Mazda CX-8 พรีเมียม SUV สวยดี สมรรถนะดี นั่งสบายดี ขับสนุกดี เทคโนโลยีเหลือๆ

ดูเหมือนว่าชั่วโมงนี้ค่ายรถ “มาสด้า” มาถูกทาง ทั้งในเเง่การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ในตลาดบ้านเรา  จนปัจจุบันยอดการจำหน่ายตัวเลขกราฟพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเดินเกมส์การตลาดตามวลี  “น้ำขึ้นให้รีบตัก…หญิงรักให้รีบกอด” ด้วยการเพิ่มรุ่นรถในโชว์รูมไปอีกหนึ่งรุ่น นั่นคือ Mazda CX-8 ต้นสัปดาห์ก่อนหลังจากเปิดตัวไปไม่นาน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ก็เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ได้ลองขับ ซึ่งมันเป็นครอสโอเวอร์อเนกประสงค์เอสยูวี (Crossover SUV ) ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัว CX5 ในคอกเดียวกันอยู่เล็กน้อย เป็นรถแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง มาพร้อม 2 ทางเลือก กับ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2)  และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5)

สำหรับการออกแบบ Mazda CX-8 ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงาม มันถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง หน้าตา ยังคงสไตล์  KODO design   ที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามจากภายนอกสู่ภายในห้องโดยสาร เลือกใช้เฉพาะวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพสูง มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้ขับ  กระจังหน้าทรง Signature Wing พร้อมกรอบกระจังหน้าโครเมี่ยติดตราโลโก้ มาสด้า ไฟหน้า Projector แบบ LEDใหม่ทรงเรียวแบน กันชนหน้าหรูหราแฝงสปอร์ต พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ด้านท้ายคล้ายกับ Mazda CX-9 ไม่ว่าจะเป็นคิ้วขอบไฟท้าย LED Signature

ส่วนห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง สามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง ตอบโจทย์การใช้งาน เบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. และสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อเป็นพื้นที่วางสัมภาระ การตกแต่งภายในห้องโดยสารเลือกใช้สีโทนเข้ม วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเส้นด้ายสีน้ำตาลเข้ม เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone  พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง รองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display จอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander

สำหรับเครื่องยนต์ที่มากับ Mazda CX-8  เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2)  พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว ให้แรงม้าสูงสุดถึง 190 แรงม้าที่ 4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 450 นิวตัน-เมตร ต่อ 2,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่น XDL EXCLUSIVE มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน

ส่วนเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT  ให้แรงม้าสูงสุดถึง 194 แรงม้า ต่อ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดถึง 258 นิวตัน-เมตร ต่อ 4,000 รอบต่อนาที ให้ความประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งในทุกรุ่นมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control หรือ GVC ที่ช่วยให้การควบคุมขับขี่ทำได้อย่างแม่นยำและสมดุล ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ

Mazda CX-8 อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense รอบคันที่จะช่วยคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ได้แก่  ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ อาทิ ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Mazda Radar Cruise Control) อีกทั้งยังช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกล, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Smart Brake Support) และระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart City Brake Support) ที่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจจับคนเดินถนน เพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนน

สิ่งที่ชอบหลัง ออโต้พรีวิว ได้ขับ CX – 8 ในระยะทาางยาวๆ280 กว่าก.ม.เดินทางจากจ.เชียงราย สู่จ.เชียงใหม่ ในหลากหลายเส้นทาง ทั้ง ในแหล่งชุมชน รถดูเหมือนจะคันใหญ่แต่กลับมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ การออกตัวก็ทำได้เร็วไม่อืด ในทางคดโค้ง รับรู้ได้ทั้งเรื่องสมรรถนะการทรงตัวที่ใช้ความเร็วสูง รถนิ่งเฉย ขณะที่ไมล์ความเร็วแตะเลขไปทะลุ 140- 160 กม./ชม. ความเร็วขนาดนั้น เสียงลมที่จะเล็ดลอดเข้ามาทักทายในห้องโดยสารก็มีน้อยมาก ที่สำคัญภายในห้องโดยสารก็กว้างขวาง เบาะ คอนโซล แผงประตู ดูหรูหราภูมิฐาน  เบาะหลังกว้างขวาง   ขณะที่เบาะที่นั่งแถว 3 ข รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ 170 ซม.ไม่ถึงกับอึดอัดหรือเมื่อยเข่าหากต้องนั่งนานๆ  นอกจากนี้ความที่มันไม่สูงมากการขึ้น-ลงก็ง่ายสะดวกสบายกว่า SUV  ที่มีในตลาด

อย่างไรก็ตามใน Mazda CX-8 ที่ไม่น่าประทับใจในสายตาของ ออโต้พรีวิว ก็แค่ จอ Display ขนาด 7 นิ้ว ที่คอนโซลกลางดูเหมือนมันจะเล็กไปสักนิดเมื่อเทียบกับความโออ่าของห้องโดยสาร นอกจากนี้ด้วยความที่มันมีออพชั่นของความหรูหรา และเทคโนโลยีบางอย่างมากมายเกินไปจึงทำให้รถในบางรุ่นมีราคามากขึ้นโดยใช่เหตุ …แต่ถ้ามีเงินเหลือๆแล้วอย่าไปติดใจมองข้ามสองข้อนี้ไปซะ..! แล้วเอาเงินไปแลกมาขับก็ได้เลย เพราะมันครบทั้ง สวยดี สมรรถนะดี นั่งสบายดี ขับสนุกดี เทคโนโลยีก็เหลือๆในราคาตามนี้

2.5 S SKYACTIV-G 2.5      7 ที่นั่ง  ราคา 1,599,000 บาท

2.5 SP SKYACTIV-G 2.5   7 ที่นั่ง  ราคา 1,699,000 บาท

XDL SKYACTIV-D 2.2        7  ที่นั่ง  ราคา 1,899,000 บาท

XDL EXCLUSIVE SKYACTIV-D 2.2 6 ที่นั่ง  ราคา 2,069,000 บาท