คปภ. ผนึกพลังภาคประกันภัย – Saraburi Sandbox – ชุมชนพิทักษ์ป่า ขับเคลื่อน ESG จากองค์กรสู่ชุมชน สกัดวงจร PM2.5 ตั้งแต่ต้นทาง สร้างภูมิคุ้มกันสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้มอบหมายให้ นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “พลิกวิกฤตฝุ่น ด้วยนวัตกรรม พลังชุมชนและประกันภัย สู่ลมหายที่ยั่งยืน” ณ ตลาดหัวปลี จังหวัดสระบุรี โดยมี นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมผนึกความร่วมมือกับจังหวัดสระบุรี โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า (Forest Guardians) เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทภาคประกันภัยในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างความตระหนักรู้ ลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และส่งเสริมการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน เพื่อยกระดับการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการสร้างความรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่


รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ ประจำปี 2569 ซึ่งต่อยอดจากการสัมมนาในไตรมาสแรก หัวข้อ “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง บทบาทประกันภัยในยุค PM2.5” สู่การขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงรุกในระดับพื้นที่ เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ปัญหาจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การป้องกันภัย และการเสริมสร้างความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกจังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการจัดการสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2567 ระบุว่า จังหวัดสระบุรีมีมูลค่า GPP รวม 252,149 ล้านบาท โดยภาคการผลิตอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 63.5 ของเศรษฐกิจจังหวัด สะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อย่างรับผิดชอบ ทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความร่วมมือกับชุมชน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน


หัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการเชื่อมโยงการจัดการสิ่งแวดล้อมจากระดับองค์กรสู่ระดับชุมชน โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดสระบุรี ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในพื้นที่ 24 แห่ง ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะตามหลัก 5R ได้แก่ Refuse Reduce Reuse Repurpose และ Recycle เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณขยะ และ ลดการกำจัดขยะด้วยวิธีเผา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 พร้อมจัดเก็บข้อมูลน้ำหนักขยะที่ลดได้จริง เพื่อนำมาประเมินผลและคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง สะท้อนการนำแนวคิด ESG ด้านสิ่งแวดล้อมมาสู่การปฏิบัติที่สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยยังร่วมสนับสนุนโครงการ “ชุมชนพิทักษ์ป่า” (Forest Guardians) ซึ่งมีสถาบัน ChangeFusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้บริหารจัดการหลัก เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายป่าชุมชน 10 แห่ง ในการป้องกันและรับมือไฟป่า ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของฝุ่น PM2.5 โดยมุ่งพัฒนากลไกป้องกันไฟป่าอย่างเป็นระบบ 6 แนวทาง ได้แก่ (1) การฝึกอบรมการจัดทำแนว กันไฟและการเผชิญเหตุ (2) การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และกล้องดักถ่ายภาพ (Camera Trap) เพื่อเฝ้าระวังภัย (3) การจัดหาเครื่องเป่าลมกำลังสูง (4) การจัดหาอุปกรณ์เผชิญเหตุไฟป่าที่ปลอดภัย (5) การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ป่า และ (6) การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและโดรนติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
ภายในงานมีพิธีมอบป้ายสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า เพื่อส่งเสริมให้เครือข่าย นำความร่วมมือไปต่อยอดการดำเนินงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยสอดรับกับแนวทาง Saraburi Sandbox ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และชุมชน เพื่อจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ ทั้งการลดมลพิษจากต้นทาง การป้องกันความเสี่ยงจากไฟป่า และการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาแนวทางที่สามารถขยายผลได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตฝุ่นด้วยนวัตกรรม พลังชุมชน และประกันภัยสู่ลมหายใจที่ยั่งยืน (Be a part of SOLUTION… Not POLLUTION)” โดยผู้แทนจาก Saraburi Sandbox โครงการชุมชนพิทักษ์ป่า และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม พลังความร่วมมือของชุมชน และบทบาทของภาคประกันภัยในการบริหารความเสี่ยง พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป “นวัตกรรมทำแนวกันไฟ สู้ภัยไฟป่าด้วยพลังชุมชน” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการป้องกันไฟป่าในระดับพื้นที่
รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต้องไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ แต่ต้องนำไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสามารถประเมินผลได้ สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจึงมุ่งยกระดับบทบาทจากการให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็น “พันธมิตรด้านการบริหาร ความเสี่ยง” ที่ร่วมสนับสนุนการป้องกันและลดความสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายชุมชน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยถ่ายทอดแนวคิดสู่การดำเนินงานผ่านแนวทางสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ SMART AIR ส่งเสริมการจัดการคุณภาพอากาศ STAY HEALTHY ใส่ใจสุขภาพ SUSTAINABLE LIVING สร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน SAFE COMMUNITY เสริมความปลอดภัยให้ชุมชน SHARED PROTECTION ผนึกพลังการคุ้มครอง และ STRONGER TOGETHER สร้างความเข้มแข็งผ่านความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน
สำนักงาน คปภ. มุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการนำแนวคิด ESG มาสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในองค์กร การลดแหล่งกำเนิดมลพิษ ไปจนถึงการเสริมศักยภาพชุมชนในการป้องกันไฟป่า พร้อมตอกย้ำบทบาทของภาคประกันภัยในการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การป้องกันก่อนเกิดความสูญเสีย เพื่ออากาศที่ดี ชุมชนที่เข้มแข็ง และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน