
Mitsubishi XForce HEV ขับ 3 จังหวัด กับ 7 โหมดการขับขี่
ปลายสัปดาห์ก่อนมีโอกาสได้ “เฟิร์สไดรพ์” Mitsubishi XForce HEV ที่มาพร้อมหน้าตาสะสวย และดุดันอยู่ในที ไฟเดย์ไทม์ ไฟหน้าไฟท้าย LED ทั้ง ระบบ เธออุดมสมบูรณ์ไปด้วยออพชั่นล้ำๆ ทั้งระบบปลอดภัยที่ช่วยเป็นหูเป็นตาก็มาครบ อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCM) – ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อเสี่ยงชน, ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW) – แจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับ ,ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) – สั่นพวงมาลัยหรือแจ้งเตือน ,กล้องรอบคัน 360 องศา – ช่วยจอดและมองรอบตัวรถได้ชัดเจน,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) – ป้องกันรถไหลถอยหลัง จอระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว จอมาตรวัดขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว เป็นต้น

Mitsubishi Xforce HEV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ MIVEC DOHC พละกำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 5,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 116 แรงม้า 255 นิวตันเมตร Full Hybrid แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.1 kWh กับระบบส่งกำลัง 2-SPEED TRANSAXLE ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทํางานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตามการขับขี่และ สภาพถนน ตั้งแต่การออกตัว การขับขี่บนความเร็วต่ำ-สูง และทางลาดชัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด Gasohol E20
ระหว่างนั่งในรถพบว่ารถรุ่นที่ได้นั่งเเละขับนั้นเป็นรุ่นท็อปออพชั่นเต็ม
• ไฟหน้าแบบ Full-LED
• ไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ Full-LED
• ระบบเปิด – ปิดไฟหน้า อัตโนมัติ
• ไฟหรี่ไฟท้ายแบบ LED Illumination Tube
• สปอยเลอร์หลัง
• ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
• กระจกบังลมหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน
• กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
• เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
• ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
• ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหลัง
• ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว
• ยาง ขนาด 225/50R18
• ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำ
• เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังกันความร้อน Heat Guard
• เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
• เบาะนั่งด้านหลัง ปรับเอนได้ 8 ระดับ
• เบาะนั่งด้านหลังพับได้ 40 : 20 : 40
• กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ One-Touch ฝั่งคนขับ
• ระบบป้องกันการหนีบ Protection Jam ทั้ง 4 บาน
• ระบบเซ็นทรัลล็อค
• ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อวิ่งด้วยความเร็วที่กำหนด
• ระบบกุญแจ Keyless Smart Entry
• ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
• พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น – ลง และเข้า – ออก) เป็นต้น
เวลาสองวันเต็มที่ได้อยู่กับ Mitsubishi XForce HEV ขับจากภูเก็ต พังงา มุ่งหน้า สุราษฎร์ธานี บางช่วงผ่านเส้นทาง “คด” โค้งเอาเรื่องจะมัว “คิดถึง” ใครก็ไม่ควร ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่าเสียงเครื่องยนต์สัมพันธ์กับความเร็วหน้าปัดดิจิตอล เมื่อขับรถผ่านเส้นทางสายพังงา สองข้างทางจะเต็มไปด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน บางช่วงมีเนินเขาสูงต่ำสลับกันราวกับคลื่นลูกใหญ่ของผืนแผ่นดิน ถนนทอดยาวไปตามแนวโค้งที่เลี้ยวลดพาให้ใจเต้นเล็กน้อยในแต่ละจังหวะ บางช่วงถนนแคบลงและไต่ระดับสูงขึ้นช้า ๆ จนรู้สึกเหมือนกำลังไต่ผ่านสันหลังของภูเขา
