MG EXTENDER รวมๆเธอมีเสน่ห์

แบรนด์ MG เข้ามาทำตลาดในบ้านเราไม่นาน ก็สามารถแจ้งเกิดรถได้หลายรุ่น ล่าสุดเปิดตัวรถกระบะรุ่นแรกของตัวเอง มาในคอนแซปต์ “MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” โดดเด่นทั้งหน้าตาและมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะการควบคุมที่ดี ระบบความปลอดภัยครบครัน และ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย วันนี้ Auto Preview ได้ขับ MG EXTENDER รุ่น 4 ประตู (Double Cab) ตัวท็อปสุด ขับในเส้นทาง จ.ขอนแก่น-เลย-พิษณุโลก 2 วันเต็มพบว่า มันมีเสน่ห์ในหลายด้าน จึงขอนำมาบอกต่อ

ภายนอกดูบึกบึน MG EXTENDER เด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่ทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกัน และแบบ 4 ประตู (Double Cab) พร้อมช่วงล่างระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อมไฟสว่างกลางวัน Daytime Running Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง


ขยับมาภายในห้องโดยสารก็กว้างขวางสะดวกสบาย และเก็บเสียงดีมีฉนวนกันเสียง 9 จุด เพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ต่างจากแบรนด์อื่นๆ อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง


ใต้ฝากระโปรงหน้าของ MG EXTENDERใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L
ของเล่นหรือออพชั่นเด่นๆของMG EXTENDER คือระบบ i–SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ


ระบบความปลอดภัยของMG EXTENDER ก็มีมาครบ อาทิ โครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย
-ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
-ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
-ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
-ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
-ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)
-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
-ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)
นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่


สำหรับการขับเป็นรุ่น 4 ประตูตัวท็อปสุดจากจ.ขอนแก่น-จ.เลย- จ.พิษณุโลกกว่า 400 กม. รถให้การตอบสนองในเรื่องสมรรถนะดีผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า ความเร็วที่ใช้มีหลากหลาย 100 กม./ชม.ในเส้นทางที่เห็นว่าปลอดภัยก็ทะลุไปถึง120-140 กม./ชม. ภายในก็กว้างขวางสะดวกสบาย ระบบปรับอากาศก็ทำหน้าที่ได้ดี
อย่างไรก็ตามรถใหม่อะไรๆก็ดีไปหมด แต่การใช้งานในระยาวเป็นอย่างไร…ก็รอวันพิสูจน์ MG ก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี ปัจจุบัน MG จึงมีโชว์รูมและศูนย์บริการถึงกว่า 110 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการหลังการขายที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้น MG EXTENDER ยังมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ 1 แสนก.ม.ไม่เกิน 20,000 บาท


MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 สปีด ราคาตั้งแต่ 549,000 – 1,029,000 บาท


เท่าที่ได้สัมผัส ทั้งขับและนั่ง ก่อนลงจากรถผมบอกได้เลยว่า MG EXTENDER ทั้งสมรรถนะ รูปโฉมต่างๆสอบผ่านหมด เอากันจริงๆมันอาจจะมีข้อด้อยที่ราคาขายต่ออาจจะเป็นรองเพื่อนๆในกลุ่มอยู่บ้างก็เท่านั้น…?แต่มองในภาพรวมถ้าเป็นสาวเธอก็มีเสน่ห์ไม่หยอกเลยล่ะ..?!