NEW MG ZS SUV ที่น่าลอง

หากเอ่ยชื่อรถยนต์แบรนด์เอ็มจี (MG) ในบ้านเราหลายคนยังไม่คุ้นกับชื่อนี้ แต่ทว่าคนอังกฤษรู้จักดี เพราะชื่อนี้อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 90 ปี และเมื่อกว่า 3 ปีก่อนรถชื่อนี้ก็เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ภายใต้บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผ่านมาก็ได้เปิดตัวไปหลายรุ่น ล่าสุดได้ส่งรุ่นMG ZS ใหม่ ลงตลาด เรียกร้องความสนใจได้ไม่น้อยกับ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่6.79 แสนบาท  และเมื่อเร็วๆนี้ออโต้พรีวิวได้ทดลองขับมาแล้วจึงอยากบอกต่อ

ภายนอกสวยดูมีคลาส

รูปโฉมภายนอกของ NEW MG ZS ออกแบบภายใต้แนวคิดบริท ไดนามิค (Brit Dynamic)ที่มีความทันสมัยและสปอร์ตด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เส้นสายบนฝากระโปรงด้านท้าย ไฟท้ายแบบแอลอีดีทิวบ์ (LED tube) พาโนรามิกซันรูฟการออกแบบด้านข้างเน้นความปราดเปรียวที่มีเส้นสายชัดเจนพาดจากด้านหน้าไปจนถึงซุ้มล้อหลัง รถมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย คือ  MG ZS 1.5L C ราคา 679,000 บาท MG ZS 1.5L D ราคา 729,000 บาท และMG ZS 1.5L x ราคา 789,000 บาท  ตัวรถเหมือนกัน ต่างกันที่ออพชั่น อาทิ   รุ่น C (รุ่นล่าง) ไม่มีไฟเดย์ไทม์และสปอร์ตไลต์ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว และไม่มีราวหลังคา ส่วนในรุ่น D (รุ่นกลาง) มีราวหลังคามาให้ และไฟเดย์ไทม์และสปอร์ตไลต์ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วลายเดียวกับรุ่น C และในรุ่น X (รุ่น Top) มีราวหลังคา พร้อมซันรูฟล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว  เป็นต้น โดยรวมภายนอกรถดูมีคลาสไม่เบา

ภายในออพชั่นเต็ม

ภายในของ MG ZS ตกแต่งด้วยสีแบบทูโทน สะท้อนความหรูหราวัสดุเน้นผิวสัมผัสนุ่มนวล เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระพวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับ 2 ทิศทาง  พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ  (เฉพาะรุ่น X)เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทางหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล (ยกเว้นรุ่น C)ช่องแอร์ออกแบบสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะ (ยกเว้นรุ่น C)ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และไฟส่องแผ่นที่กุญแจรีโมทลำโพง 6 ตัว (รุ่น C มีลำโพง 4 ตัว)หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ และ ช่องเชื่อมต่อยูเอสบีไฮไลต์จุดขายของ MG ZS  รุ่น X หรือรุ่น Topจะอยู่ที่ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย เมื่อระบบทำการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์การสั่งการผ่านระบบ i-SMART applicationเพียงพูดคำว่า Hello MG หรือกดปุ่มที่พวงมาลัย ก็สามารถสั่งงานทั้งเปิด-ปิด ซันรูฟ เปิด-ปิดแอร์ ปรับเร่ง-ลดพัดลม  หรือจะ เปิด-ปิดกระจกฝั่งคนขับ หรือจะสั่งสตาร์ทรถ เปิดแอร์ จากที่ใดก็ได้  เป็นต้น

เครื่องยนต์ 1.5 พอไหวไม่ถึงอืดนัก

MG ZS ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ (บล็อกเดียวกับ MG5 แต่ได้รับการปรับจูนใหม่) ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTi-TECH 4 สูบ ให้พละกำลัง 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 150นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 4สปีดพร้อม Manual Mode และยังรองรับ E85 ได้อีกด้วย

จัดเต็มระบบปลอดภัย

MG ZS มาเต็มระบบปลอดภัย  อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 6 จุด  และยังมีระบบอื่นๆอีกมากมาย

บทสรุปหลังขับ

หลังขับMG ZS ตัวท็อปสุดในเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางไป-กลับกว่า 400 ก.ม. เดินทาง2 คนสลับกันขับจุดเด่นของพวงมาลัย MG ZS ใหม่ ก็คือจะสามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Normal และ Sport และแปรผันน้ำหนักตามความเร็วได้ ความเร็วที่ใช้ระหว่าทาง 100-120 และในบางช่วงลองกดไปถึง 140 ก.ม./ช.ม. การควบคุมพวงมาลัยที่มีน้ำหนักหนืดมือดี ระบบช่วงล่างเกาะถนนพอใช้ การเก็บเสียงในห้องโดยสารของ MG ZS ใหม่ ค่อนข้างจะมีเสียงดังเนื่องจากมีพื้นที่กระจกของซันรูฟเยอะ ส่วนระบบ iSmartก็ให้ความสะดวกในการใช้งาน เพียงแต่ต้องศึกษาขั้นตอนการใช้งานเท่านั้น เพื่อความมั่นใจ MGรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 ก.ม. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) 24 ช.ม.  เป็นต้น  รถครบเครื่อง โฉมสวย สมรรถนะพอใช้ หลังการขายก็โอเค มันจึงน่าสนใจไม่น้อย