ขับผ่านไหล่เขาโค้งเเคบความเร็ว 60-80 กม./ชม.ท้องฟ้าครึ้มเมฆหนาไม่นาน ลงเม็ด ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติทำงานทันทีจังหวะปัดตามความหนาเเรงของเม็ดฝนให้ทัศนวิสัยดีขึ้น สองฟากถนนเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม พรรณไม้เมืองร้อนหลากหลายชนิด ทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่มขึ้นแน่นหนา แทรกตัวด้วยไม้ไผ่เรียงเป็นแนวดูสงบเงียบ ในยามเช้า หมอกบาง ๆ คลอเคลียตามยอดไม้และลาดเขา ทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวลและเย็นสบาย ลมที่พัดผ่านหน้าต่างรถพาเอากลิ่นดินชื้นและกลิ่นใบไม้สดชื่นมาแตะจมูก เบื้องหน้าทางโค้งคด ใช้ความเร็วตามทักษะที่มีอยู่บวกกับในรถมันมีระบบActive Yaw Control (AYC) มันทำหน้าที่เเทนสร้างความสมดุลขณะเข้าโค้ง ควบคุมแรงขับ รถก็พาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ควบคุมง่ายไม่มีดื้อรั้น
เข้าสู่เส้นทางสุราษฎร์ธานีเป็นเส้นทางตรงๆทำความเร็วได้ตามสมควร ขณะที่เเดดแรงเปรี้ยงปร้าง แน่นอนว่ามันพยายามรุกล้ำเข้ามาในห้องโดยสาร แต่ไม่ง่าย เพราะในรถคันนี้มันมีระบบปรับอากาศแบบเเยกซ้าย-ขวาและอัตโนมัติ ทั้งคนขับเเละคนนั่งจึงสบาย พื้นที่ภายในกว้างขวางและเบาะนั่งปรับได้หลากหลาย พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะ หัวไหล่ และวางขาที่กว้างขวาง รองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนโดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะหลังสามารถพับแยกแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานและเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ วัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ทำให้เบาะไม่ร้อนแม้จอดรถกลางแจ้ง นอกจากนียังติดตั้งระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ที่พัฒนาร่วมกับ Yamaha Corporation ให้เสียงใส คมชัดในทุกมิติ เสมือนฟังดนตรีแบบแยกชิ้น
ขณะที่การใช้โหมดระบบขับขี่ระหว่างทางได้ทดลองใช้โหมดต่างๆจนครบ กับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ Normal Mode เป็นโหมดที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เส้นทางบางส่วนในจ.พังงา เจอฝนฝตกอย่างหนักต้องไปที่ Wet Mode เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น โดยช่วยป้องกันการลื่นไถลขับได้มันใจมากขึ้น
Gravel Mode เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode เหมาะกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ที่ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว
ขณะที่โหมด Mud ทางโคลน มิตซูบิชิได้จัดเป็นสนามทดสอบทางโคลน ลองขับกันในสถานีทางโคลน ปรับโหมดรูปแบบการก็ลุยกดคันเร่งบังคับทิศทางพวงมาลัยได้เลยไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมากนัก โหมด Mud นี้เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบันได้ดี ส่วน EV โหมดการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% EV Charge โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่
หลังลงจากรถ Auto Preview สรุปสั้นๆได้ตามนี้ Mitsubishi Xforce HEV มีรูปลักษณ์สปอร์ตสมวัย มีความโฉบเฉี่ยวในตัวเอง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เทคโนโลยีและระบบอำนวยความสะดวกมาครบ ระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตอบสนองของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้ดี ให้การขับขี่นุ่มนวลและมั่นใจทุกเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยครบครัน เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล มันเป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่มีสไตล์และสมรรถนะครบเครื่องในราคาคุ้มค่ามีให้เลือก 3 รุ่น
• XForce HEV Ignite : 899,000 บาท
• XForce HEV Ultimate : 1,039,000 บาท
• XForce HEV Ultimate X : 1,089,000 บาท
#MitsubishiXforceHEV
www.autopreviewnews.com










