7 ที่เช็คอินกินเที่ยว กาญจนบุรี แดนสวรรค์ตะวันตก เที่ยวกระหน่ำไม่หวั่นฝนพรำ

จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับสมญาว่า  แดนสวรรค์ตะวันตก เพราะความสวยงามของธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร ต้นไม้ รวมถึง วิถีชีวิต ชุมชนเก่า ศิลปะวัฒนธรรม และที่สำคัญ ยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญของประเทศอีกหลายแง่มุม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาค ภาคกลาง นำโดย ไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองการตลาดภาคกลาง ททท. ได้นำคณะสื่อมวลชน และผู้ประกอบการจากจังหวัดชลบุรี กลุ่มบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทในเครือสหพัฒน์ กว่า 60 ท่าน อัพเดตแหล่งท่องเที่ยวหน้าฝน และพบปะเปิดตลาดการท่องเที่ยว ระหว่างผู้ประกอบการจังหวัดชลบุรีกับผู้ประกอบการจังหวัดกาญจนบุรี  เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยววันธรรมดา ที่โรงแรมไมด้า จังหวัดกาญจนบุรี

ไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการกองการตลาดภาคกลาง ททท.

 

1.สัมผัสวิถีชุมชนตลาดเก่าท่าม่วง

เยี่ยมชมชุมชนเก่าแก่ตลาดท่าม่วง อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเคยเป็นย่านค้าขายกับญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกที่เจริญรุ่งเรืองเพราะติดกับแม่น้ำแคว (สายเก่า) ที่สำคัญคณะของเราได้เยี่ยมเยือน บ้านอุดมพันธ์ (ฮวดกี่พาณิช) ซึ่งเคยเป็นร้านขายสินค้าครบครัน ราวกับห้างสรรพสินค้าอันทันสมัยในปัจจุบัน เป็นอาคารรูปทรงชิโนโปตุกิส โดยมีประธานชมรมคนรักตลาดเก่าท่าม่วง นวรัตน์ สิโรฒมรัตน์ เจ้าของบ้านให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ บ้านปอเชียง บ้านไม้ที่เก็บสะสมของเก่าไว้มากมายและเปิดให้เข้าเยี่ยมชมทุกวัน รวมถึง เซ่งฮะพาณิชย์ หรือ บ้านรัตนวิเชียร ที่อยู่ตรงข้ามเป็นอาคารสูง 3 ชั้น อายุกว่า 90 ปี และยังเก็บเครื่องเรือน เครื่องใช้เก่าจากไม้เนื้อดี โดยเฉพาะชั้นวางสินค้าที่เคยจำหน่ายสังฆภัณฑ์ ภายในชั้นมีหนังสือพิมพ์ และปกนิตยสารไทยใหม่วันจันทร์หน้า ปกนางสาวไทยที่หาชมได้ยากติดอยู่ในชั้น และยังได้นำหมี่กรอบสูตรโบราณหาชิมยากกลับมาจำหน่ายให้ได้ลิ้มลอง

อย่างไรก็ตาม เราได้เดินเที่ยวตลาดเก่ากันไปแบบเพลินๆ และหยุดพัก เรียกความสดชื่นด้วย ไอศกรีมสูตรโบราณ หรือ ไอศกรีมอาม่า สูตรโบราณ รสชาติหวานมันหอมอร่อยด้วยกะทิสด สำหรับคนชอบทุเรียนแนะนำ ไอศกรีมทุกเรียนหมอนทองแท้รสชาติเข้มข้น แถมมีเนื้อทุเรียนให้ได้สัมผัสแบบไม่ธรรมดา  เรียกได้ว่า ชุมชนตลาดเก่าท่าม่วง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการถ่ายภาพยนตร์ ถ่ายหนังโฆษณาหลายเรื่อง จึงเป็นสถานที่ห้ามพลาดของท่าม่วงจังหวัดกาญจนบุรีจริงๆ

2.ที่พักที่เที่ยวใหม่สไตล์ยุโรปสุดชิล “บ้านปลาดาว”

จังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติสวยงามไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ รวมถึงสถานที่พัก ที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่สไตล์ยุโรป

สุดชิลของแดนสวรรค์ตะวันตก พร้อมให้มาสัมผัสเช็ดอินฟินๆที่ “บ้านปลาดาว” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง โดยมี ยุวรัชช์​ ทิพย์คล้าย​ให้การต้อนรับ พร้อมพาเยี่ยมชมห้องพักสไตล์โบฮิเมียน 3 ห้อง 3 สไตล์ ที่ตกแต่งไม่เหมือนกัน

