TUK TUK นาฬิกาแบรนด์ไทย หัวใจแกร่ง โชว์ไอเดียเก๋ โตสวนกระแสโควิด-19

หลังจาก TUK TUK Bangkok Watch เผยโฉมนาฬิกาหัวใจไทย ดีไซน์เก๋กว่า 50 แบบในงาน Central International Watch Fair 2020 ที่ผ่านมานั้นได้รับการตอบรับจากแฟนคลับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกามีดีไซน์เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่า สวมใส่แล้วมีความสุข อารมณ์ดี และที่สำคัญ เกิดความภาคภูมิใจจากลวดลายการออกแบบบนหน้าปัด ซึ่งสามารถบ่งบอกและเล่าเรื่องราวความเป็นไทย พร้อมสอดแทรกความสนุกสนานด้วยมาตรฐานคุณภาพจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างลงตัว

สายไหม สาเดกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกวอทช์ แอนด์ จิวเวลรี่ จำกัด บอกเล่าเรื่องราวไอเดียการทำงานว่า ไหมเรียนจบมาทางด้าน Gemological sciences มีความรู้ความชำนาญด้านแร่หิน อัญมณี และก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าพลอย ขยับมาทำโรงงานจิวเวลรี่ เปิดบริษัทจำหน่าย และส่งออกจิวเวลรี่จนถึงปัจจุบันประสบการณ์กว่า 20 ปี อย่างไรก็ตามในสมัยเรียนเคยมีความใฝ่ฝันให้จิวเวลรี่ฝีมือคนไทยสู่เวทีโลก เพราะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ได้พบเจอคนหลากหลายชาติ แต่แค่เห็นการแต่งกายและเครื่องประดับจะรู้ทันทีว่ามาจากไหน เช่น คนอินเดียสวมส่าหรี และใส่เครื่องประดับดีไซน์แบบอินเดีย  แต่ทำไมเรากลับไม่เห็นความเป็น นพเก้า ทับทรวง เราไม่เห็นความเป็นรัตนโกสินทร์ หรืออยุธยา ในเวทีสากลกับเขาบ้าง

สายไหม สาเดกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกวอทช์ แอนด์ จิวเวลรี่ จำกัด

หลังจากเรียนจบเลือกทำงานในสิ่งที่ร่ำเรียนมา การมีข้อจำกัดในเงินทุน จึงต้องทำจิวเวลรี่เน้นแนวที่ตลาดรับได้ ขายคล่อง ได้แต่เก็บไอเดียไว้เหมือนเก็บใส่ในลิ้นชัก และคาดหวังว่า สักวันจะได้นำกลับมาทำ จนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว รู้สึกว่างานจิวเวลรี่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว และกลับมานึกถึงว่าใจอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไทย ที่สำคัญ อยากทำความฝันในอดีตให้สำเร็จ ในเมื่อเราอยู่ในวงการอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ เราไม่จำเป็นต้องทำจิวเวลรี่เสมอไป ดังนั้น นาฬิกา ก็คือเครื่องประดับชิ้นหนึ่งบนเรือนร่างของเรา และเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

หลังจากคิดได้ ไอเดียต่างๆ เริ่มพรั่งพรูออกจากสมอง รวบรวมความคิดเรื่องราวความเป็นไทยได้มากมายในชั่วข้ามคืน หรือเรียกได้ว่ามีเรื่องเล่าได้ไม่รู้จบ โดยเฉพาะการตั้งชื่อแบรนด์ ถ้านึกถึงประเทศไทยมีอะไรบ้าง ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นๆ เช่น วัดวาอาราม ตลาดน้ำมวยไทย ต้มยำกุ้ง ผัดไทย หรือ ตุ๊กตุ๊ก

ซึ่งตุ๊กตุ๊ก คือ  1 ใน 10 ชื่อที่เรานึกถึงประเทศไทย มีเสน่ห์ มีความเรียบง่าย รวมถึงการเรียกรถตุ๊กตุ๊ก มีความคล้ายเสียงนาฬิกา ติ๊กต๊อกๆ ซึ่งเราอยู่ในย่านสีลม เห็นและคุ้นชินกับรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารชาวต่างชาติอย่างมีความสุข และสนุกสนานกับการนั่งรถตุ๊กตุ๊กเที่ยวชมเมืองไทย ไม่ว่าจะไปเที่ยวชมวัดวาอาราม พระราชวัง ตลาดน้ำหรือแหล่งของอร่อย  รวมถึง ย่านเมืองเก่าย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของสีลม และไหมก็จะใช้ตุ๊กตุ๊ก เป็นไกด์อาสาพานักท่องเที่ยว เที่ยวชมอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น เราจึงเลือก “ตุ๊กตุ๊ก” เป็นชื่อแบรนด์ของเรา

