BYD Seal 5 DM-i Standard ขับไฟฟ้า+น้ำมัน 1 ถัง เชียงราย-กทม. 1,198 กม.

ปลายสัปดาห์ก่อน AutoPreview ได้รับภารกิจท้าทายจาก BYD ให้พา BYD Seal 5 DM-i Standard พิสูจน์สมรรถนะบนเส้นทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร กับเงื่อนไขง่ายแต่ไม่ธรรมดา — เติมน้ำมันหนึ่งถัง พร้อมชาร์จไฟหนึ่งครั้ง แล้วออกเดินทางจาก เชียงราย มุ่งหน้าสู่ เพชรบูรณ์ ก่อนจะวกกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ในวันถัดมา

ก่อนขึ้นรถเดินดูรอบๆคัน พบว่า BYD Seal 5 DM-i Standard  คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์โดดเด่น เช่นเดียวกับรุ่นย่อย Premium ด้วยไฟหน้า Full LED แบบ STARLIGHT พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ รับกับกระจังหน้าไร้กรอบแบบ DOT MATRIX ทั้งยังมีไฟท้ายรมดำ แบบ DOT MATRIX พร้อมแถบ LED Lightbar ล้อมีขนาด 17 นิ้ว เป็นล้ออัลลอยแบบทูโทน ห้องโดยสารกว้างขวาง ด้วยระยะฐานล้อ 2,718 มิลลิเมตร ยาวที่สุดในรถยนต์ Segment เดียวกัน เพียบพร้อมด้วย BYD Intelligent Cockpit ควบรวมการสั่งการระบบต่างๆ ไว้ในตำแหน่งเดียวกันบนคอนโซลกลาง ทั้งยังมีหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว และ หน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดียขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay® และ Android Auto™ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังสะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศตรงกลางด้านหลัง และยังสามารถพับพนักพิงเบาะโดยสารด้านหลังได้แบบ 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย พร้อมทั้งยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่(ADAS) AEB, FCW, ICC และ LDP เป็นมาตรฐานอีกด้วย

เติมน้ำมันเต็มถังก่อนออกเดิยทาง
น้ำมัน 1 ถัง ไฟฟ้า 1 ชาร์จ ก่อนออกเดินทาง ปิดผนึกฝาถังน้ำมัน และปิดสติ๊กเกอร์จุดชาร์จ ห้ามเติมน้ำมัน และชาร์จไฟ

วันแรก : จากสายหมอกเหนือ สู่ภูเขา และแดดร้อน
เช้าตรู่ในเชียงราย อากาศยังไม่ทันคลายความเย็นจากค่ำคืน แต่เมื่อแสงแดดเริ่มแรง อุณหภูมิก็ไต่ขึ้นแตะ 34 องศาอย่างรวดเร็ว เรากดปุ่มสตาร์ท เสียงตอบรับของ BYD Seal 5 DM-i Standard เงียบสนิทของระบบไฟฟ้าคือสัญญาณว่าการเดินทางเริ่มต้นขึ้นแล้ว Seal 5 DM-i Standard ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 98 แรงม้า ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 197 แรงม้า ให้พละกำลังรวม 218 แรงม้า ตัวเลขบนกระดาษดูน่าสนใจ แต่สิ่งที่สัมผัสได้จริงคือแรงบิดมาไวตั้งแต่ออกตัว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที ทำให้การแซงบนทางหลวงเป็นเรื่องมั่นใจ พลังงานในรถเป็นแบตเตอรี่ Blade Battery ขนาด 13.08 kWh รองรับการวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลสุด 80 กม. (NEDC) ช่วงต้นของการเดินทาง เราปล่อยให้รถใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนเงียบ ๆ ลัดเลาะผ่านทุ่งนาและหมู่บ้าน เสียงลมปะทะกระจกกับเสียงยางบดผิวถนนเบา ๆ กลายเป็นดนตรีประกอบทาง

 

 

เส้นทางบางช่วงของจ.อุตรดิตด์มีทั้งขึ้นเขาและคดโค้ง

เมื่อเข้าสู่เขต จ.อุตรดิตถ์ เส้นทางเริ่มมีเนินและทางโค้งมากขึ้น รถไต่ระดับขึ้นเขาอย่างนุ่มนวล การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยให้แรงส่งต่อเนื่อง ไม่มีอาการอืดให้รู้สึก ขณะลงเขา ระบบชาร์จไฟกลับ (regenerative braking) ก็เก็บพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่อย่างแนบเนียน


แดดบ่ายส่องแรงจนสองข้างทางดูแห้งแล้ง ต้นไม้ใบหญ้าสีซีดกรอบ แต่ภายในห้องโดยสารกลับเย็นสบาย ระบบปรับอากาศทำงานได้มีประสิทธิภาพแม้อากาศภายนอกร้อนจัด เบาะผ้าสัมผัสเรียบง่าย จอแสดงผลขนาด 10.1 นิ้ว ให้ข้อมูลครบถ้วน เข้าใจง่าย

