เปิดความสุขกับอาหารไทยสูตรชาววัง การันตีรางวัลมิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน ที่ร้านอาหารสยาม ชาร์มมิ่ง ประชาชื่น

สำหรับคนไทยแล้ว อาหารไทยถือได้ว่าเป็นอาหารหลัก เป็นอาหารที่ทานได้ทุกวัน และทานได้แบบไม่มีวันเบื่อ แถมยังเป็นอาหารที่ชาวต่างชาติให้ความนิยมไปทั่วโลก เพราะเสน่ห์ความเป็นอาหารไทย ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทยสูตรต้นตำรับในวังหลวง ที่มากด้วยความพิถีพิถันและนับวันจะหาทานได้ยาก

หากใครที่ผ่านไปมาบนถนนประชาชื่นจะสะดุดตากับอาคารรูปทรงโคเลเนียลสีขาว ที่นี่เป็นอาหารเปิดใหม่โดยผู้บริหารรุ่นใหม่ จินตนาการและวิสัยทัศน์กว้างไกล ได้ก่อกำเนิดร้านอาหารไทยร่วมสมัย ด้วยแนวคิดและคอนเซ็ปต์ในการทำร้านอาหารได้อย่างน่าสนใจ แถมยังได้รังสรรค์เมนูอาหารด้วยตัวเอง จนเรียกได้ว่า นี่คือ เสน่ห์ปลายจวักคนไทยรุ่นใหม่ และถ้าหากใครได้ชิม ได้ลิ้มลองเป็นต้องติดใจ แถมราคาจับต้องได้ ท่ามกลางบรรยากาศแบบไทยร่วมสมัยสไตล์โคโลเนียลที่ ร้านอาหารสยาม ชาร์มมิ่ง

ร้านอาหารสยาม ชาร์มมิ่ง ตั้งอยู่บริเวณปากซอยประชาชื่น 46 โดดเด่นสะดุดตาด้วยตัวอาคารบ้านทรงไทยสไตล์โคโลเนียลสีขาว เปิดให้บริการอาหารไทยสูตรชาววังหาทานยาก รวมถึงเมนูอาหารไทยที่บางเมนูดูแล้วอาจจะธรรมดา แต่แท้จริงแล้ว ได้ซ้อนกลเคล็ดลับมากมาย จนได้อาหารไทยที่อร่อยถูกปากทุกคนในครอบครัว ที่สำคัญ ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับรางวัลมิชลินไกด์ หมวดบิบ กูร์ มองค์ ถึง 2 ปีซ้อน ในปี 2020 และ 2021 บริหารงานโดย คุณป๊อง – กิตติโชค โหมดเทศน์

ป๊อง – กิตติโชค โหมดเทศน์ CEO เจ้าของร้านสยาม ชาร์มมิ่ง กล่าวว่า ร้านสยาม ชาร์มมิ่ง เปิดบริการมาได้ 3 ปีเต็ม จากจุดเริ่มต้นที่ได้ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศในด้าน Food and Beverage และ Restaurant Management ด้านการบริหารร้านอาหารโดยตรง หลังจากเรียนจบกลับมา จึงได้คิดที่จะเปิดร้านอาหารในเมืองไทย

เพราะตอนอยู่เมืองนอกเห็นว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่ชาวต่างชาตินิยม รู้จักไปทั่วโลก และเราเป็นคนไทย เราก็อยากกลับมาทำ อาหารไทยร่วมสมัย ให้เข้าถึงทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัย ในสไตล์ไทยๆ โดยเฉพาะชื่อร้านที่ต้องการสื่อความเป็นไทย จึงได้มาเป็น “สยาม” ชื่อเรียกประเทศไทยในสมัยก่อน รวมกับคำว่า ชาร์มมิ่ง แปลว่า “เสน่ห์แบบไทยๆ”

ส่วนรูปแบบร้านในสไตล์โคโลเนียลนั้น ผมได้ย้อนกลับไปศึกษาประวัติความเป็นไทยก็พบว่า ในสมัยที่มีชาวต่างชาติเข้ามามีบทบาทในสยามประเทศคือ สมัยรัชกาลที่ 5 และได้นำสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า โคโลเนียล เข้ามาด้วย หลังจากนั้นจึงเกิดเป็นการผสมผสานความเป็นไทยกับวัฒนธรรมยุโรปเข้าด้วยกันและมีความงดงาม

