NEW MG MAXUS 7 และ NEW MG MAXUS 9 หรูหรา สมรรถนะ ออพชั่น ต่างกันตรงไหน..!

ถ้าพูดถึงแบรนด์รถยนต์ MG เชื่อว่าหลายคนรู้จักดี เพราะที่ผ่านมา MG สามารถสร้างชื่อเสียงไว้ในหลายด้านมากมาย และเป็นรถยนต์จากสาธารณะรัฐประชาชนจีนเป็นเเบรนด์แรกที่เข้ามาตั้งโรงงานและทำตลาดในประเทศไทย และเป็นรถยนต์แบรนด์จีนแบรนด์แรกที่ทำตลาดรถยนต์ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง นอกจากนี้ MG ยังเป็นรถยนต์จากจีนเป็นแบรนด์เดียวที่ทำตลาดทั้งรถยนต์ EV รถยนต์ Hybrid และรถยนต์สันดาปภายใน  10 ปีที่ผ่านมา MG มียอดขายสะสมในประเทศไทยแล้วกว่า 1  แสนคัน ล่าสุด MG ได้เพิ่มจำนวนรถลงไปในโชว์รูมอีก คือ NEW MG MAXUS 7 และ NEW MG MAXUS 9 รถทั้งสองรุ่นใหม่นี้เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีความหรูหรา ออพชั่น และสมรรถนะ และการใช้งานที่แตกต่างกัน ฉะนั้นไปทำความรู้จักกับรถทั้งสองรุ่นนี้กัน ว่ามีสมรรถนะ และออพชั่น ต่างกันอย่างไร

NEW MG MAXUS 7

NEW MG MAXUS 7: E-MPV พลังงานไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง ที่เข้ามาเติมเต็มความต้องการ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ากลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ ด้วยจุดเด่นที่ยังคงความหรูหราและเหนือระดับของรถ ในตระกูล MG MAXUS ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ส่งมอบความสะดวกสบายครบทุกตำแหน่งที่นั่ง

ดีไซน์ และการออกแบบ

NEW MG MAXUS 7 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูล้ำสมัยตามแบบฉบับของ E-MPV ยุคใหม่ ที่เน้นความเรียบหรู

ภายนอก:ะท้ายขนาดใหญ่ ดห้องเก

  • มิติตัวถัง 4,907 x 1,885 x 1,768 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร
  • กระจังหน้าแนวใหม่ Grille less Design ที่ให้ความหรูหราแบบเรียบง่าย
  • ไฟหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟท้ายแบบ LED โดยที่ไฟหน้ามาพร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ
  • ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่มาพร้อม Aero Wheel Cover ดีไซน์ใหม่
  • กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง และ สปอยเลอร์หลัง
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟแบบ One Touch
  • ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า
  • ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle)

ภายใน และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบาย:

อีกหนึ่งจุดเด่นของ NEW MG MAXUS 7 คือ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร มีระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และรองรับการเชื่อมต่อหลากรูปแบบ

  • ภายในห้องโดยสารสีทูโทน ตกแต่งด้วยวัสดุแบบ SOFT TOUCH
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa และวัสดุหนังสังเคราะห์
  • ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมปรับอุณหภูมิร้อน – เย็น ได้
  • เบาะนั่งแถวที่สองแบบ Captain Seat ปรับแบบแมนนวล ที่ออกแบบให้โอบรับกระชับทุกสรีระ
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 3 นิ้ว แบบ Dual Widescreen ที่เชื่อมต่อกับหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว
  • ลำโพง 8 จุด
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB
  • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนด้านหน้าและหลัง พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะ

ขุมพลังขับเคลื่อน และสมรรถนะการขับขี่:

  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 245 แรงม้า (180 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร
  • แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จัดวางแบบ Cell To Pack ขนาดความจุ 90 kWh สามารถวิ่งในระยะทางสูงสุด 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
  • แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และน้อย
  • ดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง
  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์

เทคโนโลยีความปลอดภัย:

NEW MG MAXUS 7 มาพร้อมระบบโครงสร้างนิรภัย และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) รวม 25 ระบบ ได้แก่

  • ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane keep Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

ระยะเวลาในการชาร์จ:

  • ชาร์จแบบเร็ว DC Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 120 kWh
  • ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 5% – 100% ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที* รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าระดับ 6.6 kW

 ทั้งนี้ NEW MG MAXUS 7 ยังไม่ได้เปิดราคาอย่างเป็นทางการ มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) สีเทาหลังคาดำ Concrete Grey / Black Top และสีภายในดูเรียบหรูด้วยโทนสีดำและสีน้ำตาล

 

มุมมองด้านหน้า ดูกะทัดรัด
บั้นท้ายของ NEW MG MAXUS 7

 

