ส่อง ปิกอัพ ตัวเเพง-ตัวเท่ ในงาน มหกรรมยานยนต์ -Motor Expo2020

แม้สภาพเศรษฐกิจบ้านเราดูจะเหงาๆ แต่ด้วยความที่ตลาดรถบ้านเรามีการแข่งขันกันสูง ในตลาด ไม่มีเเบรนด์ไหนยอมใคร… ในงานมหกรรมยานยนต์ หรือ MOTOR EXPO 2020 จึงได้เห็นความหลากหลายของยานยนต์ และในงานดูเหมือนว่ารถในกลุ่มปิกอัพก็มีการแข่งขันกันดุเดือด วันนี้ แอดมิน พาไปชมปิกอัพรุ่นแพงๆกัน


สตาร์ทที่ยักษ์ใหญ่ โตโยต้า ไฮลักซ์ มีตัวเเรงตัวเท่ “รีโว ร็อคโค่” เป็นรถกระบะระดับบน เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม เปิดตัวเมื่อต้นปี 2563 รถกระบะรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.8 ลิตร ส่วนไฮลักซ์ รีโว ร็อค รุ่นย่อยอื่น ๆ มีขุมพลังอีก 3 รุ่นให้เลือก คือดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร พละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตรและ 400 นิวตันเมตร ตลอดจนเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร พละกำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร มีน้ำหนักตัวรถประมาณ 2,080 กก. โตโยต้า เคลมว่า ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ใหม่ประหยัดยิ่งขึ้น ไฮไลท์ของการเปิดตัว 2020 ได้แก่การเปิดตัวรุ่นพิเศษตัวท็อปอย่างร็อคโค่ (Rocco) ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษมากมายรอบคันรถ และราคาจำหน่ายในรุ่นท๊อปที่ 1.239 ล้านบาท


ค่ายฟอร์ด ก็มีปิกอัพไซส์ใหญ่ยักษ์ Ford Ranger Raptor 2020 มีการปรับรายละเอียดในส่วนของรูปลักษณ์เล็กน้อย ด้านรูปลักษณ์สติ๊กเกอร์กราฟฟิก ชุดโคมไฟหน้า Projector Lens แบบ Bi-LED มีระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System), ระบบเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถ และ คนเดินถนน (AEB : Autonomous Emergency Braking) เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร EcoBlue Bi-Turbo ให้กำลังแรงม้า 213 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร กับเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด พร้อม Paddle Shift ราคา 1.699 ล้านบาท


สำหรับค่าย ฟอร์ด ยังมีความโดดเด่นที่รุ่น เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เป็นตัวเลือกของเรนเจอร์รองลงมาจากรุ่นแร็พเตอร์ เบาะนั่งและแผงข้างประตูเป็นวัสดุหนังแของ Wildtrak เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสาร 2 ทิศทาง กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทอัตโนมัติ คอนโซลทำความเย็น ช่องต่อไฟ 12V และ230V พวงมาลัยและหัวเกียร์ Wildtrak ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control มาพร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะมากมาย เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 180 แรงม้า 132 กิโลวัตต์ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร 1,750 -2,500 รอบต่อนาที Wildtrak Hi-Rider 10AT ราคา: 1029000 บาท

สำหรับ นิสสัน มีมวยเด่่น อย่าง “นาวาร่า” ที่เพิ่งจะแต่งลุคใหม่ เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย กระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ มีตัว PRO Series มาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่ง แอคเซนท์สีส้ม-แดง ภายในห้องโดยสาร และเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต พร้อมโลโก้ PRO4Xเครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ ทวินเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) และเครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm) เกียร์ 6 สปีดNissan NAVARA PRO2Xนิสสัน นาวารา ใหม่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีที่เสริมความมั่นใจในทุกสภาวะของเส้นทาง อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential) รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน ต่างๆ และยังมาพร้อมเทคโนโลยีการความปลอดภัยและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง อาทิ การแสดงพิกัดรถยนต์ สถานะรถยนต์ การช่วยเหลือฉุกเฉิน และ ประวัติการขับขี่ เป็นต้น โดยรุ่น Pro2X 2WD ราคา 999,000 บาท และ Pro4X 4WD ราคา 1,149,000 บาท


ขณะที่ MG ก็ไม่น้อยหน้า หากใครกำลังมองหารถกระบะ 4 ประตู รุ่นยกสูง ในระดับราคา 8.5 – 9.5 แสนบาท ต้องไม่พลาดกับ NEW MG EXTENDER รุ่น 2.0 DC GRAND X 6AT คันนี้กับราคาค่าตัวที่ 879,000 บาท มาพร้อม ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บันไดข้าง กระจกมองข้างและด้ามจับประตูแบบโครเมียม ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว กล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยหลัง ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบาย การตกแต่งคอนโซล และภายในด้วยวัสดุ ที่ให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ตมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน อาทิ กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ขนาด 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ สำหรับเบาะนั่งคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า 4 ทิศทาง


อีซูซุ มีมวยดังอย่าง ออลนิว อีซูซุ วี-ครอส 4×4 ไฟหน้า Isuzu Vision Bi-LED พร้อมระบบเปิด – ปิดอัตโนมัติ ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in ไฟตัดหมอก LED เครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์อัตโนมัติ สีส้ม (VALENCIA TOPAZ) 3.0 Ddi M AT ราคา 1,157,000.บาท และออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 4 ประตู เครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 สีฟ้า (POLYNESIAN BLUE) ราคาเยาลงจาก วีครอสอีกอีกด้วย


ขณะที่ค่าย มิตซูบิชิ มีปิกอัพเด่น มิตซูบิชิ แอทลีท จีทีใหม่ ขับเคลื่อน 2 ล้อ ตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต กระจังหน้าดีไซน์ ไดนามิคชิลด์สไตล์ดุดันเท่ด้วยกันชนหลังสีดำ พร้อมชุดปูพื้นกระบะ บันไดข้าง รวมถึงสัญลักษณ์ Athlete เบาะคนขับปรับไฟฟ้ากุญแจอัจฉริยะ kos ปุ่มสตาร์ท และออพชั่นระบบปลอดภัยอื่นๆอีกมากมาย เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรแรงบิด 430 นิวตันเมตร 181 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคา 985,000 บาท

ทั้งนี้“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” หรือ Motor Expo 2020) มีขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 13 ธันวาคม ศกนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี