
ฮอนด้า เผยโฉม Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค.69 ราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำและเผยสเปกอย่างเป็นทางการของ ‘Honda e:N2’ รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ด้วยราคาประมาณการ 1,4XX,XXX บาท* ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2569 – 22 มี.ค. 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ*
• ดอกเบี้ย 1.54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
• ฟรีประกันภัย 1 ปี (ประกันภัยชั้น 1)
• ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
• รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
• ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา


พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่รับรถ Honda e:N2 100 คันแรก รับเพิ่ม! สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motocompacto มูลค่า 65,000 บาท* (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) โดยลูกค้าจะต้องทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2569 – 22 มีนาคม 2569 พร้อมทำการจองอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 (โดยขอสงวนสิทธิ์การจองสิทธิ์ จองอย่างเป็นทางการและรับรถกับผู้จำหน่ายเดียวกัน)


Honda e:N2 มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 และระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT อีกทั้งฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) และกระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ


ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร** (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง


จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด พร้อมครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold


Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม
จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ Honda e:N2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้! ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท และเตรียมพบกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda e:N2 ได้ในวันที่ 23 มีนาคม 2569
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show) รวมถึงสัมผัสได้ที่บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 ภายในงานฯ และที่โชว์รูมฮอนด้า


หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
**ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล


ไฮไลต์สำคัญของ ‘Honda e:N2’
▸ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยทรงสปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback ภายใต้แนวคิด ‘Knives Out’ เน้นการใช้เส้นสายที่เฉียบคม มาพร้อม
• กระจังหน้าและกันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถในดีไซน์ Grille-less สะท้อนเอกลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้า
• ช่องชาร์จแบตเตอรี่ด้านข้าง พร้อมไฟแสดงสถานะการชาร์จ ที่ทำให้รู้ถึงสถานะการชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
• หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด
• ใหม่! สัญลักษณ์ H-mark พร้อมไฟเรืองแสง
• ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
• ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
• ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED
• ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
• ใหม่! มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน
• ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกด้านหลังแบบ Privacy
• ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
• กระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า
• กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
• ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ
• สปอยเลอร์หลัง
• ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
• มาพร้อมทางเลือกสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาว
ไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม


▸ภายในห้องโดยสาร เน้นความเรียบง่ายและทันสมัย มอบความสะดวกสบาย ผ่อนคลายในทุกที่นั่ง มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีที่พร้อมเติมเต็มสุนทรียะในการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น
• ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์
• ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ
• ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
• ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้
• เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่
(Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit)
• เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
• แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5
• ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5


• ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
อีกทั้งหลากหลายเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ
• ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยสุนทรียะแห่งดนตรี
• ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย มอบประสบการณ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ใช้งานง่าย ควบคุมและสั่งการได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
• อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
• ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง (ด้านหน้า 2 ตำแหน่งและด้านหลัง 2 ตำแหน่ง)
• ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
• กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง
• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา


• ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Climate Pre-Conditioning)
• ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
▸ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ
• ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร
• ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
• ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง
• มาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง
▸ปลอดภัยและมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน
• เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
– ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
– ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
• พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่อื่น ๆ อาทิ
– ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI)
– ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)
– ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
– เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
– ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
– ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
– ถุงลมคู่หน้า
– ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
– ม่านถุงลมด้านข้าง
– ครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! ถุงลมกลางด้านหน้า
– ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
– ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)