ยุวรัชช์​ ทิพย์คล้าย​

 

รวมถึงโซนร้านกาแฟรสเลิศ เบเกอรี่ชิ้นโปรด ในบรรยากาศสไตล์ยุโรปให้เลือกชิลได้ทั้งในร้านและโซนสวนสวยสีเขียวรับหน้าฝนอย่างสดชื่น นอกจากนี้ ยังมีโซนจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์เท่ๆ อย่างมีสไตล์ บ้านปลาดาว ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองท่ามกลางฉากหลังที่รายล้อมด้วยภูเขาที่สวยงามมุมหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี


3.ผ่อนคลายหายเมื่อยกับ ออนเซ็นเมืองไทย Rock Valley Hot Spring and Fish Spa

Rock Valley Hot Spring and Fish Spa อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในรีสอร์ทชื่อดัง “ริเวอร์ แคว วิลเลจ” โดยมี สุจินต์ เจียรจิตเลิศ ให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมรีสอร์ท แพริมน้ำ และ Rock Valley Hot Spring and Fish Spa และถ้าอยากผ่อนคลายหายเมื่อยไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจ ผ่อนคลายกับสปาน้ำแร่ร้อนแห่งใหม่ที่ Rock Valley Hot Spring and Fish Spa ถือว่าไปไม่ถึงเมืองกาญจน์ เป็นแหล่งแช่น้ำแร่ร้อนกลางแจ้ง 15 บ่อ เช่น บ่อน้ำแร่ร้อนสมุนไพรไทย, สมุนไพรจีน หรือบ่อออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น และยังมีบ่อกาแฟ, บ่อยูคาลิป, บ่อน้ำนม, บ่ออัญชัน, บ่อกระเจี๊ยบแดง รวมถึงบ่อปลาบำบัด ซึ่งทุกบ่อมีสรรพคุณที่ต่างกัน และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสุดชิล

สุจินต์ เจียรจิตเลิศ และ ไพรัชช์ ทุมเสน

 

หลังหรือก่อนการแช่น้ำแร่ร้อนต้องชำระล้างร่างกาย และเปลี่ยนชุดที่สปาเตรียมไว้ให้เท่านั้น และปิดท้ายโปรแกรมผ่อนคลายด้วยอาหารว่าง บาร์บีคิว มันฝรั่ง ข้าวโพดปิ้ง ยังไม่หมด ยังมี ข้าวเหนียว ส้มตำ เนื้อทอด ให้อิ่มท้องสบายกายสบายใจ

4.เยือนเมืองเก่าสัมผัสวิถีวัฒนธรรม “เมืองมัลลิกา”

“เมืองมัลลิกา” ซึ่งเป็นเมืองย้อนยุค วิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ราวกับย้อนอดีตด้วยการแต่งกายในชุดไทย สัมผัสวิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.๑๒๔ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย เช่น การประกาศเลิกทาส หลังการเลิกทาสคนไทยได้รับอิสระภาพ ชาวบ้านทำมาหากิน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

นอกจากการได้เดินชมตลาด ชิมอาหารคาวหวานขนมโบราณ โดยใช้สตางค์แบบเก่า ในย่านการซื้อขาย ที่ได้จำลองสมัยโบราณมาไว้ที่นี่แล้ว ยังมี หอชมเมือง ให้ได้ชมวิวทิวทัศน์บนมุมสูง กว้างแบบพาโนรามาที่สวยงาม และยังมีเรือนไทย หลายๆขนาด ซึ่งสามารถจัดงานในโอกาสต่างๆ แบบไทยย้อนยุคได้เป็นอย่างดี

5.อลังการงานสถาปัตยกรรมขอมหนึ่งเดียว ปราสาทเมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นสถาปัตยกรรมปฏิมากรรม ศิลปะแบบขอมโบราณ มีคล้ายคลึงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม และจากการขุดพบของกรมศิลปกร พบศิลปกรรมชิ้นสำคัญยิ่ง เช่น พระพุทธปางนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา เป็นปราสาทที่สร้างขึ้น เพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน

ตัวปราสาทตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือใน เขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากงานสถาปัตยกรรมที่งดงามแล้ว ช่วงหน้าฝนภายในอุทยาน ที่นี่ยังมีความเขียวขจี ร่มรื่น เที่ยวชมได้อย่างสบายอารมณ์

สาธรสัญจรทั่วทิศ

 