จากนั้นผ่าน พิษณุโลก มุ่งสู่ เพชรบูรณ์ ถนนบางช่วงชันและคดเคี้ยว Seal 5 DM-i ยังรักษาความนิ่งของช่วงล่างได้ดี ตัวรถไม่โคลงเกินจำเป็น พวงมาลัยให้น้ำหนักกำลังเหมาะ
วันแรกจบลงที่ระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร รถทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และความสะดวกสบายในการเดินทางไกล

วันที่สอง: จากขุนเขา สู่มหานคร
รุ่งเช้าที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดสายตา ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่ภาคกลาง ผ่าน จังหวัดลพบุรี และ ขังหวัดสระบุรี เส้นทางช่วงนี้เปิดโล่งยาวไกล แสงแดดสะท้อนพื้นถนนระยิบระยับ Seal 5 DM-i แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของระบบปลั๊กอินไฮบริด — เมื่อแบตเตอรี่ลดระดับ ระบบจะจัดการสลับการทำงานโดยอัตโนมัติ รักษาความต่อเนื่องของกำลังขับโดยที่ผู้ขับแทบไม่รู้สึก เข้าสู่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจราจรเริ่มหนาแน่นมากขึ้น ระบบความปลอดภัยพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งช่วยเสริมความอุ่นใจในทุกสถานการณ์ หน้าจอมาตรวัดบอกระยะทางที่ออกเดินทางมาจากจ.เชียงรายผ่านมาแล้ว 1,198 กิโลเมตร จึงมาแวะเติมน้ำมันที่จ.พระนครศรีอยุธยาเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ ก่อนที่ปลายทางสุดท้ายจะพาเรากลับสู่กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางสภาพจราจรหนาตาคุ้นเคยของเมืองหลวง

เมื่อสู่เมืองหลวงด้วยรัศมีวงเลี้ยวประมาณ 5.5 เมตร ทำให้การกลับรถในซอยแคบหรือการยูเทิร์นบนถนนเมืองไม่ต้องเผื่อหลายจังหวะ พวงมาลัยไฟฟ้าให้น้ำหนักเบาในความเร็วต่ำ ช่วยให้หมุนพวงมาลัยได้คล่องมือ การเลี้ยวเข้าช่องจอดในห้างหรืออาคารสำนักงานทำได้ง่าย ไม่ต้องขยับหน้า–ถอยหลังหลายครั้ง

ความรู้สึกหลังพวงมาลัยจึงต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูใหญ่โต ตัวรถตอบสนองฉับไว ช่วงล่างและองศาการเลี้ยวล้อหน้าถูกเซ็ตมาให้เหมาะกับการใช้งานจริงในเมือง โดยเฉพาะสภาพการจราจรหนาแน่นแบบกรุงเทพฯ ที่ต้องอาศัยความคล่องตัวอยู่ตลอดเวลา

สรุปได้ว่า แม้ Seal 5 DM-i จะเป็นซีดานขนาดใหญ่ที่พร้อมเดินทางไกล แต่ในชีวิตประจำวันก็ยังให้ความคล่องแคล่วในเมืองได้อย่าง “พอดีมือ”


บทสรุปของการเดินทาง
ภารกิจ “น้ำมันหนึ่งถัง ชาร์จหนึ่งครั้ง วิ่งเกิน 1,000 กม.” ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขทางการตลาด แต่คือประสบการณ์จริงบนถนนหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางราบ ทางชัน ทางโค้ง และสภาพอากาศร้อนจัด ล่าสุด เรเว่ ได้ประกาศราคาจำหน่ายของ BYD SEAL 5 DM-i SUPER PHEV รุ่นย่อย
Dynamic ราคาอยู่ที่ 659,900 บาท และ รุ่น Standard ราคา 599,900 บาท
Seal 5 DM-i Standard แสดงศักยภาพของเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดได้ชัดเจน — สมรรถนะเพียงพอสำหรับการเดินทางไกล ความประหยัดที่จับต้องได้ และความสบายภายในห้องโดยสารที่ช่วยให้การขับต่อเนื่องหลายร้อยกิโลเมตรไม่ใช่เรื่องเหนื่อยล้า
เหนือสิ่งอื่นใด การเดินทางครั้งนี้ทำให้เราได้ซึมซับภาพสองข้างทาง ตั้งแต่ผืนดินแห้งแล้งของภาคเหนือ ไปจนถึงทุ่งราบกว้างของภาคกลาง พร้อมตอกย้ำว่า รถที่ดี ไม่ได้มีไว้แค่พาไปถึงจุดหมาย แต่ต้องทำให้ทุกกิโลเมตรระหว่างทางสบาย ปลอดภัย และประหยัด

เติมน้ำมัน 42 ลิตร หลังขับมากว่า 1198 กิโลเมตร