ซึ่งพื้นที่ภายในร้านชั้น 1 เป็นโซนนั่งรับประทานอาหารทั้งหมดกว่า 80 ที่นั่ง โดยมีเคาน์เตอร์บาร์อยู่ตรงส่วนกลางร้านส่วนทั้งหมดคุมโทนด้วยสีขาว และตกแต่งสไตล์โคโลเนียล ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก้าอี้ และโต๊ะไม้สัก และยังโดดเด่นด้วยลายไม้ฉลุเหนือช่องประตูและหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีความโล่งและโปร่ง ที่สำคัญให้ความรู้สึกสบายๆ ส่วนพื้นนั้นปูด้วยกระเบื้องลายวินเทจ สวยงามแบบย้อนยุคสะดุดตา

 

ขณะที่พื้นที่ด้านบนชั้น 2 เป็นห้องจัดเลี้ยงใหญ่  ตกแต่งบรรยากาศในแบบไทยย้อนยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ใช้ไม้สักเข้าลิ่มประกอบกันขึ้นมาเป็นบ้านเรือนไทย สามารถรองรับได้ไม่เกิน 120 ที่นั่ง นอกจากนี้ชั้น 2 ยังมีอีก 3 โซน คือ โซนส่วนกลาง รองรับได้ไม่เกิน 10 ท่าน ใช้เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในช่วงเช้า

ส่วน โซนห้องวีไอพีด้านซ้าย เป็นห้องส่วนตัวที่มีบานกระจกสไลด์เลื่อนปิดเปิดให้ความเป็นส่วนตัว ใช้เพื่อการรับประทานอาหารหรือจะใช้เป็นห้องสำหรับจัดงานประชุม งานสัมมนา ก็สามารถรองรับได้ 25 ท่าน  และยังใช้รองรับการจัดงานอีเวนต์ เป็นห้องทำพิธีหมั่น เลี้ยงพระ หรือยกน้ำชาตามธรรมเนียมแบบคนไทยเชื้อสายจีนได้เป็นอย่างดี พร้อมรองรับด้วยอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ครบครัน

รวมถึง โซนเปิดโล่งด้านขวา สำหรับจัดเลี้ยงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งทั้งหมดสามารถรองรับได้ 100 ท่าน และเมื่อรวมโซนทานอาหารทั้ง 2 ชั้น รองรับได้กว่า 150 ท่าน ที่สำคัญ บริเวณด้านหน้าร้านสยาม ชาร์มมิ่ง ยังมีโซนสวนสวยๆ โดยมีบ้านไม้เรือนไทยสไตล์โคโลเนียลเป็นฉากอยู่เบื้องหลังอย่างสวยสดงดงามแห่งหนึ่งบนถนนประชาชื่นที่พร้อมบริการ และสามารถรองรับการจัดอีเวนต์เปิดตัวสินค้า หรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเย็น จัดซุ้มอาหาร จัดงานเลี้ยงแบบค็อกเทล

รวมถึงโซนสำหรับนั่งทานอาหารในสวนแบบสบายๆ เฉพาะช่วงหน้าเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างนี้ประดับตกแต่งบรรยากาศด้วยสีสันและแสงไฟ สร้างความประทับใจได้อย่างแน่นอนที่สำคัญคอนเซ็ปต์ด้านอาหารของที่ร้านนี้ ยังสอดคล้องกับความเป็นไทยร่วมสมัย ตั้งแต่เมนูอาหารไทยแบบโบราณหาทานยาก เช่น ค้างคาวเผือก, แกงรัญจวน จะมีความพิเศษอย่างไร ต้องตามไปชิม

ค้างคาวเผือกไส้ปู เป็นเมนูอาหารว่างสมัยโบราณมีประวัติมายาวนานตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ที่ด้านนอกเป็นแป้งผสมเผือกสุก นวดจนได้ที่แล้วพับเป็นสามเหลี่ยม คล้ายกับค้างคาว และนำไปห่อด้วยไส้ปูปรุงรสผัดสามเกลอ สูตรเฉพาะทางร้าน ขณะที่ด้านล่างรองด้วยเส้นหมี่ทอดกรอบ ส่วนด้านบนตกแต่งด้วยพริกทอด ทานกับน้ำจิ้มอาจาดออกรสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี เคี้ยวเพลินๆ ก่อนอาหารจานหลัก ได้สัมผัสแป้งนุ่มด้านในผสมผสานกับเนื้อปูแบบเต็ม ส่วนด้านนอกยังคงความกรอบ และเสิร์ฟมาร้อนๆ แค่จานแรก ความสุขอยู่แค่เอื้อมแล้ว