ส่วนการเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านหน้าปัดนาฬิกา จำเป็นต้องทำนาฬิกาที่มีหน้าปัดกว้างและใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับงานวาดลงยาเป็นตัวเล่าเรื่อง บนหน้าปัดเราไม่มีโลโก้ แต่เรามีรูปรถตุ๊กตุ๊กบนเข็มวินาที วิ่งอยู่รอบนาฬิกา คือ กิมมิคของเรา ขณะที่ภายในเครื่องและกลไกของนาฬิกา หลายคนจะนึกถึงกลไกนาฬิกาจากประเทศสวิตฯหรือญี่ปุ่น เราจึงเลือกเป็นสวิส เป็นกลไกที่ได้มาตรฐานระดับโลกเรือนหนึ่ง เรียกได้ว่า เราหาสิ่งที่ดีที่สุดมาอยู่ในตุ๊กตุ๊ก รวมถึงสายหนังวัวพิมพ์ลายจระเข้ เจตนาเพราะว่าเราต้องการให้คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ง่ายในฐานะแบรนด์ใหม่ ที่สำคัญที่สุดคนไทยสวมใส่แล้วเกิดความภูมิใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากออกจำหน่าย นาฬิกาของเราเป็นที่ชื่นชอบของคนต่างชาติที่หลงเสน่ห์เอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี แต่ในใจลึกๆ อยากให้เกิดกระแสคนไทยรักประเทศ รักความเป็นคนไทย และอยากให้คนไทยได้ใส่กันมากๆ

นอกจากนี้ ตัวสายนาฬิกา มีให้เลือกถึง 18 สี และในแต่ละสีมีชื่อเรียกเป็นผลไม้ไทย ดอกไม้ไทย เช่น เหลือง อกร่อง เขียวใบตองแห้ง เขียวเข้มมะเขือพวง รวมถึงเรื่องราวบนหน้าปัด นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวให้นำกลับไปอ่าน ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวอย่างละเอียดและน่าสนใจ  เช่น เรื่องปลากัด เพราะปลากัดเป็นเอกลักษณ์ความเป็นไทย เป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทยของเรา  โดยเฉพาะปลากัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาสิงห์บุรี ที่มีความอดทนมากเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องมวยไทย ก็มีการให้ความรู้ต่างๆ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะรุ่น นายขนมต้ม และตั๊กแตนต่อยมวย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ที่สำคัญประเทศของเรามีศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยซึ่งมีชื่อเสียงดังระดับโลก

ซึ่งคอลเลกชั่นแรก มีหน้าปัดไซส์ M และ L ทั้งหมดจำนวน 50 ดีไซน์ และในหนึ่งดีไซน์มี 99 เรือนเท่านั้นทั่วโลก มีซีรีส์นัมเบอร์ และที่สำคัญ เราได้จดลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรเรียบร้อยทุกดีไซน์ ส่วนงานที่เพิ่งเปิดตัวปีที่ 2 ในงาน Central Internation Watch Fair 2020 ที่เซ็นทรัล ชิดลม  มีแฟนคลับคนรักนาฬิกาตุ๊กตุ๊กกลับมาเยี่ยมชม และซื้อนาฬิกาจำนวนมาก เพื่อมาสะสมคอลเลกชันใหม่ เพราะเจตนาของเรา เราจะไม่เล่าเรื่องซ้ำ และเฟ้นหาเรื่องราวความเป็นไทยมานำเสนอต่อไป

ส่วนคอลเลกชันที่ 2 คาดว่าจะออกมาในช่วงปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 ซึ่งตอนนี้มีการออกแบบดีไซน์ไว้หมดแล้ว เช่น รุ่นบุรีรัมย์ ซึ่งเมื่อนึกถึงจังหวัดนี้ เราจะนึกถึงเขาพนมรุ้ง ที่มีเรื่องราวมีความเก่าแก่ รวมถึง สนามแข่งรถระดับโลก เราจึงได้นำมาหลอมรวมกัน และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปในตัว รวมถึง รุ่นขอนแก่น จังหวัดที่มีการค้นพบซากด้านไดโนเสาร์ เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย เราจึงนำมาพรีเซนต์ด้วยการแต่งตัวให้ไดโนเสาร์สวมใส่ผ้าไหม และฉากหลังเป็นดอกคูน ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น