ขณะที่ NEW MG MAXUS 9 ขนาดมิติตัวถังต่างๆมีความใหญ่กว้างขวางมากขึ้น เป็นลักชัวรี MPV พลังงานไฟฟ้า 100% 7 ที่นั่ง กับความหรูหราและเหนือระดับ  ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำสมัยพร้อมอำนวยความสะดวกสบายให้ทั้งคนนั่งและคนขับ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รอบด้านด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง มาพร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกรอบคัน กับความโดดเด่น  ที่ผสมผสานความลงตัวของทั้งสมรรถนะการขับขี่ (PERFORMANCE) การควบคุม (HANDLING)  การออกแบบ (DESIGN) และความปลอดภัย (SAFETY) สู่ประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟตลอดเส้นทาง

มุมมองด้านหน้า และด้านข้างของ NEW MG MAXUS 9

DESIGN: หรูหรา สะดวกสบาย อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน

NEW MG MAXUS 9 ออกแบบให้หรูหรา ที่จะมาแต่งเติมเอกลักษณ์ความมีสไตล์ สะท้อนตัวตนและรสนิยม ได้เป็นอย่างดี

Exterior Design: ลักชัวรี่เอ็มพีวีที่สะกดทุกสายตาบนท้องถนนะท้ายขนาดใหญ่ ดห้องเก

  • มิติตัวถัง 5,270 x 2,000 x 1,840 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 3,200 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 140 มิลลิเมตร
  • ไฟหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 และไฟท้าย LED พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ
  • ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
  • ล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางแบบ Run Flat
  • กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง และ สปอยเลอร์หลัง
  • ฝาครอบเครื่องพร้อมช่องเก็บสัมภาระ
  • หลังคา Dual Panoramic Sunroof
  • ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า
ล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางแบบ Run Flat

Interior Design: หรูหราดูพรีเมียม รองรับทุกโจทย์ความต้องการระดับลักชัวรี่

พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมดีไซน์การตกแต่งให้หรูหรา แต่แฝงด้วยฟังก์ชันการใช้งานไว้รองรับ อยู่รอบคัน สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้า เบาะนั่งแถวที่สองแบบ Captain Seat พร้อมระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และรองรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบ

  • ดีไซน์คอนโซลหน้าแบบ Double Layer พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์ พร้อมการตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบ SOFT TOUCH และไฟห้องโดยสาร Ambient Light ถึง 64 สี
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งแถวที่สองในรุ่น V แบบ VIP Captain Seat พร้อมระบบจดจำตำแหน่งการนั่ง (Memory Seats) ระบบนวด เบาะอุ่นและระบายความร้อนควบคุมผ่านหน้าจอ Touch Screen พร้อมช่องวางโทรศัพท์ โต๊ะพับและที่วางแก้ว
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว (Digital Interactive Multi-function Display) และหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พร้อมลำโพง 12 จุด
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 9 จุด และช่องจ่ายไฟ AC Adaptor 220V
  • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android
  • กระจกมองหลังผ่านกล้อง Streaming Media Rearview Mirror
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมิติ แยกบริเวณด้านหน้าและหลังอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะ พร้อมระบบ Push Start

E- PERFORMANCE: ครั้งแรกของประเทศไทยกับเอ็มพีวีขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมสมรรถนะ  ที่เหนือระดับ

อีกระดับแห่งสมรรถนะรถไฟฟ้า ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 245 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ   90 kWh พร้อมระบบระบายความร้อน

  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จัดวางแบบ Cell To Pack ขนาดความจุ 90 kWh สามารถวิ่งในระยะทางสูงสุด 540 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC
  • แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 3 ระดับ ได้แก่ มาก ปานกลาง และน้อย
  • ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4 เมตร
  • ดิสก์เบรกหน้าพร้อมช่องระบายความร้อน และดิสก์เบรกหลัง
  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์

SAFETY: วางใจได้ในทุกการขับเคลื่อน ปลอดภัยตลอดเส้นทาง

NEW MG MAXUS 9 มาพร้อมระบบโครงสร้างนิรภัยปรับแต่งระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) รวม 25 ระบบ ได้แก่

  • ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) และ ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane keep Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK

(Emergency Lane Keeping Assist)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา (LCA/ BSD/ RCTA/ DOW)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX บริเวณที่นั่งแถว 2 และ 3
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ
  • สัญญาณเตือนระยะเดินหน้าและถอยหลัง

 

NEXT LEVEL OF CHARGING: เหนือระดับกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั่วไทย

NEW MG MAXUS 9 รองรับระบบการชาร์จ 2 รูปแบบทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge    ให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางสะดวกสบายได้ทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG Super Charge ที่พร้อมให้บริการแล้วกว่า 129 แห่งทั่วประเทศ

  • ชาร์จแบบเร็ว DC Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 30% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 120 kWh
  • ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 5% – 100% ใช้เวลาประมาณ
    8 ชั่วโมง 30 นาที* รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh

*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

NEW MG MAXUS 9 ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น X – LUXURY และรุ่น V – SUPER LUXURY     โดยรุ่น X มีสีตัวถังให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) และในรุ่น V มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) สีเทาหลังคาดำ Granite Grey / Black Top

ทั้งนี้ราคา NEW MG MAXUS 9 จำหน่ายราคาเริ่มต้น 2.499 ล้านบาทในรุ่น X และ 2.699 ล้านบาท ในรุ่น V