Mazda DNA Skyactiv Caravan ลุยเวียดนาม-ลาว—พม่า-ไทย

“การเชื่อมโยง” ระบบคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศพัฒนาการของความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะพัฒนาเส้นทางการค้า จากพื้นที่เล็กๆของหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน เมื่อหล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่มีเส้นทางครอบคลุมทั้งภูมิภาคด้วยประชากร 600 ล้านคนจนขยายเป็น “ระเบียงเศรษฐกิจ” ที่มูลค่ามหาศษลมาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) เองก็เล็งเห็นประโยชน์นี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ที่ผ่านมามาสด้าได้ลงทุนในหลายประเทศในลุ่มน้ำนี้ ซึ่งมีมาสด้า ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัย และการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆ

ล่าสุดมาสด้า ประเทศไทยนำคณะสื่อมวลชนไทยร่วมกิจกรรม Mazda DNA Skyactiv Caravan ด้วยรถยนต์ มาสด้า10 คัน จากรุ่นต่างๆ อาทิ มาสด้า2 ,มาสด้า3 ,ซีเอ็กซ์3 และซีเอ็กซ์5 เดินทางเชื่อมโยงอารยธรรมต่อเนื่อง จากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศสปป.ลาว เข้าประเทศไทย สู่ประเทศเมียนมาร์ โดยคาราวานจะใช้เส้นทาง R2 หรือ R9 เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางครั้งนี้ รวมกว่า 2,900 กิโลเมตรการเดินทางมาสด้าแบ่งสื่อมวลชนออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อสลับกันเดินทางแต่ละช่วงระหว่างวันที่ 20-26มิถุนายน2560 เวลา 7 วัน โดยผู้ร่วมเดินทางกลุ่มA จะเริ่มต้นภารกิจด้วยการบินลัดฟ้าสู่เมืองเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม (วันที่ 20-23 มิ.ย. 2560) ได้เข้าเยี่ยมชมหนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์มาสด้าในแถบอาเซียน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองเว้ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม และข้ามแม่น้ำโขงผ่านประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสู่ประเทศไทยในจังหวัดมุกดาหาร ผ่านขอนแก่น มุ่งหน้าสู่จ.พิษณุโลกซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลไทยปลุกปั้นให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ “4 แยกอินโดจีน” ด้วยตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางจุดตัดระหว่างNSEC และ EWECจึงเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากทั้ง 4 ทิศ

กลุ่มBรับช่วงต่อ (วันที่ 23-25 มิ.ย. 2560) ในเส้นทางพิษณุโลก สู่อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อข้ามแดนสู่เมืองมะละแหม่ง เมืองตากอากาศชายทะเล ประเทศเมียนมาร์ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังนครย่างกุ้ง ศูนย์กลางทางการค้าหลักที่สำคัญของประเทศ และปิดท้ายด้วยกลุ่ม C วันที่ 24-26 มิถุนายน 2560 คือกรุ๊ปที่ ออโต้ พรีวิว ร่วมเดินทางในทริปนี้ด้วย โดยบินจากกรุงเทพฯไปย่างกุ้ง และขับรถเข้ากรุงเทพฯรวมระยะทาง กว่า 900 กิโลเมตร
เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2560 สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ไปยังนคร “ย่างกุ้ง” เมืองหลวงเก่าของประเทศเมียนมาร์ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษๆ เมื่อเสร็จจากการตรวจคนเข้าเมืองออกจากสนามบิน สมาชิก กลุ่ม C ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ เริ่มต้นที่ ตลาดสกอ๊ต (Scott Market) ต่อด้วย เจดีย์โบดาทาวน์หรือวัดเทพทันใจ หลังจากนั้นไปวัดเจ๊าทัตยี พระนอนตาหวานองค์ใหญ่ที่สุด ปิดท้ายกับการได้สักการะเจดีย์ชเวดากอง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมียนมาร์ ที่คนทั่วโลกไปไหว้ขอพร

วันรุ่งขึ้น กลุ่มC พร้อมรับไม้ต่อจากกลุ่ม B พาฝูงมาสด้าสกายแอคทีฟ ทั้ง 10 คันมุ่งหน้าสู่อ.แม่สอด จ.ตาก ระยะทางกว่า400 กิโลเมตรออกจากย่างกุ้งกันตั้งแต่เช้า 08.00น. ออโต้พรีวิว ขับมาสด้า2เครื่อง 1.5ลิตร การจราจรในนคร ย่างกุ้ง เมียนร์มาร์ รถค่อนข้างหนาตา การขับรถที่นั้นต้องขับชิดขวา ผู้คนจอแจ สัญญาณแตรจึงมีความสำคัญ หลังจากเข้าสู่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สลับกับถนนปกติผ่านเมืองมุโดง เมืองสะเทิม และเมืองบาโกหรือหงสาวดี-เมืองตองอู คาราวานได้จอดที่สะพานข้ามแม่น้ำสะโตงเพื่อถ่ายภาพและชมความงามของแม่น้ำสายนี้ มีความกว้างมาก แม่น้ำสะโตงเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเขตหงสาวดีกับรัฐมอญ จากนั้นขบวนเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่เมืองมะละแหม่งผ่านด่านของรัฐกะเหรี่ยงหลายด่าน สองข้างทางป่าไม้เขียวครึ้ม สภาพถนนนอกเมืองค่อนข้างแคบรถบรรทุกสวนทางเป็นระยะ แถม มีหลุมเยอะ แต่มาสด้า 2 ก็ให้ความนุ่มนวล การขับขี่ในทางโค้งรถเกาะถนนดีมาก อาการโยนตัวน้อย จนถึงด่านชายแดนพม่าขาเข้าประเทศไทย เวลาพลบค่ำ และเดินทางเข้าประเทศไทย ตรงไปรับประทานอาหารเย็น แวะพักค้างคืนอ.แม่สอดจ.ตาก

รุ่งเช้าวันสุดท้ายของการเดินทางกลับกทม.เลขไมล์อีกกว่า 400 ออโต้พรีวิว ได้คิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 คาราวานเคลื่อนตัวจากอ.แม่สอด มุ่งสู่กรุง ในอ.แม่สอดถนนสายเศรษฐกิจเชื่อมไทยกับพม่าขึ้น-ลงสลับหุบเขา โค้งจำนวนมากเป็นระยะประกอบกับการขยายเส้นทาง มีรถจำนวนมากต้องใช้ความระมัดระวัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากของครอสโเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จะขับแบบไหนเครื่องยนต์ก็ตอบสนองได้ทันทีเย็นย่ำคาราวานมาด้ากับเส้นทาง EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR จากเวียดนาม-ลาว—พม่า-ไทย ถึงกทม.โดยสวัดดิภาพ รวมระยะทางกว่า 2,900 กม..บรรุลุกิจกรรมตามคีย์เวิร์ดที่มาสด้าวางไว้ “ทุกก้าว คือ การพัฒนา เพราะเรากล้า…ที่จะต่าง” อย่างสวยงาม