ขณะที่ด้านการตลาด ในปีแรกทำการตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมีการโฆษณาในสื่อออนไลน์ และบนสายการบิน  ดังนั้น ฐานลูกค้าของเราหนึ่งปีที่ผ่านมาคือ ชาวต่างชาติ มีสัดส่วน 60 ต่อ 40 แต่ปัจจุบันหลังสถานการณ์โควิด มีสัดส่วนคนไทย 90% ต่างชาติ 10% ซึ่งในปีที่ 2 นี้ทั่วโลกมีวิกฤต แต่เชื่อหรือไม่ ในวิกฤตคือ โอกาสของตุ๊กตุ๊ก  เพราะยอดขายของเราดีขึ้นในหมู่คนไทยหลังช่วงโควิด โดยเฉพาะช่องการขายทางออนไลน์ เพราะผู้คนมีความคิดถึงและโหยหาอัตลักษณ์ และความดั้งเดิม เช่น นาข้าว ท้อง ทุ่ง ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค รวมถึง การมีชีวิตที่เรียบง่าย และที่สำคัญ หลังจากโควิดทุกคนเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบไทยๆ แต่งตัวให้เข้าธีมแล้วไปถ่ายกับท้องทุ่งนา หรือนั่งจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติแบบไทยๆ

อย่างไรก็ตาม ที่เห็นเด่นชัดในช่วงโควิด เคาน์เตอร์ของเราปิดหมด ดังนั้น ลูกค้าก็หันมาซื้อผ่านช่องทางด้านออนไลน์ ทางเพจFacebook : TukTukbangkokwatch IG: tuktukbangkok watchหรือที่ https://www.tuktukbangkokwatch.com เรามียอดขายเพิ่มขึ้น 10-15% แต่หลังจากพ้นช่วงโควิด เคาน์เตอร์เปิดการขาย ยอดขายเราโตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และมีผู้ติดต่อมาเป็นตัวแทนการตลาด ซึ่งเราต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะ เจตนาอยากให้เป็นแบรนด์ของคนไทยจริงๆ ขณะนี้ เรามีเคาน์เตอร์ ที่เซ็นทรัลชิดลม และสีลม11 ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของเรา และในอนาคตอาจมีการเพิ่มในคิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นเสมือนหน้าต่างของประเทศไทย

ส่วนด้านออนไลน์ ขณะนี้เราทำงานหนักมากทั้ง อินสตาแกรม เฟซบุ๊กและเพจที่สามารถเข้าไปสั่งซื้อได้เลย ซึ่งเรากำลังจะโปรโมตหนักขึ้น และตอนนี้กำลังหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยพัฒนาเพจของเราให้ทำงานได้คล่อง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น  สำคัญที่สุดสิ่งที่ทำให้ตุ๊กตุ๊กโตสวนกระแสโควิดได้ เนื่องจากคนไทยเริ่มหันกลับมามองความเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะใส่นาฬิกาแล้วยิ้มตามสโลแกนของเรา “ใส่แล้วยิ้มได้”

ทำให้นาฬิกา ตุ๊กตุ๊ก เริ่มคุ้นหูและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถพิมพ์คำว่า “ตุ๊กตุ๊ก บางกอกวอทช์” และเข้าไปดูรายละเอียดเรื่องราวต่างๆได้ ซึ่งแต่ละวันมีข้อมูลข่าวสารที่ไม่ซ้ำกัน เช่น สามารถชมคลิปวิดีโอที่เล่าเรื่องราวไปเรื่อยในแต่ละดีไซน์ เป็นเรื่องเล่าที่ให้ความรู้และน่าสนใจ

“ขณะที่ในโลกของการแข่งขันทุกธุรกิจ แข่งขันกันที่ความเร็ว แข่งกันที่นวัตกรรม ใครมาก่อนได้เป็นเจ้าตลาดก่อน แต่ตุ๊กตุ๊ก ไม่ใช่ และเราไม่ได้เน้นด้านนวัตกรรม แต่เน้นกาลเวลาที่สามารถเล่าเรื่องราว ซึ่งนาฬิกาสมัยนี้เปรียบได้เหมือนเครื่องประดับ และทุกครั้งที่มองไปที่ข้อมือ จะมีรอยยิ้มได้เสมอ เพราะมีเรื่องราวความเป็นที่สนุกสนาน เป็นเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจบนนาฬิกา เราอยากเห็นคนไทยสวมใส่ด้วยความภูมิใจ และเกิดเป็นกระแสชาตินิยมในสินค้าของไทย” สายไหม สาเดกี้ กล่าวทิ้งท้าย