารายณ์ราชเวศน์ มีพระที่นั่งจันทรพิศาล ซึ่งอยู่ตอนกลางของพระราชวัง และได้ปรับพื้นที่ของพระที่นั่งให้เป็นห้องนิทรรศการเล่าเรื่องราวผ่านการที่จัดแสดงโชว์ของที่ใช้จริงในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ อาทิ เครื่องใช้ในบ้านออกญาวิชาเยนทร์ หรืองานประติมากรรมยุโรป แผนที่สมัยโบราณคือเงินพดด้วง เครื่องประดับ รวมถึง ชาวเมืองจะแต่งกายด้วยผ้าน้อยชิ้น ผู้ชายนุงโจงกระเบนผ้าพื้น ส่วนผู้หญิงนุ่งผ้าถุงห่มสไบผ้ามัสลินสีจาว ขณะที่หญิงมีบรรดาศักดิ์ นุ่งผ้าไหมยกดอก หรือไหมพื้น ห่มสไบ ส่วนขุนนางชายนุ่งโจงกระเบน หรือบางคนสวมสนับเพลาด้านในและนุ่งโจงทับ สวมเสื้อครุยผ้ามัสลิน ขณะที่ ขุนนางชั้นสูงได้รับพระราชทานเสื้อคลุมปักอย่างวิจิตร สวมรองเท้าปลายงอนแหลม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแขกเปอร์เซีย

มุมพักผ่อนย้อนอดีต

มาบันทึกภาพแห่งความทรงจำดีที่ตึกพระประเทียบ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ในส่วนของพระที่นั่งพิมานมงกุฎ ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งจันทรพิศาล และเคยเป็นที่พำนักของข้าราชบริพารฝ่ายใน เขตพระราชฐานชั้นใน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งภายในได้จัดนิทรรศการภาพเก่า ประดับตกแต่งตามผนังอย่างสวยงา บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของลพบุรีสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี แต่จุดที่หลายคนต้องมาเช็คอินก็ตรงที่วิวภาพวังสวยๆกับต้นไม้ใหญ่ และที่สำคัญมีกล้องถ่ายภาพสมัยโบราณตั้งประกอบฉากนี่ ดูขลัง และมีเสน่ห์มากๆ

ทั้งหมดคือส่วนเล็กๆที่ได้พบเจอกับการเดินทางเยือนเมืองละโว้ ลพบุรี มีดีกว่าที่คิดจริง

ขอบคุณ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง ททท.สำนักงานลพบุรี อำนวยความสะดวก