Motor Show อุตฯรถคึกจริง…หรือกลลวง? เมื่อยอดจองรถพุ่งสวนทางราคาพลังงาน

การปิดฉากลงของงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของตลาดโลก ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากความผันผวนด้านพลังงานและสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่งานปีนี้กลับสร้างตัวเลขที่น่าทึ่ง.. ทั้งยอดจองรถยนต์รวม 132,951 คัน รถจักรยานยนต์ 2,056 คัน และจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 1.79 ล้านคน สะท้อนภาพความคึกคักที่ดูเหมือนตลาดรถกำลังกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ความร้อนแรงดังกล่าวเป็นการเติบโตที่แท้จริง หรือ “คันเร่ง” ถูกเหยียบชั่วคราวจากปัจจัยเฉพาะหน้า
🚗🚦ตลาดรถสันดาป : ยังไม่ตาย แต่กำลังถูกทดสอบ ยอดจองจำนวนไม่น้อยยังคงมาจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยเฉพาะกลุ่มรถ SUV และกระบะ ซึ่งยังตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภคไทย ทั้งด้านระยะทาง การบรรทุก และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มขาขึ้นกำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญ ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเร่งตัดสินใจก่อนต้นทุนการใช้งานจะสูงขึ้นมากกว่านี้ ส่งผลให้ยอดจองในงานอาจสะท้อนการเร่งซื้อมากกว่าการเติบโตระยะยาว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตลาดรถสันดาปยังคงแข็งแรงในเชิงปริมาณ แต่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านต้นทุนพลังงาน ซึ่งอาจทำให้ความต้องการชะลอตัวหลังจากนี้
🚙⚡️ตลาด EV : แรงจริง หรือแรงจากโปรโมชั่น
ในอีกด้านหนึ่ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นดาวเด่นของงานอย่างชัดเจน หลายแบรนด์ใช้กลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมแคมเปญผ่อนต่ำ ดอกเบี้ยพิเศษ และการรับประกันแบตเตอรี่ระยะยาว ดึงดูดผู้บริโภคที่เริ่มกังวลกับราคาน้ำมัน การเติบโตของ EV จึงไม่ได้มาจากกระแสรักษ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสมการต้นทุนการใช้รถ ที่เริ่มเปลี่ยน เมื่อค่าเชื้อเพลิงสูงขึ้น EV กลายเป็นทางเลือกที่ดูคุ้มค่ามากขึ้นในสายตาผู้ซื้อ

อย่างไรก็ตาม ตลาด EV ไทยยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ ทั้งโครงสร้างสถานีชาร์จ มูลค่าขายต่อ และความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐในอนาคต ทำให้ยอดจองจำนวนหนึ่งอาจเป็นการทดลองตลาด มากกว่าการเปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์

📝💰 ยอดจองสูง = ตลาดฟื้นจริงหรือไม่
ตัวเลขยอดจองที่สูงอาจสะท้อน 3 ปัจจัยหลักมากกว่าการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง ได้แก่..โปรโมชั่นแรงจากค่ายรถที่ต้องเร่งระบายสต๊อก ผู้บริโภคเร่งซื้อก่อนต้นทุนพลังงานสูงขึ้น การแข่งขันระหว่าง ICE และ EV ที่ทำให้ราคาน่าสนใจผิดปกติ

ดังนั้น ความคึกคักในงานอาจเป็นภาพสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่าน มากกว่าการเติบโตอย่างมั่นคงของตลาด

คำตอบว่าตลาดคึกคักจริงหรือเป็นเพียงภาพลวง อาจไม่ได้อยู่ที่ยอดจองในงาน แต่จะถูกพิสูจน์ในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อโปรโมชั่นหมดลง หรือราคาพลังงานยังผันผวนต่อไปอีก และผู้บริโภคต้องเผชิญต้นทุนการใช้รถในโลกความจริง เพราะสุดท้ายแล้ว ตลาดรถยนต์ไม่ได้วัดกันที่ยอดจองในฮอลล์จัดแสดง แต่คือความสามารถในการอยู่รอดของทุกแบรนด์

: สมชาย พรหมหนู/รายงาน