NIA ต่อยอดความสำเร็จเปิดหลักสูตร CCIO รุ่นที่ 2 สร้างผู้บริหารมืออาชีพ หวังพลิกประเทศสู่เมืองนวัตกรรมที่สมบูรณ์

NIA ตอกย้ำความสำเร็จเปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรมรุ่นที่ 2 สร้างเครือข่ายผู้บริหารมืออาชีพ เสริมศักยภาพผู้นำให้พร้อมต่อการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศด้วยเมืองนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเรื่อง “เครือข่ายเมืองต่อการพัฒนาประเทศ” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอโคว่า จำกัด, นายวีรพล จงเจริญใจ รองประธานกรรมธิการสถาปนิกอีสาน และ นายศิวัช ภูธนแสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุบลราชธานีพัฒนาเมือง จำกัดาเข้าร่วมงานที่ อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องคการมหาชน)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการเปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม (Chief City Innovation Office : CCIO )  รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้นำองค์กร ผู้บริหารจากทางภาครัฐภาคเอกชนเป็นอย่างดี ก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาเมืองร่วมกันของผู้บริหาร รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์ในด้านของการบริหาร และการมีส่วนร่วมในการบริหารเมืองให้กลายเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงต่อระหว่างนวัตกรรมให้เข้ากับคุณภาพชีวิตของชุมชน และสังคมในพื้นที่เมืองต่างๆของประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรในระดับผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทาง การพัฒนาของประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจในนวัตกรรมที่เป็นตัวขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศในทิศทางของความก้าวหน้ายกระดับเมืองต่างๆเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม จึงได้เปิดหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรมรุ่นที่ 2 ขึ้น

สำหรับหลักสูตรในปีที่ 2 นี้จะเป็นการต่อยอดความสำเร็จความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร การพัฒนาทักษะการวางแผนยุทธศาสตร์ โดยยังคงเนื้อหาด้านการส่งเสริมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่เอื้อต่อการรังสรรค์ระบบนิเวศนวัตกรรม การพัฒนาเมืองในบริบทของพื้นที่นวัตกรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และเชื่อมโยงความร่วมมือการพัฒนาระหว่างหน่วยงานหรือกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองใน 6 กลุ่มเป้าหมายหลักคือ ภาครัฐ ภาคการพัฒนา, ภาคการลงทุน, ภาคการศึกษา, ภาคการบริการสาธารณะและภาคประชาสังคม

ดร. พันธุ์อาจ กล่าวว่า หลังจากจบหลักสูตรรุ่นที่ 1 มีผู้บริหารหลายรายที่สามารถนำองค์ความรู้ด้านการสร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองรวมถึงต่อยอดเครือข่ายการพัฒนาเมืองไปปรับใช้เป็นผลสำเร็จ เกิดการรวมกลุ่ม การพัฒนาเมืองในพื้นที่เมืองสำคัญๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนครสวรรค์ และกรุงเทพฯ การเกิดขึ้นใหม่ของบริษัทพัฒนาเมืองในจังหวัดที่สำคัญ ล้วนเป็นตัวชี้วัดที่เห็นว่าหลักสูตรในปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ผลักดันการพัฒนาเมืองในรูปแบบของความร่วมมือ และมีความร่วมมือจากภาคประชาสังคมอย่างแท้จริง

สำหรับการเปิดหลักสูตรในรุ่นที่ 2 ปีนี้ ก็ได้เพิ่มความเข้มมากยิ่งขึ้นทั้ง การปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาที่เป็นหัวใจหลักของการอบรม การนำกรณีศึกษาซึ่งเป็นประเด็นใหม่ๆที่น่าสนใจในการพัฒนาเมืองมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงเพิ่มเติมการพัฒนาโครงการในการบริหารเมืองผ่านการทำ workshop เพื่อหวังจะให้เป็นโครงการ เพื่อนำไปใช้เป็นโมเดลในการพัฒนาเมืองได้จริง ซึ่งรุ่นที่ 2 นี้คาดว่าจะมีกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่สนใจเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวไม่น้อยกว่า 30 ราย

และที่สำคัญ หลักสูตรในรุ่นที่ 2 จะยังคงเน้นเนื้อหาความรู้ ความรู้จริงจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในประเทศและต่างประเทศ เน้นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการนำเอานวัตกรรมไปปรับใช้ในการพัฒนาเมืองสู่การพัฒนาประเทศต่อไป โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจเช่น City of Innovation ที่จะกล่าวถึงภาพในการพัฒนาเมืองที่มีความหลากหลาย Urban Tech for City Transformation เทคโนโลยีด้านเมืองที่จะเข้ามาเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาเมือง Innovation city of aging Society การวางแผนเมืองเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ  Blockchain Technology of Transparency Procurement การนำเทคโนโลยีโครงข่ายมาใช้ในการเก็บข้อมูล เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดพาผู้อบรมร่วมศึกษาดูงานในประเทศกับหัวข้อ Data Science for  Innovative City ที่จังหวัดภูเก็ต และการศึกษาดูงานในต่างประเทศในงาน Smart City Expo World congress ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งจะมีกำหนดการจัดอบรม ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนถึง 7 ธันวาคม 2562 ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ cciothailand@gmail.com  หรือที่ www.nia.or.th/ccio