
“โตโยต้า” เผย Land Cruiser FJ ขายพุ่งสวนทางราคาน้ำมัน ยอดจองทุกรุ่น Motor Show เฉียดแตะ 7,000 คัน
โตโยต้า เปิดเผยภาพรวมความสำเร็จในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2569 โดยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยยอดจองรวม Toyota และ Lexus สะสม 6,888 คัน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ขณะน้ำมันเเพง Land Cruiser FJ ยังทำยอดขายพุ่ง สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคแม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยอดจองภายในงานบางกอก ฯ มอเตอร์โชว์ กระจายตัวครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่ม Eco-car และ SUV ได้แก่ Yaris Ativ, Yaris Cross และ Corolla Cross ทำยอดจองสูงสุดประมาณ 3,300–3,400 คัน รองลงมาคือกลุ่มรถกระบะ Hilux Travo, Hilux Revo และ Hilux Champ ราว 2,000 คัน ขณะที่กลุ่ม PPV อย่าง Fortuner และ Land Cruiser FJ มียอดจองประมาณ 700-800 คัน ส่วน Lexus มียอดจอง 75 คัน โดย Lexus IS และรถยนต์ไฟฟ้า Lexus RZ ได้รับการตอบรับดี

สำหรับรุ่นที่ถือเป็น “หัวหอก” ของงาน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ Yaris Ativ ซึ่งมียอดขายสูงสุดจากแพ็กเกจการเป็นเจ้าของที่เข้าถึงง่าย และ Land Cruiser FJ ที่สร้างกระแสตอบรับอย่างโดดเด่น มียอดจองสะสมทั่วประเทศกว่า 800 คัน ในจำนวนนี้ลูกค้าหลายรายตัดสินใจจองก่อนเห็นรถจริงหรือทราบราคาอย่างเป็นทางการ สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ Land Cruiser ได้เป็นอย่างดี จากยอดจองดังกล่าวบริษัทจะสามารถทยอยส่งมอบถึงมือลูกค้าในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดยในรถรุานนี้ยังพบว่าลูกค้ากว่า 70–80% มีแผนตกแต่งรถเพิ่มเติม ส่งผลให้แพ็กเกจชุดแต่งได้รับความนิยมสูงถึง 30% ของยอดจองอีกด้วย
-ยังไม่ปรับเป้ายอดขาย แม้เศรษฐกิจผันผวน
โตโยต้าระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับลดเป้าหมายยอดขายปี 2569 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน บริษัทจึงติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลก ก่อนพิจารณาทบทวนแผนธุรกิจในอนาคต
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษายอดจองได้ คือ “ความเชื่อมั่นระยะยาว” ของลูกค้า ซึ่งมองการใช้งานรถในช่วง 5–7 ปี มากกว่าความผันผวนระยะสั้น โดยโตโยต้ามีทางเลือกแบบ Multi-Pathway ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด พร้อมแคมเปญทางการเงินผ่าน Toyota Leasing ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
ลูกค้าเน้นต้นทุนระยะยาวมากกว่าราคาพลังงาน
บริษัทระบุว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับต้นทุนการครอบครอง (Total Cost of Ownership) มากขึ้น โดยจุดแข็งของ Toyota อยู่ที่ต้นทุนที่คาดการณ์ได้ ทั้งค่าประกัน ราคาขายต่อที่มีเสถียรภาพ และความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งทำให้รถน้ำมันและไฮบริดยังเป็นทางเลือกหลักของลูกค้าหลายกลุ่ม

ราคาดีเซลสูงไม่ใช่ปัจจัยหลักกระทบกระบะ
โตโยต้าประเมินว่า การชะลอตัวของตลาดรถกระบะในกลุ่มพาณิชย์เกิดจากภาวะเศรษฐกิจมากกว่าราคาน้ำมัน เนื่องจากรถถือเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ขณะที่กลุ่มใช้งานส่วนบุคคลยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและราคาขายต่อในระยะยาว
ด้านความเข้มงวดของสถาบันการเงิน บริษัทระบุว่ายังสามารถบริหารคุณภาพยอดจองได้จากการมี Toyota Leasing ของตนเอง โดยแม้ยอดจองคิดเป็นราว 13% ของยอดจองทั้งงาน แต่ยอดจดทะเบียนจริงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงกว่า 40% สะท้อนอัตราการเปลี่ยนยอดจองเป็นยอดขายจริงที่แข็งแกร่ง

ตลาดพลังงานไม่เปลี่ยนฉับพลัน — ลูกค้าเลือกตามการใช้งาน
โตโยต้ามองว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะไม่ทำให้ตลาดรถเครื่องยนต์สันดาปลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากทั้งน้ำมันและไฟฟ้าล้วนผูกกับราคาพลังงานโลก โครงสร้างตลาดจึงเปลี่ยนตามรูปแบบการใช้งานของลูกค้ามากกว่า โดยรถไฟฟ้าเหมาะกับผู้ใช้ระยะทางสูง ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปยังคงพิจารณาความคุ้มค่าโดยรวม
ในส่วนรถยนต์ไฟฟ้า bZ4X ปัจจุบันมียอดขายสะสมกว่า 700 คัน นับตั้งแต่เริ่มส่งมอบปลายปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้

เดินหน้ากลยุทธ์ Customer Centric รับการแข่งขันสูง
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ใหม่ โตโยต้าย้ำกลยุทธ์ “Customer Centric” หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยออกแบบแคมเปญทางการเงินเฉพาะกลุ่ม ทั้งดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยพิเศษ หรือแพ็กเกจชุดแต่ง พร้อมดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งานผ่านบริการหลังการขายและโครงการ Toyota Sure เพื่อรักษามูลค่าขายต่อ
ฝากความหวังมาตรการรัฐ หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น โตโยต้าคาดหวังให้ภาครัฐสนับสนุน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ การกระตุ้นกำลังซื้อ และการกำหนดทิศทางนโยบายยานยนต์ในอนาคตให้ชัดเจน
สำหรับการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทเห็นว่าประเทศไทยควรพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ การผลิตแบตเตอรี่ ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ โตโยต้ามองว่า ความสำเร็จระยะยาวไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือการเป็น “พาร์ทเนอร์” ที่ดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ครองความนิยมในตลาดไทยมาอย่างต่อเนื่อง.