6.อัศจรรย์ จามจุรียักษ์อายุกว่า 100 ปี

ททท. นำสื่อมวลชนอัพเดตอันซีนแดนสวรรค์ตะวันตก ต้นจามจุรียักษ์ 10 คนโอบ ซึ่งได้ปรับภูมิทัศน์ใหม่ให้ร่มรื่นและสวยงาม ที่สำคัญ ได้ทำสะพานไม้ล้อมรอบต้นจามจุรี เพื่อให้สัมผัสจามจุรียักษ์โดยรอบแบบ 360 องศา

ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี มีอายุมากกว่า 100 ปี รัศมีทรงพุ่มของต้นประมาณ 25 เมตร ร่มเงายาวประมาณ 50 เมตร สามารถวัดความสูงของต้นจากพื้นดินสู่ยอดได้ถึง 20 เมตร ที่สุดของความใหญ่โตของจามจุรียักษ์ แผ่กิ่งก้านสาขาสวยงามเกินคำบรรยาย แน่นอนสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มาเยือนจังหวัดกาญจนบุรีได้ไม่ยาก หรือเรียกได้ว่า ที่นี่ คือ อีกสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองกาญจนบุรี

7.เช็คอินฟินเว่อร์ อาหารถิ่น

เดินทางเข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี ก็ต้องแวะร้านอาหารท้องถิ่นกันเสียก่อน เรียกได้ว่า แค่ร้านแรกก็จัดเต็มไปกับพาเหรดของอร่อยมากมาย และไม่พลาด ท้าชิมกบทอดน่องใหญ่เนื้อแน่น, ปลาคังฉู่ฉี่รสเข้มข้น แกงป่าไก่ไทยรสจัดจ้าน, ปลาช่อนทอดน้ำปลารสเด็ด, ทอดมันปลากรายหนึบหลายๆ หรือผักกระหล่ำทอดน้ำปลาสดกรอบ ฯลฯ ที่ ร้านอาหารกบทอด อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

ช่วงบ่ายแดดร่มรมตกเหมาะกับการไปเดินชิล ชม ชิม แชะ และแชร์ที่ ถนนคนเดินปากแพรก ร้านค้ากว่า 200 ร้านเรียงราย 2 ข้างทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร ที่นี่ ช่วงเย็นจะคราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมายและที่ไม่แพ้กันคือ เรื่องของอาหารคาวหวานท้องถิ่นบนแผงค้าละลานตาจริง แถมยังเป็นถนนคนเดินที่อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารริมน้ำอีกด้วย

เย็นย่ำค่ำมาท้องก็เริ่มร้อง โหยหาความอร่อยติดริมแคว และไม่ห้ามพลาด ร้านอาหารริมน้ำ “แพห้อยขาพาชิล” คืออีกหนึ่งทางเลือกจากหลายๆ ร้าน ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศริมแควสุดชิล แถมได้อิ่มเอมกับอาหารอร่อยๆ โดยเฉพาะ ปลากดทอดน้ำปลา, ปลารากกล้วยทอด, แกงป่าลูกชิ้นปลากราย, แกงส้มกุ้งสด และอีกหลายเมนูเด็ด

ที่สำคัญมาถึงแดนอาหารปลาขึ้นชื่อก็ต้องชิมปลาเค้า (ไม่ใช่ปลาเรา) เคล้าบรรยากาศริมแควสุดชิลที่ “แพธาราบุรี” ให้ได้อิ่มเอมอาหารถิ่นอย่างเอร็ดอร่อยแน่นอน โดยเฉพาะอาหารกองทับอาหารปลา เช่น ปลาเค้าทอดน้ำปลา สไลด์ชิ้นกำลังดีทอดจนเหลืองกรอบ แถมมีเนื้อละเอียดนุ่มละมุนเคล้าน้ำปลารสชาติกลมกล่อมกำลังดี นอกจากนี้ยังมี ปลาสร้อย ปลารากกล้วย ฯลฯ เรียกได้ว่าปลาทำอะไรก็อร่อย ว่าอย่างนั่น พิเศษตรงบรรยากาศยามเย็นอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าอย่างสวยสดงมงามวันหนึ่ง และยังเคล้าคลอด้วยดนตรีสด

เป็นทริปที่เย็นชุ่มฉ่ำใจ เพราะขณะชมชุมชนตลาดเก่าท่าม่วง ก็ได้สัมผัสกับสายฝนโปรยปราย ให้สมกับเที่ยวกระหน่ำไม่หวั่นฝนพรำของททท. สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.ภูมิภาคภาคกลาง