แกงรัญจวน เป็นเมนูโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 มีสรรพคุณช่วยแก้อาการหวัดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสมุนไพรไทยที่อยู่ภายในนั้นมีฤทธิ์ร้อน เป็นเมนูที่มีส่วนผสมของน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นอาหารประจำครัวไทยสมัยก่อน และเพิ่มเติมด้วย เห็ดนางฟ้า ตะไคร้ หัวหอม ใบกะเพราและพริกขี้หนูสวน ทำให้น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้น ถูกใจคนไทยอย่างแน่นอน

ซึ่งทางร้านมีเสิร์ฟทั้งแกงรัญจวนเนื้อและแกงรัญจวนหมู มาถึงเมนูอาหารไทยธรรมดาแต่รสชาติต้องบอกว่าไม่ธรรมดาคือเมนู  ข้าวคลุกะปิ เมนูอาหารไทยที่ดูธรรมดาๆ แต่มากด้วยเคล็ดลับความอร่อยจนเป็นอาหารจานที่ขายดิบขายดีของร้าน เพราะนอกจากเครื่องเคียงแน่นๆ เช่น ไข่เจียว หมูหวาน หอม ถั่วฝักยาว แตงกวา  พริก และกุนเชียง สไลด์มาอย่างสวยงามแล้ว ยังได้คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี และพิถีพิถันทุกขั้นตอน

และมาถึงเมนูคนรักปลา คนรักเพื่อสุขภาพ ต้องไม่พลาด เมนูปลาทับทิม ถือว่าเป็นเมนูใหม่ของร้านที่มาพร้อมกับเมนูปลาช่อน ที่นำไปทำได้สารพัดเมนูต่าง โดยเฉพาะ เมนูปลาทับทิมทอดสมุนไพร นอกจากสมุนไพรนานาชนิด เช่น ตะไคร้ หอมแดง ขิง มะนาว ซอยเป็นเต๋าเล็กๆ ใบมะกรูดและพริกแห้งกรอบๆ ที่อยู่บนตัวปลาแล้ว ยังมี น้ำยำสูตรมะขาม ที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม รับรองว่าทานได้ทั้งครอบครัว

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานขายดี เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านสยาม ชาร์มมิ่ง ที่เห็นแล้วทึ่งและอึ้งในกรรมวิธีการทำเม็ดบัวลอยขนาดเท่าเม็ดสาคู นั่นก็คือ บัวลอยไข่หวาน เป็นบัวลอยสูตรชาววังแบบดั้งเดิม ซึ่งทางร้านลงทุนปั้นมือ ปั้นเม็ดบัวลอยขนาดจิ๋ว อย่างบรรจงและประณีตพิถีพิถัน ซึ่งเป็นบัวลอยที่ทำจากแป้งผสมฟักทองได้สีเหลือง ผสมเผือกได้สีม่วง ผสมใบเตยได้สีเขียว รวมถึง รสชาติ ความหอม ความหวาน และความมันจากกะทิสด เสิร์ฟมาให้ภาชนะสีขาว มีฝาปิดมาอย่างสวยงาม และแค่เปิดฝา กลิ่นหอมของกะทิก็ปะทะจมูกจนแทบอดใจไว้ไม่อยู่

ความพิเศษยังไม่หมดเท่านี้ เพราะ สยาม ชาร์มมิ่ง ยังสามารถจัดงานพิธีมงคลสมรส ตั้งแต่ พิธีหมั่น ขันหมาก ยกน้ำชา หรือพิธีการทางสงฆ์ รวมถึงการเลี้ยงอาหารกลางวัน นอกจากนี้ ทางร้านยังได้จัดอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ ที่คิดมาเป็นเซ็ต ซึ่งบางเมนูอาจไม่ได้มีขายในร้าน ในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 550 บาทพร้อมเครื่องดื่ม

และพิเศษโปรโมชัน กุ้งแม่น้ำเผา ขนาด 6 ตัว 1 โล ราคาพิเศษเพียง 990 บาท ถึง 31 มกราคมนี้  กุ้งแม่น้ำเผาเป็นโปรที่มีลูกค้าโทรจองไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันน่าสนใจหมุนเวียนมาเพื่อให้ลูกค้าไม่จำเจ

สยาม ชาร์มมิ่ง ได้รางวัล มิชลินไกด์ 2020  และ 2021  บิบ กูร์ มองค์ เป็นร้านอาหารที่มีคุณภาพดี อาหารสด การบริการดี และราคาสมเหตุสมผล เป็นรางวัลสำหรับทีมงานของร้านทุกคน เป็นความภาคภูมิใจบนพื้นฐานการทำงานอย่างมีความสุข

สยาม ชาร์มมิ่ง 1410/8 ประชาชื่น 46 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร. 02-048-4188, 095-956-8829 เฟซบุ๊ก Siam Charming Thai Restaurant